เนชั่นทีวี

ข่าว

กรมที่ดินยันออกโฉนดเขากระโดงถูกต้อง ศาลไม่สั่งเพิกถอนทันที

09 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

กรมที่ดินยันออกโฉนดเขากระโดงถูกต้อง ศาลไม่สั่งเพิกถอนทันที

กรมที่ดินแจงปมโฉนดเขากระโดง ยันขั้นตอนออกเอกสารสิทธิ์ชอบด้วยกฎหมาย ชี้คำพิพากษาศาลไม่สั่งเพิกถอนทันที เหตุหลักฐานการรถไฟฯ ยังไม่ชัดเจน

กรมที่ดินแจงปมโฉนดเขากระโดง ยันขั้นตอนออกเอกสารสิทธิ์ชอบด้วยกฎหมาย ชี้คำพิพากษาศาลไม่สั่งเพิกถอนทันที เหตุหลักฐานการรถไฟฯ ยังไม่ชัดเจน

KEY

POINTS

  • กระบวนการโปร่งใส: กรมที่ดินยืนยันการออกโฉนด 995 แปลงถูกต้องตามระเบียบ โดยการรถไฟฯ เคยร่วมลงนามรับรองแนวเขตและไม่คัดค้านในระยะเวลาที่กำหนด

     
  • อำนาจทางกฎหมาย: อธิบดีกรมที่ดินยังไม่มีอำนาจสั่งเพิกถอนโฉนดทันที เพราะมาตรา 61 กำหนดให้ต้องมี "หลักฐานชัดแจ้ง" ว่ามีการออกโฉนดไม่ชอบด้วยกฎหมาย

     
  • ปมหลักฐาน: คณะกรรมการสอบสวนฯ พบว่าพยานหลักฐานของการรถไฟฯ ขัดแย้งในสาระสำคัญและไม่สามารถระบุขอบเขตที่ดินที่แน่ชัดได้ จึงไม่เพียงพอต่อการเพิกถอนสิทธิ์ประชาชน

9 มิถุนายน 2569 เจาะลึกปมข้อพิพาท เขากระโดง ที่ยืดเยื้อ กรมที่ดินเดินหน้าแจงข้อเท็จจริง การออกโฉนดชอบด้วยกฎหมาย สวนกลับการรถไฟฯ หลักฐานยังคลุมเครือไม่ชัดเจนพอ ที่จะเพิกถอนสิทธิ์ที่ดินของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว

 

ล่าสุด กรมที่ดินออกเอกสารชี้แจงระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่า กรมที่ดินไม่มีสิทธิออกโฉนดที่ดินในเขตที่ดินการรถไฟฯ บริเวณเขากระโดง และอธิบดีกรมที่ดินสามารถเพิกถอนโฉนดที่ดินตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินได้ทันทีตามคำพิพากษาศาลนั้น กรมที่ดินขอเรียนชี้แจง ดังนี้

กรมที่ดินยันออกโฉนดเขากระโดงถูกต้อง ศาลไม่สั่งเพิกถอนทันที

 

1. ขั้นตอนการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงให้ไปร่วมระวังชี้และรับรองแนวเขตที่ดินของตน โดยที่ดินที่มีแนวเขตติดต่อกับที่ดินของการรถไฟฯ นั้น กรมที่ดินและกรมรถไฟ (เดิม) ได้มีข้อตกลงตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ 9050/2484  ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2484  เรื่อง การรับรองแนวเขตที่ดินที่ติดต่อกับเขตที่ดินของกรมรถไฟ ประกอบหนังสือกรมที่ดิน ที่ 111154/2503 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2503 เรื่อง การระวังชี้และรับรองแนวเขตที่ดินของการรถไฟฯ หรืออยู่ในความดูแลอารักขาของการรถไฟฯ

ดังนั้น ในกรณีที่ที่ดินแปลงที่ขอออกหนังสือแสดงสิทธิ ในที่ดินมีแนวเขตติดต่อกับแนวเขตที่ดินของการรถไฟฯ ผู้แทนการรถไฟฯ มีหน้าที่ในการไประวังชี้และรับรองแนวเขตที่ดินของตน เมื่อทำการรังวัดเรียบร้อยแล้ว ยังมีขั้นตอนการประกาศเพื่อหาผู้คัดค้านเป็นระยะเวลา 30 วัน หากไม่มีผู้คัดค้านและที่ดินอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้ เจ้าพนักงานที่ดินก็จะลงนามในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินและแจกให้เจ้าของที่ดินรับไป


