ส่วนรายละเอียดในหนังสือ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ได้สรุปใจความสำคัญว่า ปัจจุบันมีคำพิพากษาจากศาลฎีกา 2 คดี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 จำนวน 1 คดี และศาลปกครอง ซึ่งทั้งหมดได้วินิจฉัยเสร็จสิ้น คดียุติเด็ดขาดตามกฎหมายแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง วิพากษ์วิจารณ์ให้แก้ไขได้อีก โดยศาลชี้ชัดว่าที่ดิน 5,083 ไร่ 80 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ยังได้ตอบโต้ทีมนักกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยว่า คำพิพากษาของศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ทั้ง 3 คดี ผูกพันเฉพาะคู่ความเท่านั้น โดยยอมรับว่าหากมองแค่ 3 คดี อาจจะใช่ แต่ตั้งคำถามว่าทำไมไม่นำคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่คดียุติแล้วมาพิจารณาด้วย ซึ่งศาลปกครองกลางวินิจฉัยไว้ชัดเจนว่าแม้คำพิพากษา 3 คดีดังกล่าวจะไม่ได้ผูกพันกับบุคคลภายนอก แต่คำพิพากษานั้นผูกพันทั้งหมด
และวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวหานายเนวิน นางกรุณา ชิดชอบ และคนในครอบครัว รวมถึงญาติพี่น้องนายอนุทิน บุกรุกที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และใช้พื้นที่ดังกล่าวสร้างที่อยู่อาศัย สนามฟุตบอล สนามแข่งรถบางส่วน ก่อตั้งบริษัทประกอบธุรกิจหลายแห่งในพื้นที่เพื่อประโยชน์ของตนเอง ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงขอให้เร่งรัดสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิกถอนที่ดินแปลงดังกล่าว