"สีหศักดิ์" ชี้กัมพูชาต้องสร้างบรรยากาศหยุดยิง-หยุดสงครามวาจา
29 เม.ย. 2569

"สีหศักดิ์" ย้ำไทยมองไปข้างหน้าปมกัมพูชา ชี้กัมพูชาต้องสร้างบรรยากาศหยุดยิง-หยุดสงครามวาจา ลั่น! ความขัดแย้งคลี่คลายไม่ได้หากไร้ความจริงใจจากฝ่ายกัมพูชา
ข่าว
29 เม.ย. 2569

"สีหศักดิ์" ย้ำไทยมองไปข้างหน้าปมกัมพูชา ชี้กัมพูชาต้องสร้างบรรยากาศหยุดยิง-หยุดสงครามวาจา ลั่น! ความขัดแย้งคลี่คลายไม่ได้หากไร้ความจริงใจจากฝ่ายกัมพูชา
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหภาพยุโรป ที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไนดารุสซาลาม หารือทวิภาคีกับนางสาวมาเรีย เทเรซ่า พี ลาซาโร่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประเทศเจ้าภาพประธานอาเซียน ประจำปี 2569 นี้ ซึ่งในการหารือรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ให้ความสนใจถึงพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา
นายสีหศักดิ์ ได้ยืนยันว่า "ไทยกำลังมองไปข้างหน้า" พร้อมยังได้ชี้แจงย้ำถึงการหารือกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา เมื่อวานนี้ (27 เม.ย.) ที่ฝ่ายไทย ได้แจ้งฝ่ายกัมพูชาว่า จะต้องมีทั้งการหยุดยิง และการหยุดยั้งสงครามด้วยวาจาระหว่างประเทศ ควรหยุดด้วยเช่นกัน ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายเคยได้ตกลงไว้ เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา มีทั้งประเด็นชายแดน การขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ และความรู้สึกระดับประชาชน ซึ่งไม่สามารถคลี่คลายได้ หากไร้ความจริงใจจากฝ่ายกัมพูชา โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตกลงกัน เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการภายในก่อน แต่ฝ่ายกัมพูชา กลับประกาศวันประชุมอย่างกะทันหัน โดยที่ฝ่ายไทยไม่เคยทราบมาก่อน เปรียบเสมือนการผลักให้ไทยเป็นฝ่ายปฏิเสธ ดังนั้น หากต้องการเดินหน้าในความสัมพันธ์ การสร้างบรรยากาศที่ดีจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสม หรือการตกลงความร่วมมือชายแดนเชิงสร้างสรรค์ อาทิ ความร่วมมือการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นและเมื่อความสัมพันธ์ดีขึ้นจึงจะสามารถเดินทางในหลายเรื่องต่อไปได้
นายสีหศักดิ์ ยังชี้แจงอีกว่า ตั้งแต่มีการหยุดยิง ฝ่ายไทยยับยั้งทุกอย่าง แต่ในบางครั้งหากฝ่ายไทยถูกกล่าวหา ก็เป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน นายสีหศักดิ์ ยังได้หารือทวิภาคีกับนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ได้ให้ความสนใจในประเด็นเมียนมาเป็นพิเศษ และแสดงความกังวลถึงจังหวะของการขยับตัวในประเด็นเมียนมา เนื่องจากสิงคโปร์ ยังคาดหวังพัฒนาการอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่านี้
โดยนายสีหศักดิ์ เห็นด้วยในประเด็นดังกล่าวอย่างชัดเจน พร้อมยังได้ถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับจากการเดินทางเยือนเมียนมาและเข้าพบพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไหล่ ประธานาธิบดีของเมียนมา ให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ทราบ และเห็นความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาภายในเมียนมา รวมถึงกระบวนการสันติภาพและการพูดคุยระหว่างกลุ่มต่าง ๆ เพราะพรมแดนของไทยติดกับเมียนมา ส่งผลให้ไทยไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปโดยแค่มองดูเพียงอย่างเดียว จึงต้องพยายามเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้รัฐบาลเมียนมาเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ พร้อมเห็นว่า หากเมียนมาถูกโดดเดี่ยวต่อไปจากอาเซียน อาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้นในภูมิภาค และหากการรื้อฟื้นความสัมพันธ์เกิดขึ้น อาเซียนจะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลประโยชน์จากความมั่นคงในภูมิภาคและความเป็นเอกภาพของอาเซียน
ขณะเดียวกัน ในการร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหภาพยุโรป ที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไนดารุสซาลามครั้งนี้ นายสีหศักดิ์ ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า การประชุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ท้าทายเนื่องจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทุกคน ไม่เพียงแต่ในแง่ผลกระทบโดยตรงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสภาพของโลกในปัจจุบันด้วย ซึ่งวิกฤตที่เกิดขึ้น “ไม่ใช่วิกฤตธรรมดา” แต่เป็นบททดสอบของระเบียบโลก ที่ยึดกฎกติกาเป็นพื้นฐาน
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า วิกฤตครั้งนี้ยังทำให้เห็นถึงความสำคัญของความมั่นคงทางทะเลและพลังงาน โดยที่ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในพื้นที่หนึ่ง สามารถส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ทั้ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป ดังนั้น ความท้าทายเหล่านี้ กำลังทดสอบความพร้อมของอาเซียนและสหภาพยุโรปและมีนัยสำคัญที่ไม่มีประเทศใดสามารถรับมือได้เพียงลำพัง พร้อมยังมองว่า จากปัญหานี้ “ความยืดหยุ่น” จะต้องได้รับการเสริมสร้าง เพราะวิกฤตที่เกิดขึ้น ได้เผยให้เห็นจุดเปราะบางในด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน และเร่งให้เห็นความจำเป็นของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด รวมถึงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน ที่จะมีบทบาทสำคัญในการกระจายแหล่งพลังงานและเสริมสร้างความยืดหยุ่นในภูมิภาค
นายสีหศักดิ์ ยังย้ำว่า ความเป็นหุ้นส่วนของอาเซียนและสหภาพยุโรป ยังต้องให้ความสำคัญกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน และเศรษฐกิจ เช่น การหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ที่อาเซียน และสหภาพยุโรปสามารถร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมได้
ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายสีหศักดิ์ ยังได้เปิดเผยผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหภาพยุโรปว่า จากสถานการณ์โลกทั้งความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน สงครามในอิหร่าน และสงครามในฉนวนกาซา สหภาพยุโรปเริ่มเล็งเห็นความสำคัญ ของการเป็นหุ้นส่วนภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ซึ่งจะต้องมีจุดยืนร่วมกันเพื่อปกป้องสันติภาพ และคงไว้ซึ่งระเบียบโลกที่ยึดกติการระหว่างประเทศ ไม่ใช่การใช้กำลังหรืออำนาจในการแก้ไขปัญหา และ “Global Gateway” จะเป็นแนวคิดริเริ่มใหม่ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ที่สหภาพยุโรปจะเข้ามามีบทบาทและต้องการดำเนินการร่วมกับอาเซียน เป็นเหมือนการเปิดประตูใหม่ทางเศรษฐกิจร่วมกัน
ข่าวล่าสุด