เนชั่นทีวี

ข่าว

"ดร.ซัน" เบอร์ 3 ชูนโยบาย "AI CAPITAL" พลิกโฉม กทม. ท้าชนทุจริต-หั่นภาษีน้ำมัน

06 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"ดร.ซัน" เบอร์ 3 ชูนโยบาย "AI CAPITAL" พลิกโฉม กทม. ท้าชนทุจริต-หั่นภาษีน้ำมัน

"ดร.ซัน" ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 3 เปิดวิสัยทัศน์ชู "AI" บริหารจัดการเมือง แก้รถติด-น้ำท่วม ชงกระจายอำนาจตรวจสอบ ลดค่าครองชีพให้คนกรุงฯ ผ่านการปรับภาษีน้ำมัน

"ดร.ซัน" ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 3 เปิดวิสัยทัศน์ชู "AI" บริหารจัดการเมือง แก้รถติด-น้ำท่วม ชงกระจายอำนาจตรวจสอบ ลดค่าครองชีพให้คนกรุงฯ ผ่านการปรับภาษีน้ำมัน

KEY

POINTS

  • นโยบาย AI Capital: นำปัญญาประดิษฐ์มาบริหารระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบสูบน้ำอัตโนมัติ และการปรับสัญญาณไฟจราจรเพื่อแก้ปัญหารถติด

     
  • การลดค่าครองชีพ: เตรียมเสนอปรับลดภาษีน้ำมันในส่วนของ กทม. เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชน

     
  • โปร่งใสไร้ทุจริต: กระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบโครงการภาครัฐ 40% และข้าราชการ 60% เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

6 มิถุนายน 2569 "ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์" ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 3 เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย AI CAPITAL มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเมือง เพื่อลดปัญหาคอร์รัปชัน และเพิ่มคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน พร้อมนำเสนอแผนการบริหารจัดการงบประมาณแบบโปร่งใส ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจถึง 40% เพื่อผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และปลอดภัยสำหรับทุกคน


การแสดงวิสัยทัศน์ของ ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ หรือ "ดร.ซัน" ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 3 ซึ่งชูจุดเด่นในฐานะอดีตผู้อยู่เบื้องหลัง การจัดทำยุทธศาสตร์ให้ภาครัฐและเอกชน และเป็นผู้สมัครเพียงรายเดียวที่จบการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของ กทม. พร้อมตอบข้อซักถามในประเด็นการบริหารงบประมาณแสนล้าน และการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน

ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ หรือ "ดร.ซัน" ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 3    

 

ดร.พงษ์ศักดิ์ เปิดเผยถึงแนวคิดหลักในการบริหารกรุงเทพมหานคร หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่


1. ครอบครัวกรุงเทพฯ: การบริหารจัดการที่มองประชาชนทั้ง 5-10 ล้านคน (รวมประชากรแฝง) เป็นครอบครัวเดียวกัน เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการของรัฐ


2. AI Capital: การนำระบบ AI มาประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจและสั่งการระบบสาธารณูปโภค เช่น การติดตั้งเซนเซอร์ตามท่อระบายน้ำเพื่อสั่งการเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติ ลดปัญหา "รอระบาย" รวมถึงการคำนวณรอบสัญญาณไฟจราจรเพื่อแก้ปัญหารถติด และการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนม่านตาแทนบัตรประชาชน


3. Security Phone: โครงการติดตั้งจุดรับแจ้งเหตุฉุกเฉินและประสานงานความปลอดภัย 100,000 จุดทั่ว กทม. (เฉลี่ยเขตละ 2,000 จุด) พร้อมระบบล่ามแปลภาษาเพื่อรองรับชาวต่างชาติ 

- เมื่อถูกตั้งคำถามถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณ และระบบราชการที่อาจขัดขวางการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง

 

ดร.พงษ์ศักดิ์ ระบุว่า การพัฒนาระบบอัตโนมัติต่างๆ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโครงการขนาดใหญ่ ที่ใช้เม็ดเงินมหาศาลเสมอไป แต่สามารถเริ่มจากจุดเล็กๆ ตามรอบงบประมาณปกติได้อย่างโปร่งใส


นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อลดค่าครองชีพให้ชาว กทม. โดยไม่กระทบงบประมาณภาพรวมมากนัก

 

"หากผมเข้าไปเป็นผู้ว่าฯ สิ่งแรกที่จะทำคือขอประชุมสภา กทม. ข้าราชการ และฝ่ายงบประมาณ เพื่อดูเรื่อง 'ภาษีน้ำมัน' หากเราเก็บภาษีน้ำมันในส่วนของ กทม. ให้น้อยลงจากเดิมเล็กน้อย จะช่วยให้ชาวกรุงเทพฯ ประหยัดค่าใช้จ่ายและหายใจหายคอได้คล่องขึ้น นี่คือก้าวแรกในการทลายกำแพงเพื่อช่วยเหลือประชาชน" ดร.พงษ์ศักดิ์ ระบุ 

 

 

ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ หรือ "ดร.ซัน" ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 3

 

-สำหรับประเด็นความโปร่งใสและการทุจริตในระบบราชการ กทม. ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม

 

ดร.พงษ์ศักดิ์ เสนอแนวคิดการกระจายอำนาจตรวจสอบ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการร่วมกับข้าราชการ กทม. กว่าแสนคน


ดร.พงษ์ศักดิ์ ขยายความว่า จะเปิดโอกาสให้ประชาชนส่งข้อมูลความต้องการ ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานเข้ามาสู่ระบบกลาง โดยให้สัดส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่ที่ 40% และข้าราชการ กทม. 60%

      

"หากเราทำทุกอย่างถูกต้องตามโมเดล ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณหรือโครงการ การทุจริตก็จะไม่มีหรือลดน้อยลง เพราะนโยบายจะถูกขับเคลื่อนตามความต้องการพื้นฐานของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนบุคคล"

 

ในตอนท้าย ดร.พงษ์ศักดิ์ ได้นำเสนอวิสัยทัศน์การจัดการความแออัดของ กทม. ด้วยการกระจายความเจริญออกสู่จังหวัดปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียง (สระบุรี, นครนายก, สุพรรณบุรี, นครปฐม, สมุทรปราการ) โดยระบุว่า มีแผนเตรียมผลักดัน "เมืองการศึกษาและเทคโนโลยี" บนพื้นที่ของรัฐขนาด 3,000-4,000 ไร่ ในจังหวัดสระบุรี ซึ่งจะเป็นโรงเรียนประจำที่ให้เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลถึงปริญญาเอก ผลิตไฟฟ้าและน้ำประปาได้เอง เพื่อเป็นเมืองทางเลือกใหม่และขยายศักยภาพของ กทม. ในอนาคต