ซึ่งข้อเท็จจริงในพื้นที่พิพาทที่การรถไฟฯ อ้างสิทธิ มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 การรถไฟฯ ได้รับรองแนวเขตให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมากถึง 271 แปลง ส่วนการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอีก 724 แปลง การรถไฟฯ ก็ไม่ได้มาคัดค้านภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่อย่างใด การดำเนินการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในพื้นที่บริเวณแยกเขากระโดง ตำบลเสม็ด และตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จึงเป็นการดำเนินการโดยถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายแล้ว ซึ่งหากที่ดินพิพาทเป็นของการรถไฟฯ จริง การรถไฟฯ สามารถไม่รับรองแนวเขตหรือคัดค้านการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้ แต่ปรากฏว่าการรถไฟฯ ได้มาลงนามรับรองแนวเขตที่ดินให้กับประชาชน และไม่คัดค้านการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน

 

2. การเพิกถอนหรือแก้ไขตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน มีได้ 3 กรณี คือ



2.1 กรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงใด เลขที่เท่าใดเป็นการเฉพาะโดยชัดแจ้งเท่านั้น เจ้าพนักงานที่ดินจึงจะสามารถดำเนินการหมายเหตุการเพิกถอนในโฉนดที่ดินเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลได้ (มาตรา ๖๑ วรรคแปด)



2.2 กรณีที่มีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการเขียนหรือพิมพ์ข้อความผิดพลาดที่มีหลักฐานชัดแจ้ง เมื่อผู้มีส่วนได้เสียยินยอมให้แก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจดำเนินการแก้ไขได้โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณา (มาตรา ๖๑ วรรคเจ็ด)



2.3 กรณีที่ความปรากฏว่ามีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไปโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดินสามารถใช้อำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการสอบสวน หากมีหลักฐานชัดแจ้งว่ามีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดินจึงจะสามารถใช้อำนาจเพิกถอนได้ และหากไม่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่าเป็นการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยปราศจากข้อสงสัยใด ๆ อธิบดีกรมที่ดินก็สามารถยุติเรื่องเพิกถอนได้ (มาตรา ๖๑ วรรคสอง)

 

กรณีเขากระโดงเป็นกรณีที่ศาลปกครองได้มีคำพิพากษา “ให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมที่ดิน) มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว และพิจารณาข้อเท็จจริงได้เป็นเช่นใด ย่อมเป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินที่จะดำเนินการมีคำสั่งตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามที่เห็นสมควร อันเป็นดุลพินิจของอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งศาลไม่อาจก้าวล่วงได้” อธิบดีกรมที่ดินจึงมีคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1195-1196/2566  ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ ตามคำพิพากษาศาล

 

คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้แสวงหาข้อเท็จจริงในกรณีที่ดินพิพาทเขากระโดง ซึ่งรับฟังจากการรถไฟฯ กล่าวอ้าง คำคัดค้านของราษฎรผู้มีส่วนได้เสีย ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ผลการรังวัดถ่ายทอดแนวเขตที่ดิน และการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง ได้พยานหลักฐานที่แตกต่างกันในสาระสำคัญจากคำพิพากษาศาล ซึ่งพยานหลักฐานของการรถไฟฯ ไม่ชัดเจนและไม่สามารถเชื่อถือได้ว่าการรถไฟฯ มีตำแหน่งและขอบเขตของที่ดินอยู่บริเวณใด จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้ออกทับที่ดินของการรถไฟฯ กรมที่ดินจึงไม่ดำเนินการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจำนวน 995 แปลง ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งกรมที่ดินได้รายงานการดำเนินการให้ศาลทราบ และศาลกำหนดให้วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นวันที่ศาลนั่งพิจารณาคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาล

 

กรมที่ดินยืนยันว่าการดำเนินการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินของกรมที่ดินในอดีตที่ผ่านมาถูกต้อง ยึดถือกฎหมายและระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 


 

กรมที่ดินยันออกโฉนดเขากระโดงถูกต้อง ศาลไม่สั่งเพิกถอนทันที

กรมที่ดินยันออกโฉนดเขากระโดงถูกต้อง ศาลไม่สั่งเพิกถอนทันที