ขณะที่ นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และอาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวช่วงหนึ่งว่า ตลอดเดือนมีนาคม รัฐบาลใช้เงินกองทุนน้ำมัน 4หมื่นล้านบาท ถ้าตกไปอยู่ที่ใครกักตุนน้ำมัน หากพบต้องจำคุกและยึดทรัพย์สถานเดียว เพื่อเอามาคืนแผ่นดินให้หมด และขอให้รัฐบาลตรวจสอบทั่วประเทศ รวมถึงขอให้ช่วยชดเชยกองทุนน้ำมัน ใครที่กำไรเกินควรขอให้เอากลับมาให้เร็วที่สุด และยังขอให้รัฐบาลเปิดเผยต้นทุนที่แท้จริง
รวมถึงขอเสนอว่า การประชุม กบน. กบง. ขอให้ต่อเนื่องและประกาศในวันเดียวกัน อีกทั้งยังขอให้รัฐบาลดำเนินการให้ไม่มีการกักตุน และให้มีพอเพียงเพื่อไม่ให้เกิดการกักตุนน้ำมัน
การยื่นหนังสือในวันนี้ มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ พร้อมด้วย พร้อม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้เดินทางออกมารับหนังสือ ด้วยตนเอง
นายภราดร กล่าวว่า เมื่อวานมีการแถลงนโยบายในหลายเรื่อง และเรื่องของการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ราคาค่าไฟฟ้า ที่จะต้องเอื้อให้กับประชาชนเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ รวมถึงเรื่องของการหาตัวไอ้โม่ง ยืนยันว่า ขณะนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ดำเนินการแล้ว โดยนำกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เข้าไปดำเนินการ อย่างที่ จ.สุราษฎร์ธานี ก็ได้สืบหาเบาะแสอยู่ ทั้งนี้หากมีการกักตุนน้ำมัน รัฐบาลนี้จะไม่ปล่อยไว้แน่นอน
ส่วนเรื่องการเยียวยาประชาชน วันนี้ประชุม ครม.นัดแรก ถือว่ามีอำนาจเต็มในการบริหารบ้านเมือง ซึ่งมีหลายเรื่องในการช่วยเหลือค่าครองชีพ ในระยะเร่งด่วนส่วนในระยะยาว คือการจัดทำงบประมาณปี 2570 โดยเรื่องที่ไม่จำเป็น เช่น การก่อสร้างอาคารราชการ จะให้หยุดก่อน เพราะนายกรัฐมนตรีเห็นถึงความสำคัญจะใช้เงินทุกบาทให้คุ้มค่า ให้ดีที่สุด โดยเป้าหมายใหญ่ในปี 70 คือการช่วยเหลือประชาชน เพราะสงครามคงอยู่กับเรา ดังนั้น การทำงบประมาณปี70 จะต้องตอบโจทย์สถานการณ์สงคราม และขอให้คำมั่นสัญญากับประชาชนว่า รัฐบาลนี้จะดูแลประชาชนและเห็นถึงความสำคัญ และดำเนินการนโยบายต่างๆ ให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ที่สุด
ทั้งนี้ นายพิชิต กล่าวเพิ่มเติมระบุว่า การที่รัฐมนตรีมารับหนังสือด้วยตนเอง เป็นการได้รับเกียรติอย่างดี และถือเป็นเริ่มต้นการทำงานอย่างให้เกียรติกัน แต่การจริงใจหรือไม่ ไม่ใช่แค่การรับหนังสือ ดังนั้นหากจริงใจอย่างแท้จริง รัฐบาลต้องแก้ปัญหาวิกฤตของประชาชน
ส่วนกรณีที่มีการปรับลดราคาน้ำมันในช่วงสงกรานต์นั้น นายพิชิต มองว่า เราอาจจะดีใจกับการปรับราคาที่ทำให้น้ำมันลดลง ครั้งแรก 2 บาท ครั้งที่สอง 4-6 บาท
แต่นี่คือใบเสร็จสำคัญที่สะท้อนว่า รัฐบาลสามารถจัดการค่าการกลั่นได้ และเชื่อว่าจะสามารถทำให้ค่าการกลั่นลดลงมากกว่านี้ ซึ่งก็จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงได้
ดังนั้นถ้าอยากให้ประชาชนดีใจมากกว่านี้ จะต้องรู้ต้นทุนค่าการกลั่นอย่างแท้จริง ที่มั่นคงไม่ใช่ผันผวนขึ้นลง ซึ่งรัฐมนตรีสามารถกำหนดค่าการกลั่นแบบมั่นคงได้ เพราะจะไปช่วยพยุงราคาน้ำมันได้
ทั้งนี้ ในวันที่ 21 เม.ย. 10.00 น. กลุ่ม คปท.ได้นัดหมายรวมพี่น้องแต่ละเครือข่าย เพื่อมายื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ เพื่อดำเนินการสิ่งที่ควรทำเร่งด่วน และสิ่งที่ไม่ควรทำเร่งด่วนด้วย