เนชั่นทีวี

ข่าว

“ผู้ตรวจเลือก สว.” งัดหลักฐานแฉ! "แสวง" เมินโพยฮั้ว สว.

09 มิ.ย. 2569 | katchatapong_lee

“ผู้ตรวจเลือก สว.” งัดหลักฐานแฉ! "แสวง" เมินโพยฮั้ว สว.

“ผู้ตรวจเลือก สว.” งัดหลักฐานแฉ! "แสวง" เมินโพยฮั้ว สว. - ซัด กกต.ตั้ง คกก.ชุด 36 ฟอกขาวขบวนการ – “พริษฐ์” ชวนจับตาโค้งสุดท้ายคดี - ตั้งคณะทำงานฝ่ายค้านติดตาม

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน รับยื่นหนังสือจาก สว.สำรอง และผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นหลักฐานและข้อพิรุธการเลือก สว.และการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในการเลือก สว.ที่ผ่านมา

“ผู้ตรวจเลือก สว.” งัดหลักฐานแฉ! "แสวง" เมินโพยฮั้ว สว.

พันตำรวจเอกมนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (การเลือก สว.ปี 2567) ได้แสดงภาพหลักฐานการฮั้ว สว.ในวันเลือก สว.ที่ตนเอง พบผู้สมัครหญิงจังหวัดสมุทรปราการรายหนึ่ง ที่มาบอกว่า อยากให้ตนนำข้อมูลไปบอก กกต.ว่า ผู้สมัครมีการจัดกลุ่มทำโพยฮั้ว ซึ่งเมื่อตนทราบข้อมูลว่า จะเกิดการเลือกที่ไม่สุจริตแล้ว ตนได้แจ้งนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ว่า ตนได้รับแจ้งจากผู้สมัครว่า มีการจัดทำโพย แต่นายแสวงกลับบอกว่า ให้ปล่อยไป เพราะผู้สมัครมีการวางแผนมาดีแล้ว ซึ่งข้อมูลดังกล่าว ทำให้การฮั้ว สว.สำเร็จ จึงถือว่า นายแสวง ปกปิดข้อมูล และไม่นำไปแจ้งต่อ กรรมการ กกต.กระทั่งเวลาการเลือก สว.ในครั้งแรกเสร็จสิ้น มีการจับสลากแบ่งสาย ก. ข. ค. และ ง. จนมีการทำลายโพยฮั้ว สว.ในเอกสาร สว.3 ก่อนที่จะเริ่มเลือก

“ผู้ตรวจเลือก สว.” งัดหลักฐานแฉ! "แสวง" เมินโพยฮั้ว สว.

พันตำรวจเอกมนัส ยังได้แสดงหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด ที่นายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต.ไปเก็บโพยจากผู้สมัคร ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่ตนเองได้แจ้งต่อนายแสวงไปก่อนหน้านี้ จึงถือเป็นการปกปิดช่วยเหลือกัน และจากนั้นเป็นต้นมา นายแสวงก็ไม่เคยโต้ตอบใด ๆ จนกระทั่ง วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 มีเอกสารข่าวจาก กกต.ชี้แจงว่า คำแจ้งเตือนของตนเองนั้นไม่เป็นความจริง แต่ตนเองก็ได้พิสูจน์ผ่านหลักฐานในวันนี้ ยืนยันได้ว่า ในวันดังกล่าว มีพยานหลักฐานที่นายฐิติเชษฐ์ ไปเก็บโพยจากผู้สมัครแล้ว และปัจจุบันเอกสารนั้นอยู่ที่ใด แต่เหตุใดนายแสวงกลับไม่พบ และมากล่าวหาตนเองว่าโกหก ดังนั้น วันนี้ตนจึงจะถลกหนังหัว กกต.ว่า ใครโกหกกันแน่

“ผู้ตรวจเลือก สว.” งัดหลักฐานแฉ! "แสวง" เมินโพยฮั้ว สว.

พันตำรวจเอกมนัส ยังระบุว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต.มีการสรุปสำนวนว่า มีกระบวนการโกงเลือก สว. 229 คน ซึ่งมีทั้ง สว.ในวุฒิสภาแล้ว และคนอื่น ๆ ที่เป็นผู้วางแผน ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 มีความเห็นว่า ทั้งหมดมีมูล แต่ กกต.ก็ได้ตั้งคณะวินิจฉัย คณะที่ 36 ทั้งที่ กกต.ก็มีอยู่แล้ว 35 คณะ แต่กลับมีการแต่งตั้งพรรคพวกตัวเองเข้ามาช่วยเหลือ และยกคำร้องทั้งหมด 229 คน ซึ่งข้อมูลการวินิจฉัย ได้ย้อนแย้งต่อหลักฐานที่ตนได้ยื่นต่อประธานวิปฝ่ายค้าน ฉะนั้น จากหลักฐานที่ตนมี แสดงให้เห็นว่า กกต.กำลังจัดโกงการเลือก สว.ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และยังมีการช่วยเหลือคดีกัน โดยใช้มติ กกต. 5 ต่อ 2 ยกคำร้อง และยังให้นายฐิติเชษฐ์ ที่เอื้อขบวนการช่วยเหลือแต่แรกมาเป็นผู้วินิจฉัยอีก

