นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรนำกรณีอื่นมาเทียบเคียง เพราะสภาสามารถใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาว่าจะอนุมัติตามคำร้องของฝ่ายบ้านเมืองหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของสภา ซึ่งจะมาอ้างว่าที่ผ่านมามีหลักปฏิบัติเช่นนี้และต้องปฏิบัติต่อไป ตนคิดว่าการทำเช่นนี้สุดท้ายไม่ได้อะไรขึ้นมา ควรจะดูจากความร้ายแรงว่าเป็นเรื่องที่มีมูลหรือไม่ เพื่อให้เห็นว่ากรณีเช่นนี้แตกต่างกับกรณีอื่นอย่างไร เช่น คดีที่นักการเมืองบางท่านพยายามหยิบยกขึ้นมาตรงนี้ไม่เหมือนกัน เพราะบางคนเป็นนักเคลื่อนไหวที่เรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อข้อเท็จจริงต่างกัน การใช้ดุลยพินิจของสภาก็ควรที่จะแตกต่างกัน
สิ่งที่ตนมองว่าสถานการณ์วันนี้ที่เสียงส่วนใหญ่ในสภายังถือปฏิบัติเช่นนี้ ตนเป็นห่วงว่าอาจเป็นเพราะรู้กันดีหรือไม่ว่ายังมีนักการเมืองหลายคนที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน การพนันออนไลน์ หรือทุนสีเทา ซึ่งหากสภายอมให้ฝ่ายบ้านเมืองสามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ เกรงว่าในไม่ช้าจะลุกลามบานปลายไปถึงคนอื่นหรือไม่ แต่ต้องยอมรับว่าวันนี้น่าผิดหวังและทำลายความน่าเชื่อถือของสภา
เมื่อถามถึงการโพสต์ข้อความฝากให้ ตม. และหน่วยงานความมั่นคงให้ติดตามเส้นทางธรรมชาตินั้น มีสัญญาณหรืออะไรบอกเหตุหรือไม่
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่ากันไว้ก่อน เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่สภามีมติทำนองนี้ ภายหลังก็ตามจับไม่ได้ เช่น บางกรณีที่ศาลพิพากษาจนถึงวันนี้ก็ยังตามจับไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าสุดท้ายนายชนนพัฒฐ์จะหนีไปต่างประเทศหรือไม่
แต่สิ่งที่ควรจะทำคือ ไม่ว่าจะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอหรือรัฐบาล ต้องสั่งการไปยังหน่วยงานตำรวจให้เฝ้าระวัง เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะรู้อยู่แล้วว่าสภาปิดสมัยประชุม และวันสุดท้ายของการประชุมเมื่อไหร่ก็ควรจะเตรียมเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งที่สามารถรู้ได้ เช่น นายชนนพัฒฐ์ เป็น ส.ส. ภาคใต้ ซึ่งไม่ไกลจากพื้นที่ชายแดน พื้นที่ส่วนนั้นก็ต้องเฝ้าระวัง หากปรากฏว่ามีการหลบหนีจริง ซึ่งหวังว่าจะไม่เกิดขึ้น แต่หากเกิดขึ้นจริงก็ต้องมีการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ว่าเหตุใดถึงละหลวมในการปล่อยให้เกิดการหลบหนีเช่นนั้น วันนี้สิ่งที่ควรทำคือจะต้องไม่มีนักการเมืองคนใดที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ที่สามารถหลุดจากการถูกดำเนินคดีทางกฎหมายได้ และหากนายชนนพัฒฐ์ จะไม่ถูกดำเนินคดีต่อในวันข้างหน้า สภาจะเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายกระบวนการยุติธรรม
เมื่อถามว่า นายชนนพัฒฐ์ จะพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจริงหรือไม่
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนกังวล เพราะอดีตที่ตนเป็นประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ เคยเชิญนายชนนพัฒฐ์ มาชี้แจงช่วงปิดสมัยประชุม แต่ปรากฏว่าไม่เคยมาชี้แจงกลับมาสักครั้ง และไม่มีหนังสือส่งมายังกรรมาธิการเลยด้วยซ้ำไป เรื่องนี้จึงตอบไม่ได้ว่านายชนนพัฒฐ์ จะให้ความร่วมมือในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ แต่สิ่งที่ตอบได้คือวันนี้ที่สภาทำลงไปผ่านเสียงข้างมากที่ยกมือโหวต ต้องยอมรับว่าหากสุดท้ายนายชนนพัฒฐ์ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะปฏิเสธความรับผิดชอบตรงนี้ไม่ได้ และจะปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การดำเนินคดีเอาผิดกับนักการเมืองที่เชื่อมทุนเทาไม่สามารถเกิดขึ้นได้
#ประชุมสภา #รังสิมันต์โรม #ชนนพัฒฐ์นาคสั้ว #ทุนสีเทา #พรรคประชาชน #พรรคกล้าธรรม #ดีเอสไอ #กระบวนการยุติธรรม #สภาผู้แทนราษฎร #ข่าวการเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : มติ "ผู้แทนราษฎร" พรรคร่วมรัฐบาล-กธ.ขวางส่ง “ชนนพัฒฐ์” ให้ DSI