ประธานวินิจฉัย "เข้าข่ายใส่ร้าย"
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ในขณะนั้น ได้วินิจฉัยว่าคำว่า "ขายวิญญาณไปจากประชาธิปไตย" เป็นการกล่าวหาและเข้าข่ายการใส่ร้าย จึงขอให้นายณัฐพงษ์เปลี่ยนคำพูดให้เหมาะสม
แม้ทางขุนพลพรรคประชาชน นำโดย นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล และ นายรังสิมันต์ โรม จะลุกขึ้นช่วยกันประท้วงและหารือว่าคำพูดดังกล่าวเป็นเพียงการถ่ายทอดความรู้สึก ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาเอง และหากต้องถอนทุกคำอภิปรายจะทำให้สภาเดินหน้าต่อไม่ได้ แต่นายจุลพันธ์ยังคงยืนกรานตามข้อบังคับการประชุมที่ 69 ห้ามมิให้มีการใส่ร้ายป้ายสีบุคคลใด
ยอมถอย! เปลี่ยนเป็น "ละทิ้งจุดยืนเดิม"
ท้ายที่สุด นายณัฐพงษ์ ยอมปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของประธาน โดยขอเปลี่ยนคำพูดจาก "ขายวิญญาณ" เป็น "ละทิ้งจุดยืนเดิม" แทน
อย่างไรก็ตาม นายจุลพันธ์ได้ทิ้งท้ายด้วยความดุเดือดว่า "จะใช้วิธีตอดเล็กตอดน้อยแบบนี้ก็ตามสะดวก มันแสดงถึงศักดิ์ศรีและคุณภาพของพรรคท่าน" นายจุลพันธ์ กล่าว
ทำให้ประธานรัฐสภาต้องรีบตัดบทเพื่อควบคุมสถานการณ์และดำเนินการประชุมต่อไป