เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดไทม์ไลน์ 2 อดีต ป.ป.ช. ปกปิด "คดีนาฬิกาหรู" จนโดนคุก

27 พ.ค. 2569 | thunchanok_kul

เปิดไทม์ไลน์ 2 อดีต ป.ป.ช. ปกปิด "คดีนาฬิกาหรู" จนโดนคุก

เปิดไทม์ไลน์ 2 อดีตบิ๊ก ป.ป.ช. ปกปิด "คดีนาฬิกาหรู" จนโดนคุกคนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา!ล่าสุดยื่นเงินสด 4 แสน ประกันตัวสู้ต่อชั้นอุทธรณ์ ห้ามออกนอกประเทศ

27 พฤษภาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเมืองไทย ภายหลังมีคำพิพากษาตัดสินสั่งจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช. และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. คนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จากปมจงใจปกปิด ขัดขวาง และเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ให้เปิดเผยเอกสารสำนวนคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แก่ "วีระ สมความคิด" แกนนำต้านคอร์รัปชัน ด้าน 2 อดีตบิ๊กยื่นหลักทรัพย์คนละ 4 แสนบาท ประกันตัวสู้ต่อชั้นอุทธรณ์ทันควัน

เปิดไทม์ไลน์ 2 อดีต ป.ป.ช. ปกปิด "คดีนาฬิกาหรู" จนโดนคุก

ย้อนมหากาพย์ 9 ปี "นาฬิกาเพื่อน" สู่ชนวนเหตุฟ้อง ม.157
มหากาพย์การต่อสู้ทางกฎหมายอันยาวนานของ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน มีไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญดังนี้ 

ปี 2560 - 2561: จุดเริ่มต้นคดีนาฬิกาหรู

  • ธันวาคม 2560: ปรากฏภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สวมใส่นาฬิกาหรูและแหวนเพชรราคาแพงที่ไม่ได้แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สิน จนนำมาสู่การร้องเรียนให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ
  • 27 ธันวาคม 2561 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ "ตีตกคำร้อง" โดยระบุว่า นาฬิกาทั้งหมดเป็นของนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ (เพื่อนสนิทที่เสียชีวิตไปแล้ว) พล.อ.ประวิตร เพียงแค่ยืมมาใส่ จึงไม่มีเจตนาจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน 

ปี 2562 - 2566: มหากาพย์การขอเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

  • ปี 2562: นายวีระ สมความคิด ยื่นคำร้องขอให้ ป.ป.ช. เปิดเผยเอกสารสำนวนการตรวจสอบทั้งหมด แต่ ป.ป.ช. ปฏิเสธ นายวีระ จึงใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ (กวพ.) ซึ่ง กวพ. มีคำวินิจฉัยให้ ป.ป.ช. ต้องเปิดเผยเอกสาร แต่ ป.ป.ช. ยังคงเพิกเฉย
  • ปี 2564: นายวีระ นำคดีไปฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อบังคับให้ ป.ป.ช. เปิดเผยเอกสาร 3 รายการสำคัญ ได้แก่
  1. รายงานแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด
  2. ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบ
  3. รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
  • 21 เมษายน 2566: ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาถึงที่สุด สั่งให้ ป.ป.ช. ต้องเปิดเผยข้อมูลทั้ง 3 รายการแก่นายวีระอย่างถูกต้องและครบถ้วน
  • พฤษภาคม - สิงหาคม 2566: ป.ป.ช. พยายามยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ แต่ศาลปกครองสูงสุดสั่งยกคำร้อง ต่อมาศาลปกครองกลางได้ออกคำบังคับขีดเส้นตายให้ ป.ป.ช. ส่งมอบเอกสารภายในวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ทว่า ป.ป.ช. ก็ยังไม่ยอมส่งมอบให้ครบถ้วนตามคำสั่ง 

ปี 2567 - 2568: นายวีระฟ้องอาญา ม.157 ตอกกลับบอร์ด ป.ป.ช.

  • ปี 2567 นายวีระ ยื่นฟ้องผู้บริหารและกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งหมดรวม 12 คน (รวมถึงนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการฯ) ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ (ม.157) จากการจงใจขัดคำสั่งศาลปกครองสูงสุด
  • 10 กันยายน 2568: ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 มีคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง รับฟ้องบอร์ด ป.ป.ช. ไว้พิจารณาจำนวน 4 ราย (และสั่งยกฟ้องจำเลยอีก 8 รายที่เหลือ เนื่องจากเป็นเสียงข้างน้อยในที่ประชุมหรือพ้นตำแหน่งไปก่อนหน้า)
  • เมษายน 2569: ในระหว่างกระบวนการสืบพยาน นายวีระได้ยื่นขอถอนฟ้องจำเลยไป 2 ราย (จำเลยที่ 8 และ 11) เนื่องจากให้ความร่วมมือและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่สาธารณะ ศาลจึงอนุญาต คงเหลือจำเลยหลัก 2 ราย คือ พล.ต.อ.วัชรพล และ น.ส.สุภา 

27 พฤษภาคม 2569: ศาลพิพากษาจำคุกอดีต 2 บิ๊ก ป.ป.ช.

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาว่า นายวีระ สมความคิด ในฐานะนักสิทธิมนุษยชนที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน ถือเป็นผู้เสียหายโดยตรงและมีอำนาจฟ้อง

ศาลชี้ว่าพฤติการณ์ของจำเลยมีเจตนาจงใจปกปิดและเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดและคำบังคับของศาลปกครองกลาง

ลงโทษจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ คนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา

สถานะล่าสุด ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 2 ราย ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 400,000 บาท และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อเตรียมต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป 

คดีนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทย และเป็นคดีแรกที่ประชาชนทั่วไปสามารถฟ้องร้องเอาผิดองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ปราบปรามการทุจริต จนศาลมีคำสั่งจำคุกได้สำเร็จ