 

พันตำรวจเอกมนัส ยังแสดงความผิดหวัง ที่ตนเองทำงานกับ กกต.อย่างตรงไปตรงมา แต่เมื่อทำหน้าที่ตรงไปตรงมาแล้ว กกต.กลับไม่ดำเนินการตามม็อตโต้ “การเลือกตั้ง สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย”

ขณะที่ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ย้ำว่า กระบวนการฮั้ว สว.จะไม่สำเร็จได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากข้าราชการ ที่เอื้อประโยชน์ให้ขบวนการนี้โกงได้สำเร็จ ซึ่งตนเองได้นำหลักฐานมอบประธานวิปฝ่ายค้านแล้ว พร้อมย้ำว่า หากนายฐิติเชษฐ์ เข้าไปมีส่วนร่วมในการวินิจฉัยคดีด้วย ประชาชนจะไม่ยอมรับ เพราะพฤติกรรมของนายฐิติเชษฐ์

 

นายอัครวัฒน์ ยังยืนยันด้วยว่า ที่ตนออกมาต่อสู้ ก็เพื่อทวงคืนความสุจริตเที่ยงธรรม ไม่ใช่เพราะตนอยากเป็น สว. แต่ตนทนเห็นกระบวนการโกง ซื้อขายตำแหน่งในประเทศนี้ไม่ได้ ประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยฯ แต่กำลังจะถูกยึดด้วยระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งตนยอมไม่ได้ ฉะนั้น จึงอยากสื่อสารไปยัง กกต.ทั้ง 7 คนว่า คนที่ทำหน้าที่ประวิงเวลาตัวฉกาจที่สุด คือ นายแสวง พร้อมกล่าวถึง กกต.ใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาชุดนี้ว่า จะอยู่กับประชาชน หรือจะเข้าไปอยู่ในคลองเปรม

“ผู้ตรวจเลือก สว.” งัดหลักฐานแฉ! "แสวง" เมินโพยฮั้ว สว.

ขณะที่ นายพริษฐ์ มั่นใจว่า ข้อมูลที่ทั้งพันตำรวจเอกมนัส นายอัครวัฒน์ มอบให้นั้น มีความหนักแน่นมาก เพราะมาจากการทำหน้าที่ของผู้ตรวจการการเลือกตั้งของ กกต. ดังนั้น พรรคฝ่ายค้าน จะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้นต่อไปแน่นอน เพราะเวลานี้ อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของคดีฮั้ว สว. หาก กกต.มีมติเป่าคดี ก็จะมีคำถาม 4 ข้อถึง กกต.ว่า หาก กกต.มีการเป่าคดีจริง กกต.ได้ใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันหรือไม่ สำหรับแต่ละคดี เพราะก่อนหน้านี้ มีมติส่งบางเรื่องไปที่ศาลแล้ว และศาลเคยพิพากษาว่า มีความผิด หรือหาก กกต.มีการเป่าคดี และ กกต.ที่ได้ตั้งคณะอนุฯ วินิจฉัยที่ 36 ขึ้นมา เพื่อฟอกขาวผู้เกี่ยวข้องทั้ง 229 คนนี้หรือไม่ และหาก กกต.มีการเป่าคดีจริง มติดังกล่าวเป็นการต่างตอบแทนกันกับสมาชิกวุฒิสภาหรือไม่ เพราะ มี 4 ใน 7 กกต.เข้าสู่ตำแหน่งได้โดยการรับรองของสมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในสำนวนด้วย และมติดังกล่าว จะเป็นส่วนหนึ่งของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

 

นายพริษฐ์ ยังระบุว่า ฝ่ายค้านได้ใช้กลไกคณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ เชิญ กกต.มาชี้แจง ซึ่งเชิญล่วงหน้า 2 สัปดาห์ แต่ กกต.กลับเลื่อน และไม่มา ซึ่งทั้งหมดเป็นความพยายามหลีกหนีการตรวจสอบ พร้อมเปิดเผยว่า วิปฝ่ายค้าน ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบรับผิดชอบเรื่องนี้โดยเฉพาะเช่นกัน ซึ่งหาก กกต.อยากจะหลุดพ้นข้อครหา ก็ควรจะมีมติอย่างตรงไปตรงมา เห็นชอบตามคณะไต่สวนชุดที่ 16 และให้เป็นหน้าที่ของศาลฎีกา ที่จะพิจารณา และตัดสินว่า ผู้เกี่ยวข้อง 229 คนดังกล่าวนั้น มีการกระทำความผิดหรือไม่