“ชัชชาติ” รับไม่ได้ปม ส.ก. ล็อกเบอร์ เชื่อคนไม่ได้เลือกเพราะเบอร์
29 พ.ค. 2569 | titayu_pur

“ชัชชาติ” รับไม่ได้ปม ส.ก. ล็อกเบอร์ 9 ชี้ประชาชนไม่เลือกเพราะเบอร์ วอน กกต. สอบสวน ลุยหาเสียงบางกอกน้อย ย้ำเดินหน้าสร้างเขื่อนแก้ปัญหาน้ำท่วม
ข่าว
29 พ.ค. 2569 | titayu_pur

“ชัชชาติ” รับไม่ได้ปม ส.ก. ล็อกเบอร์ 9 ชี้ประชาชนไม่เลือกเพราะเบอร์ วอน กกต. สอบสวน ลุยหาเสียงบางกอกน้อย ย้ำเดินหน้าสร้างเขื่อนแก้ปัญหาน้ำท่วม
KEY
POINTS
29 พฤษภาคม 2569 เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้งผู้ว่ากทม ล่าสุด นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่อ้อนคะแนนเสียงย่านธนบุรี ยืนยันเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมเปิดใจถึงปมร้อนกรณีผู้สมัคร ส.ก. จ่ายเงินซื้อตัวเพื่อล็อกเบอร์ตามหวังโกยแต้ม ระบุคนกรุงยุคนี้ฉลาดเลือก ไม่หลงกลกาง่าย ๆ แน่นอน งานนี้ทำเอาเวทีเดือดจนแฮชแท็ก #ชัชชาติ และ #ผู้ว่ากทม พุ่งทะยานติดเทรนด์อันดับต้น ๆ บนโลกออนไลน์ทันทีที่ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่เขตบางกอกใหญ่-บางกอกน้อย-บางพลัด โดยจะเน้นเป็นย่านชุมชน เริ่มต้นในช่วงครึ่งวันเช้าที่ชุมชนวัดโพธิ์เรียง/ชุมชนวัดอัมพวา/ชุมชนวัดระฆัง/ตลาดวังหลัง/หน้าโรงพยาบาลศิริราช/และวัดอัมรินทร์ โดยได้แจกโบชัวร์ 250+ ของนโยบาย ซึ่งก็มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดที่ตลาดวังหลัง ใช้เวลาจุดนี้นานพอสมควร เพราะมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปให้กำลังใจ ส่วนใหญ่ขอให้ได้เป็นผู้ว่าอีกสมัย และที่ตลาดวังหลัง นายชัชชาติก็ได้แวะดูเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ที่ได้ทำในสมัยของนายชัชชาติด้วย
นายชัชชาติ ระบุว่า จุดนี้ก็เป็นจุดสำคัญที่มีการทำเขื่อนป้องกันท่วม เพราะได้มีการเจรจาในการทำเขื่อน กับคนในชุมชนด้วย แล้ว จุดนี้ก็มีแผนที่จะดำเนินการต่อ หากได้เข้าไปเป็นผู้ว่าฯ อีกครั้ง เพราะเป็นขณะนี้โครงการใหญ่ที่ทำเขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาทำไป 70% แล้วเหลืออีกเพียงแค่ประมาณ 4 จุด 88 กิโลเมตร ซึ่งปัญหาน้ำท่วม ปัญหาทางเดินต่างๆ ในเขตบางกอกน้อยที่จะต้องปรับปรุง
จากนั้นได้ลงพื้นที่มายังชุมชนบ้านบุ/ชุมชนวัดดุสิตารามฯ และชุมชนวัดดาวดึงษาราม/ชุมชนพระราม 8/และตลาดหน้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ซึ่งช่วงหนึ่งที่ลงชุมชน ก็มีเด็กๆ ในชุมชนเข้ามาทักทายเรียกลุงชัชชาติด้วย
นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ว่า บางกอกน้อยเป็นตัวอย่างของพื้นที่เดิม เป็นชุมชนเก่าแก่ จากเดิมเป็นสวนและมีการพัฒนา เป็นชุมชนอาศัยอยู่กันหนาแน่น ถนนหนทางแคบ แต่นี่เป็นตัวอย่างของเส้นเลือดฝอย และเส้นเลือดใหญ่ เพราะเส้นเลือดใหญ่คือรถไฟฟ้า แต่เส้นเลือดฝอยคือคนในชุมชน จะมาใช้รถไฟฟ้าได้อย่างไร แต่ปัญหาที่เจอคือเรื่องเกี่ยวกับน้ำท่วม ถนนและฝาท่อชำรุด รวมถึงพื้นที่สาธารณะที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุง โดยระบุว่า หลายชุมชนในบางกอกน้อยเป็นชุมชนเก่า มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งควรได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจให้ชุมชน
ซึ่งระหว่างลงพื้นที่ “ชุมชนวัดโพธิ์เรียง” ประชาชนสะท้อนปัญหาน้ำท่วมในหลายซอย รวมถึงปัญหาท่อระบายน้ำบางจุดที่อยู่ในพื้นที่เอกชนและยังไม่ได้ขุดลอก ขณะเดียวกันยังมีข้อร้องเรียนเรื่องถนนและฝาท่อไม่เรียบ ตลอดจนศูนย์และบ้านหนังสือในชุมชนที่ห้องน้ำชำรุด ซึ่งจำเป็นต้องติดตามและเร่งแก้ไข
ทั้งนี้ในอนาคตต้องมีการพัฒนาอัตลักษณ์ชุมชนให้เข้มแข็ง เพราะในแต่ละชุมชนจะมีอัตลักษณ์ของตัวเอง ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีคุณค่าแล้วก็เพื่อสร้างเศรษฐกิจข้างถนนให้กับชุมชนได้
