เราต้องปลุกจิตสำนึกของพวกเรา เพราะหน้าที่ของเราคือดูแลประชาชน ความรู้สึกของพวกเราต้องห่วงใยประชาชน และมีความรู้สึกเจ็บปวดที่ได้เห็นประชาชนถูกรังแกหรือคุกคาม หากเรามีความสำนึกเช่นนี้ได้ การร่วมมือร่วมใจปฏิบัติงานของทุกคนก็จะทำให้เกิดความผาสุก “บำบัดทุกข์บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล“ ทั้ง 4 เป้าหมายนี้ ขอให้ถือเป็นเป้าหมายหลักที่พวกเราจะร่วมงานกันเพื่อให้ประชาชนได้มีความสุขในพื้นที่เสี่ยง เมืองท่องเที่ยว เขตเศรษฐกิจที่สำคัญ เราต้องสร้างให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงประชาชนที่มาหาโอกาสทำมาหากิน และทำให้ทุกจังหวัดมีความปลอดภัยปราศจากอาชญากรรมทุกรูปแบบ
โดยรัฐบาลชุดนี้ให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ การดำเนินการ รวมถึงการที่ทำให้มีอุปกรณ์เครื่องมืออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อตอบสนองเหตุการณ์ที่ต้องรวดเร็วและมีความทันท่วงที
ส่วนมิติด้านการปราบปราม ขอให้มีการเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท ไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกประเทศ และการกระทำผิดทุกเรื่องให้สอบสวน สืบสวน ขยายผล ไปถึงผู้บงการและเครือข่ายรายใหญ่ เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง อาทิ คอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ ต้องมีการจับกุมและตัดเส้นทางการเงินอย่างเด็ดขาด
สำหรับมาตรการเชิงรุก เราต้องปราบปรามผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน ซึ่งขณะนี้กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งไม่ให้บุคคลทั่วไปพกพาอาวุธปืน การพาอาวุธปืนถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่เจ้าพนักงานของรัฐยังสามารถพกพาอาวุธปืนไปไหนมาไหนได้ในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น
”พวกที่อยู่เหนือกฎหมายมักเป็นโรคความจำเสื่อม เวลาไปจับกุมตามกฎหมายเขามักถามว่า คุณรู้มั้ยผมเป็นใคร ในเมื่อมันยังไม่รู้ว่ามันเป็นใคร ท่านก็ไม่ต้องรู้ว่ามันเป็นใคร ก็จัดการซะ ปราบปรามให้สิ้นซาก ถ้าเป็นความจำเสื่อมจากสภาพทางกายเราดูแลเขา ถ้าความจำเสื่อมแล้วยังมาคุกคาม มาทำผิดกฎหมาย มาข่มเหงรังแกพี่น้องประชาชนของเรา คนเหล่านี้ไร้ค่าและต้องจัดการอย่างจริงจัง ให้เขาไปทบทวนความจำในคุก รับรองว่าเขาจะจำได้หมดว่าเขาได้ทำอะไรมาบ้าง และเขาคงรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ได้ทำ“ นายกฯ อนุทิน กล่าว
นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ตนพูดมาทั้งหมดไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเกิดวันนี้พรุ่งนี้ทั้งหมด แต่ถ้าเราค่อยๆ เริ่ม จากการที่เห็นหน้าผู้ว่าฯ ผู้การเริ่มคุยกันแล้ว ประชุมวางแผนกันแล้ว จูงมือกันลงตามพื้นที่ พวกอันธพาล คนทำผิดกฎหมาย นักเลง จะอยู่รอดหรือไม่ ตนไม่รู้ว่าโชคดีหรือไม่ที่ได้มาร่วมงานกับท่าน สิ่งที่มั่นใจคือ มั่นใจที่ตนถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ตนเชื่อมั่นในฝีมือ ในศักยภาพของฝ่ายความมั่นคงประเทศนี้ ตอนนั้นอาจจะโชคดีที่เข้ามาในช่วงที่พวกเราทุกคนทำงานแบบยึดมั่นในเรื่องของผลงานเป็นเป้าหมายหลัก
การตรวจสอบทุกวันนี้ ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี การสื่อสาร การเป็นข่าว ก็เหมือนเป็นกรอบที่ทำให้เราต้องเดินอยู่ภายในกรอบนั้น แล้วต้องการทำให้เห็นผลสัมฤทธิ์ขึ้นมา เพราะสิ่งที่เราได้ทำจะลงไปถึงคนทั้งประเทศภายในระยะเวลาอันสั้น และจะมีคอมเมนต์มากมายที่จะคอยกำกับตน ถือว่านี่คือการรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์และรับฟังคำแนะนำของประชาชน ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการมาโดยตลอด
ตอนนี้อาชญากรรมมีทั้งในและต่างประเทศ มีทั้งคนในและคนต่างประเทศผสมกัน เช่น ธุรกิจนอมินี การเป็นนายหน้าตัดตอนทั้งหลายเหล่านี้ ตนมั่นใจว่าไม่เกินความสามารถของพวกท่านแม้แต่น้อย ไม่ได้เผื่อพื้นที่แม้แต่ตารางเดียว เชื่อว่าท่านจะทำให้สำเร็จ เราต้องไม่ให้คนต่างชาติมาข่มเหงคนเรา
ขอให้ความมั่นใจว่าทุกคนไม่ต้องกังวลเรื่องการเมือง วันนี้ท่านได้รับนโยบายจากรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว ให้คำยืนยันว่าจะไม่มีรัฐมนตรีคนไหนไปบอกว่าให้ทำตามนายกฯ ไม่ต้องทำตามผู้ว่าฯ คนนั้นพวกผม คนนี้น้องผม ตนยืนยันว่าได้เปิดโหมดไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ลุยได้เลย คือการยึดถือพฤติกรรม หากรู้ว่าคนนี้จะโดนใครก็อย่าไปดูชื่อ บอกลูกน้องว่าไม่ต้องเอ่ยชื่อให้เอาพฤติกรรมมาเรื่อยๆ เมื่อมาถึงจุดที่เราช่วยเหลือเขาไม่ได้แล้ว ซึ่งตนทำแบบนี้มาแล้ว ในเมื่อตัวเองซึ่งรับผิดชอบการบริหารราชการแผ่นดินย่อมต้องทำในสิ่งเหล่านี้ ฉะนั้นคนอื่นมาสั่ง มาขอ ก็ถือว่าเป็นคำขอหรือคำสั่งที่ไม่ชอบ ในเมื่อเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบก็ไม่ต้องปฏิบัติ
“ผมอาจไม่มั่นใจว่าใครวอกแวกหรือไม่ แต่เชื่อว่าท่านยอดฝีมือทุกคน ผลงานเหล่านี้จะเป็นอานิสงส์ให้เราทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข มีความเต็มใจที่จะเห็นบ้านเมืองพัฒนาไปในทิศทางที่ดี หวังว่าเราจะแลกเปลี่ยนเจตนาร่วมกัน ท่านรู้สไตล์การทำงานของรัฐบาลนี้ดี “รับแทนหมด ไม่มีโยน” ถ้าท่านล้มเหลวก็คือความล้มเหลวของรัฐบาลเช่นกัน ไม่มีทางอื่นนอกจากบันดาลความสำเร็จเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างจริงจัง” นายกฯ กล่าวทิ้งท้าย