เนชั่นทีวี

ข่าว

เลขาฯ สมช. น้อมรับคำวิจารณ์ ยันเดินหน้ายุทธศาสตร์ไทย-กัมพูชา-ไฟใต้

03 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

เลขาฯ สมช. น้อมรับคำวิจารณ์ ยันเดินหน้ายุทธศาสตร์ไทย-กัมพูชา-ไฟใต้

เลขาฯ สมช. น้อมรับข้อสังเกตอดีตผู้บังคับบัญชา ยืนยันทำงานเต็มที่ไม่ได้ “ชิลล์” พร้อมแจงยุทธศาสตร์ไทย-กัมพูชาและนโยบายแก้ไฟใต้ปี 68-70 วางกรอบชัดเจน มุ่งเน้นความมั่นคงและสันติสุขที่ยั่งยืน

เลขาฯ สมช. น้อมรับข้อสังเกตอดีตผู้บังคับบัญชา ยืนยันทำงานเต็มที่ไม่ได้ “ชิลล์” พร้อมแจงยุทธศาสตร์ไทย-กัมพูชาและนโยบายแก้ไฟใต้ปี 68-70 วางกรอบชัดเจน มุ่งเน้นความมั่นคงและสันติสุขที่ยั่งยืน

KEY

POINTS

  • น้อมรับคำวิจารณ์: ยืนยันว่า สมช. ภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบันได้จัดวางยุทธศาสตร์ไว้ครบถ้วน และทุกหน่วยงานหลัก (ทหาร, ต่างประเทศ, มหาดไทย) มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจนเพื่อรับมือความมั่นคงในแต่ละด้าน

     
  • ยุทธศาสตร์ไทย-กัมพูชา: ดำเนินการผ่านกลไกนโยบายและยุทธศาสตร์ มีมติชัดเจนในการปกป้องอธิปไตยชายแดน พร้อมระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลในประเด็นที่ละเอียดอ่อนเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากคู่ขัดแย้ง

     
  • เดินหน้าดับไฟใต้: ยึดนโยบายปี 2568-2570 ชูยุทธศาสตร์ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน พร้อมปรับระบบการทำงานให้เป็นเอกภาพผ่านคณะผู้แทนพิเศษฯ และเดินหน้าพูดคุยสันติสุขต่อเนื่อง

3 มิถุนายน 2569 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกโรงชี้แจงหลังถูกตั้งคำถามถึงการแก้ปัญหาความมั่นคง โดยเฉพาะประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา และสถานการณ์ไฟใต้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ยุทธศาสตร์ความมั่นคง และแนวทางการดำเนินงานเชิงรุก โดยย้ำว่าทุกมิติมีการบูรณาการ หน่วยงานรัฐ และกำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนตาม แผนแม่บทความมั่นคง ภายใต้นโยบาย การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เกิดเสถียรภาพและสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน


จากกรณี พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาฯ สมช.วิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา และปัญหาไฟใต้ โดยประเมินให้เลขาฯ สมช. คนปัจจุบัน และเลขาฯ กอ.รมน. สอบตกทั้งคู่ ทำงานชิลล์ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมตั้งคำถามว่ายุทธศาสตร์ของรัฐบาลคืออะไร เป้าหมายเป็นอย่างไร การปฏิบัติเป็นอย่างไร ใครรับผิดชอบ


ล่าสุด นายฉัตรชัย บางชวด เลขาฯ สมช. กล่าวน้อมรับในข้อสังเกตต่างๆ ซึ่ง พลโท ภราดร เป็นอดีตผู้บังคับชา แต่ยืนยันว่าการจัดวางยุทธศาสตร์ การกำหนดเป้าหมาย การจัดหน่วยรับผิดชอบ ได้กำหนดไว้ทั้งหมดแล้ว โดยรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ขับเคลื่อนเรื่องนี้ผ่าน สมช. อย่างครบถ้วน ซึ่งการประชุม สมช. ทุกครั้งมีกลไกระดับนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหา ทั้งการสถาปนาความมั่นคงชายแดน การปกป้องอธิปไตยของชาติและเรื่องเขตแดน การกำหนดแนวทางสำคัญ อย่างการหารือทวีปภาคีไทย-กัมพูชา การจัดการชายแดนที่มีการปิดด่านเพื่อความมั่นคง รวมไปถึงการชี้แจงต่อต่างประเทศและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดนี้มีมติ สมช. กำหนดแนวทางไว้แล้ว

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาฯ สมช.

 

โดยฝ่ายทหารรับผิดชอบการปกป้องอธิปไตย กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ประสาน และชี้แจงกับองค์กรระหว่างประเทศ กระทรวงมหาดไทยและตำรวจดำเนินการพิทักษ์ส่วนหลัง ดูเรื่องการอพยพคนที่ชายแดน

 

"ทั้งนี้ งานความมั่นคงบางเรื่องละเอียดอ่อน และมีเรื่องแทรกซ้อนมากมาย ไม่ควรพูดต่อสาธารณะทั้งหมด เพราะคู่ขัดแย้งอาจเอาไปแสวงหาประโยชน์ได้" นายฉัตรชัย กล่าว

 

 

พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาฯ สมช.

ส่วนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ทางรัฐบาลได้น้อมนำยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาดำเนินการอยู่แล้ว และยึดการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการจัดทำนโยบายปี 2568-2570 ได้ยึดโยงจากทั้งภาครัฐ ประชาชน และประชาสังคมร่วมกัน มีรายละเอียด เป้าหมาย วัตถุประสงค์ หน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งการรักษาความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การศึกษาที่สอดรับกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ การใช้กระบวนยุติธรรม และการเยียวยา


สำหรับเหตุการณ์ความสงบที่เกิดขึ้นถี่มีหลายปัจจัย โดยผู้เห็นต่างยังมีความหลากหลาย ทั้งต้องการพูดคุยและการใช้ความรุนแรง อีกทั้งการนำนโยบายสู่การปฏิบัติยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข เพราะการทำงานมีหลายหน่วยจึงต้องจัดระบบปรับแนวทางสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้ เมื่อมีคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลแล้ว ก็จะประสานและขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติได้มากขึ้น มีความสอดคล้องและเป็นเอกภาพ


ส่วนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ก็ได้มีการพูดคุยวงเล็กเรื่อยมา