เนชั่นทีวี

ข่าว

เบื้องหลัง - ไทม์ไลน์ ภารกิจช่วย “ลุงโยชน์” พ้นคุกกัมพูชา กลับไทย

16 พ.ค. 2569

เบื้องหลัง - ไทม์ไลน์ ภารกิจช่วย “ลุงโยชน์” พ้นคุกกัมพูชา กลับไทย

เปิดเบื้องหลัง – ไทม์ไลน์ ช่วย “ลุงโยชน์” ชาวสุรินทร์ หลังถูกคุมขังในคุกกัมพูชา โดยรัฐบาล-กองทัพภาค 2 ใช้กลไก RBC ประสานส่งตัวกลับไทยสำเร็จ

เปิดเบื้องหลังภารกิจช่วย “ลุงโยชน์” กลับไทย หลังถูกคุมขังในเรือนจำกัมพูชานานเกือบ 3 สัปดาห์ รัฐบาล-กองทัพภาคที่ 2 ผนึกกำลังใช้กลไก RBC เจรจาชายแดนไทย–กัมพูชา จนภารกิจสำเร็จ “ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือ คงต้องติดคุกอีกหลายปี” เสียงจากลุงโยชน์ หลังกลับสู่อ้อมกอดครอบครัว

 

16 พฤษภาคม 2569 จากกรณี “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวบ้าน ต.กันตรวจระมวล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ที่ถูกคุมขังในเรือนจำอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ภายหลังเข้าไปหาของป่าในพื้นที่บริเวณห้วยสำเริง ใกล้บ้านโนนทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา และไม่สามารถติดต่อได้ ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. 69 กระทั่งมีการส่งตัวกลับมาไทย เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 69 นั้น

เบื้องหลัง - ไทม์ไลน์ ภารกิจช่วย “ลุงโยชน์” พ้นคุกกัมพูชา กลับไทย

 

เบื้องหลังการช่วยเหลือ “ลุงโยชน์” กลับไทย

 

สำหรับเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ ลุงโยชน์ เป็นผลจากการทำงานเชิงรุกของรัฐบาลและกองทัพไทย ที่บูรณาการการทำงานด้านความมั่นคงและการทูตอย่างใกล้ชิด

 

รายงานข่าว ระบุว่า ภายหลังครอบครัวเข้าแจ้งความต่อ สภ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีลุงโยชน์สูญหาย หลังเข้าไปหาของป่าในพื้นที่ห้วยสำเริง ใกล้บ้านโนนทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งติดตามสถานการณ์ทันที เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดแนวชายแดน และมีความอ่อนไหวด้านความมั่นคง

เบื้องหลัง - ไทม์ไลน์ ภารกิจช่วย “ลุงโยชน์” พ้นคุกกัมพูชา กลับไทย

 

ทันที ที่ได้รับรายงาน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศ ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมใช้ทุกช่องทางให้ความช่วยเหลือคนไทย หากพบว่าถูกควบคุมตัวอยู่จริง ให้เร่งประสานการช่วยเหลือโดยด่วน

 

ต่อมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการไปยังผู้บัญชาการทหารบก โดยมอบหมายให้เสนาธิการทหารบก กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด และให้กองทัพภาคที่ 2 ใช้กลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) เป็นช่องทางหลักในการประสานกับฝ่ายกัมพูชา ถือเป็นกลไกความร่วมมือด้านชายแดนที่มีประสิทธิภาพ และช่วยลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ

 

ทั้งนี้ พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธาน RBC ฝ่ายไทย ได้หารือทางโทรศัพท์กับ พล.จ.นิด นารง รองเสนาธิการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 ในฐานะประธาน RBC ฝ่ายกัมพูชา ก่อนจัดทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงฝ่ายกัมพูชา เพื่อขอทราบสถานะของลุงโยชน์

 

ภายหลังการตรวจสอบ ฝ่ายกัมพูชายืนยันว่า ลุงโยชน์ถูกควบคุมตัวจริงในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดอุดรมีชัย ก่อนทั้งสองฝ่ายจะประสานงานกันต่อเนื่องผ่านช่องทางโทรศัพท์และกลไกชายแดน

