เนชั่นทีวี

ข่าว

เสนอ ‘อนุทิน’ บุกฝรั่งเศส ปั้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดึงลงทุนระดับโลก

23 พ.ค. 2569 | titayu_pur

เสนอ ‘อนุทิน’ บุกฝรั่งเศส ปั้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดึงลงทุนระดับโลก

นักวิชาการ มธ. ชง ‘อนุทิน’ เยือนฝรั่งเศสใช้โอกาสทองพบผู้นำ-ยูเนสโก-IEA ชูโมเดลเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดึงนักลงทุน หวังขยับบทบาทไทยสู่เวทีโลก

นักวิชาการ มธ. ชง ‘อนุทิน’ เยือนฝรั่งเศสใช้โอกาสทองพบผู้นำ-ยูเนสโก-IEA ชูโมเดลเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดึงนักลงทุน หวังขยับบทบาทไทยสู่เวทีโลก

KEY

POINTS

  • โอกาสทองสู่เมืองระดับโลก: ใช้เวทียูเนสโกผลักดัน 9 เมืองสร้างสรรค์ของไทยให้เป็นหมุดหมายท่องเที่ยวหลัก เพื่อขับเคลื่อนรายได้ผ่าน Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
     
  • เชื่อมโยงพลังงานและทุน: การพบปะผู้อำนวยการ IEA จะช่วยเปิดประตูสู่เทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ ส่วนการเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน จะช่วยผลักดันให้ไทยกลายเป็นฐานผลิตในห่วงโซ่อุปทานโลก
     
  • นโยบายเชิงรุกในเวที APEC: เสนอให้ใช้เวที MRT ประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ชูความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนท่ามกลางความผันผวนโลก

23 พฤษภาคม 2569 นักวิชาการ มธ. เสนอแนะรัฐบาลไทยเร่งสร้าง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการร่วมมือกับ ยูเนสโก ยกระดับเมืองท่องเที่ยว พร้อมดึง การลงทุน จากต่างชาติเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย ควบคู่กับการแสวงหาความมั่นคงทาง พลังงาน ยั่งยืนในอนาคต


ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยควรใช้โอกาสจากการเดินทางไปเยือนประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 22-25 พ.ค. 2569 ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย (มท.) พร้อมคณะ ในการสร้างความร่วมมือและต่อยอดการสนับสนุนเชิงเศรษฐกิจ ตลอดจนนำเสนอมาตรการทางเศรษฐกิจ เพื่อดึงดูดการลงทุนเพิ่มเติม


เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะได้พบกับ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญ อาทิ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ฯลฯ และนักธุรกิจจากหลายประเทศ

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)

 

ผศ. ดร. เกียรติอนันต์ กล่าวว่า ในส่วนของประเด็นที่สามารถพูดคุยได้ทันที เช่น การหารือร่วมกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโกเพื่อต่อยอด 9 เมืองสร้างสรรค์ของไทย ซึ่งยูเนสโกได้รับรองให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต สุโขทัย เพชรบุรี สุพรรณบุรี เชียงราย สงขลา และน่าน โดยตั้งเป้าผลักดันให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งหากทำสำเร็จจะช่วยทั้งเมืองหลักและเมืองที่อยู่รอบๆ ในแง่เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ของประเทศด้วย 

 

“พิสูจน์แล้วว่าเศรษฐกิจที่เน้นการผลิตและอุตสาหกรรมจะอ่อนไหว ต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจไทยกำลังเจ็บหนักจากการเป็นเศรษฐกิจการผลิต การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้กลายเป็นอีกเครื่องยนต์ของไทยจึงสำคัญมาก เพราะสิ่งที่ส่งออกจะไม่ใช่สิ่งของ แต่คือวัฒนธรรม หรือความคิดสร้างสรรค์ การเน้นไปที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะทำให้ไทยไม่เจ็บหนักเช่นนี้ในอนาคต” ผศ. ดร. เกียรติอนันต์ กล่าว 

 

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะเยือนฝรั่งเศส

ผศ. ดร. เกียรติอนันต์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนการเข้าพบผู้อำนวยการ IEA นั้น ถึงแม้ว่า IEA จะไม่มีอำนาจในการกำหนดราคาพลังงานโลก แต่การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับ IEA จะมีส่วนช่วยในการเปิดประตูให้ไทยเชื่อมโยงไปสู่แหล่งพลังงานหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ ตลอดจนการได้รับคำแนะนำหรือแนวทางดีๆ ที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงาน และช่วยบรรเทาปัญหาพลังงานในประเทศได้


นักวิชาการธรรมศาสตร์รายนี้ ยังกล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC Ministers Responsible for Trade: MRT) ประจำปี 2569 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 22-23 พ.ค. 2569 ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ควรดำเนินการมี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. หาช่องทางในการพูดคุยเพื่อผลักดันให้ไทย เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมในประเทศต่างๆ ให้ได้ ไม่ว่าจะผลิตและส่งออก หรือการดึงดูดการลงทุนเข้าในประเทศ 2. การแสดงจุดยืนและท่าทีทางการเมือง เรื่องความเป็นกลางของไทยในเวทีโลก และ 3. การสื่อสารถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และแผนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศต่างๆ เช่น แผนในการใช้เงินกู้จำนวน 4 แสนล้านบาท


ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้เป็นจังหวะที่ทุกประเทศกำลังมองหาพื้นที่ในการลงทุนใหม่ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งทำให้การตัดสินใจลงทุนจะพิจารณาจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้อย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความน่าสนใจ ฉะนั้น หากมีการวางมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน ประกอบกับการเชิญชวนนักลงทุนในเวทีโลก จะช่วยให้ไทยสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งหากใช้เวทีนี้ในการตกลงหรือวางแผนในการขับเคลื่อนต่อได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว

 

“การเดินทางไปพบปะหารือ และร่วมประชุมของรัฐบาลไทยในครั้งนี้ จะเป็นหมุดหมายสำคัญของไทยในการขยับนโยบายต่างๆ ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากทำให้โลกมองเห็นประเทศไทยอยู่ในสายตา ท่ามกลางโลกที่มีความวุ่นวายในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำไปสู่ความร่วมมืออื่นๆ นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมบทบาทของไทยในเวทีเศรษฐกิจโลก จากการมีตำแหน่งแห่งที่ที่ชัดเจนในทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) โดยเฉพาะหากสามารถวางตัวได้เหมาะสม และหาสมดุลระหว่างความวุ่นวายทางการเมืองกับโอกาสทางเศรษฐกิจได้ดี” นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าว 



นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะเยือนฝรั่งเศส