ส่วนโรงพยาบาลศิริราช ก็พบว่า มีประชาชนมารักษาพยาบาลจำนวนมาก ซึ่งเราก็มีนโยบายด้านสาธารณสุข โดยมีแผนขยายการดูแลสาธารณสุขปฐมภูมิ จากปัจจุบันดูแลประชาชนประมาณ 800,000 คน ให้รองรับได้ถึง 1.3 ล้านคน พร้อมขยายเครือข่ายโรงพยาบาลอีก 2,000 เตียง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งต่อผู้ป่วย และยกระดับโรงพยาบาลสังกัด กทม. ให้ได้มาตรฐานสากล อีกทั้งยังตั้งเป้าลดระยะเวลารอพบแพทย์ให้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง เชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยระหว่างศูนย์บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลแบบไม่ต้องใช้แฟ้มเอกสาร รวมถึงพัฒนาระบบส่งยาถึงบ้าน หรือรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
นายชัชชาติ ยอมรับว่า ยังมีปัญหาที่หนักใจที่สุดในพื้นที่บางกอกน้อย เรื่องโครงการระบบบำบัดน้ำเสียที่ล่าช้า ซึ่งเป็นโครงการเดิมก่อนเข้ารับตำแหน่ง โดยผู้รับเหมามีการขยายสัญญาจากสถานการณ์โควิด-19 อีก 400 วัน ทำให้ประชาชนร้องเรียนจำนวนมาก พร้อมย้ำว่า หากตนเองได้รับโอกาสกลับมาทำงานต่อ จะเร่งรัดโครงการอย่างจริงจัง และเข้มงวดกับผู้รับเหมาให้มากขึ้น
และในพื้นที่วังหลังเคยเกิดปัญหาน้ำท่วม และตนเองก็ได้มาสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมเสร็จแล้ว ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในจุดนี้ดีขึ้นมาก ซึ่งถือเป็นหัวใจที่ต้องลงไปฟังเสียงประชาชนและนำมาแก้ และหลังจากนี้อาจจะมีนโยบายที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงจะมีการก่อสร้างเขื่อนและขุดลอกคูคลองเพิ่มเติม
สำหรับกรณีประชาชนสะท้อนปัญหาแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพ นายชัชชาติ ระบุว่า กรุงเทพมหานครมีหน้าที่ดูแลกรณีรถเข็น หรือแผงค้าผิดกฎหมาย หากพบว่าเป็นแรงงานต่างด้าว ก็จะประสานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ แต่ในส่วนของแรงงานต่างด้าวตามร้านค้าทั่วไป เป็นอำนาจของหน่วยงานอื่น พร้อมยอมรับว่า เมื่อประชาชนอยู่ในอารมณ์โกรธ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรับฟัง ก่อนนำข้อเท็จจริงไปชี้แจงในภายหลัง
นายชัชชาติ ยังพูดเสียงสะท้อนจากประชาชนที่เจอ ขณะลงพื้นที่ว่า “วันนี้ก็เจอคนหนึ่งบ่นว่า เป็นผู้ว่าแล้วอย่าเป็นเทวดา ให้เป็นผู้ว่าที่ติดดิน ไม่ใช่ได้เป็นแล้วหายหัวไปเลยไม่เคยมาเจอ พอผมฟังแล้วก็สบายใจเพราะเราไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่เราก็ต้องรับฟังเพราะประชาชนไม่ได้ต้องการเทวดา”
ส่วนกรณีที่ปรากฏข่าวผู้สมัคร ส.ก. จ้างคนไปลงสมัครหัวละ 10,000 บาท เพื่อจะได้ล็อกเบอร์ให้ได้เบอร์ 9 นั้น นายชัชชาติระบุว่า ก็มีคนพูดให้ตนเองฟังเช่นกัน แต่ก็ไม่น่ามีประโยชน์อะไร เพราะคนที่เลือกคงไม่ได้เลือกเพราะเบอร์ คนที่กากาผิดสมัยนี้น่าจะน้อยแล้ว แต่ตนเองไม่รู้รายละเอียดมาก มีคนเล่ามา สำหรับตนเองมองว่า ก็คงไม่ได้ช่วยอะไร เพราะคนคงรู้ว่าจะกา ส.ก. เบอร์ไหน และกาผู้ว่าฯ เบอร์ไหน คนที่กาผิดคงจะน้อยมาก และมองว่าไม่น่าคุ้มค่าในการทำ
ส่วนค่าจ้างหัวละ 10,000 นั้น ตนเองไม่ทราบคงต้องให้ กกต. ไปดูเพราะตนเองไม่อยากก้าวล่วง เนื่องจากไม่รู้รายละเอียดแต่ก็ได้ยินข่าวมาเหมือนกัน ซึ่งมองว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำที่จะมาหวังให้คนกาผิด กาผู้ว่าเบอร์เดียวกับ ส.ก. มันก็ไม่ได้ส่งผลถึงความถูกต้อง ทั้งนี้แต่ก็ต้องแล้วแต่ กกต.
เมื่อถามถึงผลสำรวจความนิยมจากสถาบันพระปกเกล้า ที่ระบุนายชัชชาติมีคะแนนนิยมเป็นอันดับ 1 นายชัชชาติกล่าวว่า โพลเป็นเพียงการสุ่มตัวอย่าง ไม่สามารถสะท้อนผลได้ทั้งหมด และยังไม่ประมาท เพราะการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา พร้อมย้ำให้ทีมงานทำงานอย่างมีสติ และเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
ข่าวล่าสุด