เนชั่นทีวี

ข่าว

ร้อง "กล้าธรรม" โดนตุ๋นทัวร์ฮัจญ์สูญ 4.6 แสน เร่งช่วยคดี-เยียวยา

21 พ.ค. 2569

ร้อง "กล้าธรรม" โดนตุ๋นทัวร์ฮัจญ์สูญ 4.6 แสน เร่งช่วยคดี-เยียวยา

ร้อง "กล้าธรรม" โดนตุ๋นทัวร์ฮัจญ์สูญ 4.6 แสน เร่งช่วยคดี-เยียวยา เตรียมดัน พ.ร.บ.กิจการฮัจญ์ ดัดหลังมิจฉาชีพ

21 พฤษภาคม 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) มอบหมายให้ นายนัจมุดดีน อูมา รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม, นายยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี พรรคกล้าธรรม และนายลุตฟี หะยีอีแต สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม เป็นตัวแทนรับเรื่องราวร้องทุกข์ จากผู้เสียหายคือ นายอะหมัด บิลตะหลี และนางยูรีนา นิเด พร้อมนายฮานาฟี หมีนเส็น ทนายความ เดินทางมายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย ขอให้ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการฮัจญ์ ช่วยเหลือเร่งรัดการดำเนินคดีและเยียวยาความเสียหายด้วย

 

 

 

 

โดยระบุว่า เมื่อประมาณวันที่ 25 ธันวาคม 2568 นายอะหมัด บิลตะหลี และนางยูรีนา นิเด (ภริยา) ชาวตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ถูกนายสุรศักดิ์ สุเรรัตน์ โฆษณาชักชวนตนเองและประชาชนทั่วไป ผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์และช่องทาง Facebook - WhatsApp โดยอ้างว่า บริษัท ทัวร์ แห่งหนึ่ง เป็นผู้ประกอบกิจการนำพาผู้แสวงบุญไปประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะห์ (Umrah) ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยสามารถจัดหาแพ็กเกจการเดินทาง ที่พัก และตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ได้จริง และกำหนดเดินทางในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

 

 

ร้อง "กล้าธรรม" โดนตุ๋นทัวร์ฮัจญ์สูญ 4.6 แสน เร่งช่วยคดี-เยียวยา

 

ร้อง "กล้าธรรม" โดนตุ๋นทัวร์ฮัจญ์สูญ 4.6 แสน เร่งช่วยคดี-เยียวยา

 

 

ทั้งนี้ เมื่อผู้เสียหายทั้งสองหลงเชื่อข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว จึงได้ตกลงซื้อแพ็กเกจแสวงบุญและโอนเงินผ่านธนาคารกรุงไทย ไปยังบัญชีธนาคารกรุงเทพ ของนายสุรศักดิ์ จำนวน 5 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 460,000 บาท

จนกระทั่งก่อนถึงกำหนดเดินทางในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ผู้เสียหายทั้งสองได้ทวงถามเอกสารการเดินทางและวีซ่า แต่ผู้ถูกร้องกลับบ่ายเบี่ยงและไม่สามารถจัดหาให้เดินทางได้จริง เมื่อทวงถามเงินคืน ผู้ถูกร้องปฏิเสธและได้หลบหนีไป

ปัจจุบันไม่สามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์ ส่วนทางแอปพลิเคชัน WhatsApp ผู้ถูกร้องอ่านข้อความแต่ไม่ยอมตอบกลับ ส่อถึงพฤติการณ์หลอกลวงฉ้อโกง

 

ดังนั้น ผู้เสียหายทั้งสองจึงขอความอนุเคราะห์เพื่อดำเนินการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองที่กำกับดูแลสำนักงานกิจการฮัจญ์ หรือคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการฮัจญ์ของ นายสุรศักดิ์ และ บริษัท ทัวร์ เพื่อปราบปรามบริษัทเถื่อนที่มีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชน ช่วยเหลือในการดำเนินคดีอาญา ฐานฉ้อโกงประชาชนกับ นายสุรศักดิ์ เพื่อนำเงินมาชดใช้เยียวยาค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายทั้งสอง เพราะขณะนี้ ไม่มีเงินดำรงชีพและติดตามคดีดังกล่าว

 

 

ด้านนายนัจมุดดีน กล่าวว่า ในนามพรรคกล้าธรรม โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้ทราบเรื่องนี้แล้ว และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเข้าใจดีว่า ผู้เสียหายทั้งสองคนได้ประกอบอาชีพสุจริตด้วยความยากลำบากเพื่อสะสมเงินมาทั้งชีวิต เพื่อหวังจะได้ไปแสวงบุญ แต่ต้องเจอผู้ประกอบการมาหลอกลวง ซึ่งได้ไปแจ้งความคดีฉ้อโกงประชาชน ที่สถานีตำรวจนครบาลหัวหมากไว้แล้ว เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ส่วนวันนี้ที่ได้มายื่นร้องทุกข์ทางพรรคกล้าธรรม ก็ถือว่าเป็นความรับผิดชอบเคสแรก หลังจากทางพรรคประกาศเปิดรับเรื่องราวร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน ส่วนเรื่องนี้ยืนยันว่าจะติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง จะไม่ทอดทิ้งเรื่องนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ทางพรรคยังจะใช้โอกาสนี้ เตรียมผลักดันเสนอร่างพระราชบัญญัติกิจการฮัจญ์ พ.ศ. .... สู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตนเองเห็นว่าจะเป็นประโยชน์และมีส่วนสำคัญในการป้องกันปัญหาหลอกลวงผู้แสวงบุญในโอกาสต่อไป

 

ด้านนายยูนัยดี วาบา กล่าวว่า ในนามทีมโฆษกพรรคกล้าธรรม จะเร่งนำเสนอกรณีผู้เสียหายถูกหลอกซื้อทัวร์ไปแสวงบุญ เข้าสู่คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ และคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาและเยียวยาให้ผู้เสียหายโดยเร็ว

 

 

#ผู้แสวงบุญ #หลอกทัวร์ฮัจญ์ #พรรคกล้าธรรม #ผู้เสียหายฮัจญ์ #ธรรมนัสพรหมเผ่า #นัจมุดดีนอูมา #ยูนัยดีวาบา #เตือนภัยมิจฉาชีพ #คดีฉ้อโกงประชาชน #พรบกิจการฮัจญ์ #ข่าววันนี้