“เอกนัฏ” ลั่นกลางสภา จะกระชากหน้ากากไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน
23 เม.ย. 2569

ล้างบางไอ้โม่งน้ำมัน! “เอกนัฏ” ลั่นกลางสภา จะกระชากหน้ากากไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ไม่เว้นหน้าแม้หน้าไหน สั่ง “โอ๋ สุดซอย" ลุยเช็กบิล พบหลักฐานแล้วกว่า 100 ราย
ข่าว
23 เม.ย. 2569

ล้างบางไอ้โม่งน้ำมัน! “เอกนัฏ” ลั่นกลางสภา จะกระชากหน้ากากไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ไม่เว้นหน้าแม้หน้าไหน สั่ง “โอ๋ สุดซอย" ลุยเช็กบิล พบหลักฐานแล้วกว่า 100 ราย
23 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ตอบกระทู้ถามสด ปมการ กักตุนน้ำมัน, ไอ้โม่งน้ำมัน, สแกมเมอร์น้ำมัน ซึ่งนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สอบถามในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ตนในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และในฐานะประธานกองทุนน้ำมันนั้น เคยให้ข้อมูลไปแล้วว่า น้ำมันที่หายไป หรือที่ถูกส่งต่อช้า ตนจะตามจับไอ้โม่งให้ได้ และตนเชื่อว่า มีการร่วมมือกันเป็นขบวนการ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันแล้วว่า จะต้องกระชากหน้ากากไอ้โม่งให้ได้
นายเอกนัฏ ยังยอมรับว่า ตนเห็นปัญหาและข้อพิรุธ คดีการกักตุนน้ำมันที่อ่างทอง และตนได้ลงนามตั้งคณะทำงานสุดซอย ที่มีนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ อดีต สส.กรุงเทพฯ หรือ “โอ๋ สุดซอย” เป็นหัวหน้าทีมแล้ว รวมถึงคดีดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้รับเป็นคดีพิเศษไปแล้ว แต่กระทรวงพลังงาน จะไม่หยุดเพียงเท่านี้ โดยใช้ให้คณะทำงานชุดสุดซอย ขยายผลการตรวจสอบ ทั้งการขนส่ง และการรายงานข้อมูลว่า เป็นไปตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่
พร้อมยังเปิดเผยว่า การตรวจสอบ ยังพบความเชื่อมโยงจากคลังน้ำมันอ่างทองไปยังอีกหลายคลัง ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (24 เม.ย.) ชุดสุดซอย จะขยายผลหากพบจุดใดมีความเชื่อมโยงจะตรวจสอบทั้งหมด และทุกความเสียหาย ตนจะส่งให้ DSI แน่นอนเหมือนสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ผมเคยติดตามจนผู้ต้องหาถูกฝากขัง หรือตายในคุกก็มี และกำไรที่ได้มา ก็จะต้องไปตายในคุก พร้อมย้ำว่า จะตรวจสอบถึงขบวนการลักลอบนำน้ำมัน ที่ได้รับการอุดหนุนกองทุนน้ำมันไปขายต่างประเทศด้วย หากพบข้อมูลใบขนน้ำมันไม่ตรงกับประกาศกรมธุรกิจพลังงาน ก็จะดำเนินคดีทุกกระทง ซึ่งตั้งแต่เดือนมีนาคม พบผู้ค้าตามมาตรา 7 เจอกระทำผิดแล้วไม่ต่ำกว่า 100 รายการ ทั้งจากคลังน้ำมันชลบุรี ระยอง ไปยังสุราษฎร์ และสงขลา และจะตรวจสอบอีกทุกเจ้า ไม่สนเสี่ยตือ หรือใครก็แล้วแต่ จะเรียกคืนทุกหยด ทุกบาท แน่นอน
ส่วนกรณีที่สังคมสงสัยไอ้โม่งอยู่ในรัฐบาล นายเอกนัฏ จะกล้าตรวจสอบนายพิพัฒน์จริงหรือไม่นั้น นายเอกนัฏ ยืนยันว่า ตนปฏิบัติตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ที่ได้ประกาศไม่เอาทุนเทา ไม่เอาสแกมเมอร์ และกาสิโน ใครที่พัวพันในคดีนี้ ก็จะต้องเปิดชื่อ และดูพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือคนในครอบครัว หรืออยู่ในพรรคเดียวกัน หรือคนในพรรคอื่น หากกระทำความผิด ก็ต้องเอาผิดทั้งหมด และคนที่สั่งการตน คือนายกรัฐมนตรี แต่นายของตน คือประชาชน
ดังนั้น ตนจึงไม่ต้องกลัวใคร และที่ผ่านมาการทำงานของตนก็ยึดกฎหมาย และประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ซึ่งตนก็พิสูจน์มาแล้วจากการกระทำจริง ที่ตนหั่นราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นทันทีโดยไม่ต้องสนใจใด ๆ ดังนั้น จึงขอให้ผลงาน และความตั้งใจของตนเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ตนเชื่อว่า ความโปร่งใส เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ข่าวล่าสุด