 

แหล่งข่าว ระบุว่า ช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 48 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าร่วมประชุม ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวะสำคัญที่ทำให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม เร่งประสานความร่วมมือ เพื่อผลักดันการช่วยเหลือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้แจ้งให้ทราบว่า จะอนุญาตให้กงสุลไทยเข้าเยี่ยมในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 และต่อมาแจ้งกำหนดปล่อยตัวในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สร้างความโล่งใจให้กับครอบครัวและประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

 

ในที่สุด ภารกิจช่วยเหลือประสบความสำเร็จ เมื่อคณะกรรมการ RBC ไทย–กัมพูชา ร่วมประสานการส่งตัวลุงโยชน์กลับประเทศไทยผ่านด่านช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนความร่วมมือระหว่างรัฐบาล กองทัพ และหน่วยงานด้านการต่างประเทศ ที่ทำงานอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อดูแลความปลอดภัยของคนไทย แม้อยู่ในต่างแดน

 

เบื้องหลัง - ไทม์ไลน์ ภารกิจช่วย “ลุงโยชน์” พ้นคุกกัมพูชา กลับไทย

 

ไทม์ไลน์การช่วยเหลือ “ลุงโยชน์”  25 เม.ย. 69 –15 พ.ค. 69

 

  • 25 เม.ย. 69 ลุงโยชน์ หายตัวขณะเข้าหาของป่า บริเวณห้วยสำเริง ใกล้บ้านโนนทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พื้นที่ติดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

 

  • 10 พ.ค. 69 ข่าวการหายตัวเริ่มแพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย มีการโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือและติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง

 

  • 11 พ.ค. 69 มีการยืนยันว่า ลุงโยชน์ ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดอุดรมีชัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาบเชิง และ กก.2 ออกมายืนยันข้อมูลดังกล่าว ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

  • 12 พ.ค. 69 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ ระบุว่า กรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการของฝ่ายกัมพูชา พร้อมสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

 

  • 13 พ.ค. 69 กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภาพและไทม์ไลน์การดำเนินงาน พร้อมแถลงผ่านสถานกงสุล ณ เมืองเสียมราฐ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของสังคมเริ่มฟื้นตัว

 

เบื้องหลัง - ไทม์ไลน์ ภารกิจช่วย “ลุงโยชน์” พ้นคุกกัมพูชา กลับไทย

 

  • 14 พ.ค. 69 เวลา 11.00 น. ผู้บังคับการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 (ฝ่ายกัมพูชา) ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย แจ้งกำหนดส่งตัว ลุงโยชน์ กลับประเทศไทยในวันที่ 15 พ.ค. 69 เวลา 10.00 น. ณ จุดผ่านแดนช่องสะงำ จังหวัดสุรินทร์

 

  • 15 พ.ค. 69 เวลา 10.00 น. ภารกิจส่งตัวสำเร็จ ณ ด่านช่องสะงำ โดยมี พล.ต.กัมปนาท เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 และ พล.อ.นิด นารง ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนที่ 4 (ฝ่ายกัมพูชา) ร่วมประสานงานผ่านกลไก RBC โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อแลกเปลี่ยนใด ๆ

 

ช่วงก่อนเที่ยงวันเดียวกัน ลุงโยชน์ เดินทางกลับถึงบ้าน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ท่ามกลางการต้อนรับของครอบครัวด้วยความดีใจและน้ำตาแห่งความโล่งใจ พร้อมกล่าวว่า “ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือ คงต้องติดคุกอีกหลายปี”

 

  • 15 พ.ค. 69 เวลา 11.20 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมแม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมแถลงข่าวที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา ยืนยันว่า การประสานงานเป็นไปโดยไร้เงื่อนไข พร้อมย้ำบทบาทของกลไก JBC , GBC และ RBC ที่ทำงานควบคู่กันอย่างมีประสิทธิภาพ