ฝ่ายค้านผนึกกำลัง! "เท้ง ณัฐพงษ์" นำทีมชำแหละนโยบายรัฐ ชูธีม "พอแล้วไม่ไหวแล้ว"
08 เม.ย. 2569

ฝ่ายค้านผนึกกำลัง! "เท้ง ณัฐพงษ์" นำทีมชำแหละนโยบายรัฐ ชูธีม "พอแล้วไม่ไหวแล้ว" ซัดปมผลประโยชน์ทับซ้อน-วิกฤต PM 2.5
ข่าว
08 เม.ย. 2569

ฝ่ายค้านผนึกกำลัง! "เท้ง ณัฐพงษ์" นำทีมชำแหละนโยบายรัฐ ชูธีม "พอแล้วไม่ไหวแล้ว" ซัดปมผลประโยชน์ทับซ้อน-วิกฤต PM 2.5
8 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ "เท้ง" หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อม พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคกล้าธรรม ร่วมแถลงข่าว ความพร้อมการพิจารณาคำแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ โดยเตรียมผู้อภิปรายกว่า 20 คน ครอบคลุมทุกวิกฤตที่ประชาชนประสบ
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า การอภิปรายครั้งนี้จะใช้ธีม "พอแล้วไม่ไหวแล้ว" เพื่อสะท้อนความอัดอั้นของประชาชนต่อการเมืองที่ไม่ได้มุ่งเน้นประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ แม้นโยบายจะเขียนไว้อย่างสวยหรู แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ "เจตจำนงทางการเมือง" ที่ต้องปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะวิกฤตพลังงานและน้ำมันที่ประชาชนตั้งคำถามถึงความตรงไปตรงมาของรัฐบาล
ในประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าเป็นภารกิจที่รัฐบาลต้องทำตามฉันทามติประชาชนที่เคยลงประชามติไว้ ส่วนกรณีคดี 44 สส. ที่ ป.ป.ช. จะส่งสำนวนในวันที่ 9 เมษายนนี้ ตนมองว่าหากเป็นไทม์ไลน์ปกติควรจะพ้นช่วงสงกรานต์ไปก่อน พร้อมฝากเตือนรัฐบาลอย่าใช้อำนาจไม่ชอบหรือรวบอำนาจจนทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภา
พรรคร่วมฝ่ายค้าน (ประชาชน, ประชาธิปัตย์, กล้าธรรม) ร่วมแถลงทวงถามการแก้ปัญหาฝุ่นพิษและไฟป่าในภาคเหนือ
โดย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญจากกรณีปัญหาฝุ่นPm2.5 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีการสูญเสียโดยเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ที่จังหวัดแพร่ และจากการที่ตนได้เข้าไปดูในพื้นที่ก็รับทราบถึงปัญหาว่าจริงๆแล้วมีเจ้าหน้าที่ ที่สูญเสียชีวิตจากการปฎิบัติหน้าที่ เป็นประจำเกือบทุกปี วันนี้หากหน่วยงานภาครัฐมีการวางแผน ทั้งงบประมาณและการเตรียมกำลังพล อุปกรณ์การป้องกัน รวมถึงสวัสดิการต่างๆที่ดีเพียงพอเราอาจจะป้องกันการสูญเสีย ไม่ให้เกิดแบบนี้ทุกๆปีได้
และตนได้ลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ต้องพบว่ากลุ่มเปราะบางและประชาชนต่างๆในชุมชน ยังได้รับผลกระทบจากฝุ่น Pm 2.5 ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยติดเตียง ตามชุมชน ที่ไม่สามารถปรับปรุงห้องที่อยู่อาศัยเป็นห้องปิด และเอาเครื่องปรับอากาศไปติดตั้งภายในได้ ดังนั้นจึงมองว่าหน่วยงานภาครัฐสามารถทำสิ่งต่างๆ เพื่อช่วยเหลือได้ในเบื้องต้นเช่นมุ้งสู้ฝุ่น ที่เอาไปติดตั้งในเตียงผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางต่างๆ รวมถึงทำห้องปลอดฝุ่นและห้องแรงดันบวก ที่ใช้ต้นทุนไม่สูงในการติดตั้ง และมีประสิทธิภาพมาก นี่จึงเป็นสิ่งที่เราอยากจะส่งเสียงสะท้อนไปถึงภาครัฐ
หากมีการสนับสนุนที่เพียงพอ หน่วยงานในท้องถิ่นต่างๆ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็พร้อมอยู่แล้ว จะนำทรัพยากรต่างๆ ไปช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางโดยตรง นี่จะเป็นการนำเอาข้อเสนอต่างๆในฐานะของพรรคฝ่ายค้านนำไป ผลักดันต่อในกรรมาธิการวิสามัญ เพื่ออุดช่องว่าง ช่องโหว่ต่างๆ และจะผลักดันพระราชบัญญัติอากาศสะอาด อย่างถึงที่สุด
ขณะที่ นางการดี เลี่ยวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าตนขอขอบคุณพรรคประชาชนที่ผลักดันเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ทุกคนเห็นตรงกันว่าเรื่องของอากาศสะอาด สมควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย ของประชาชนทุกคน และการประชุมสภาเมื่อเช้าก็ได้มีการรับรองถึงการตั้งกรรมาธิการวิสามัญติดตาม แก้ไขปัญหาฝุ่น Pm2.5 ที่ไม่ใช่เฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเท่านั้น แต่เราอยากจะให้ติดตามการแก้ไขปัญหาองค์รวมทั้งประเทศ เพื่อไม่ให้ปัญหานี้เป็นปัญหาตามฤดูกาล ที่เราจะจะมาพูดกันนาทีนี้และเราก็หายไป
ก่อนที่จะกลับมาพูดเรื่องเดิมกันใหม่ สิ่งที่เราเห็นตรงกัน ในฝ่ายค้าน คือเรื่องของพ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นสิ่งที่มีมีความสำคัญแม้ว่าวันนี้ จะมีข้อถกเถียงถึงความเหมาะสม ถึงความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง แต่ตนคิดว่าเราไม่ควรจะปัดตกสิ่งนี้ไป ตนขอ ย้ำว่ารัฐบาลควรจะเอาพระราชบัญญัติอากาศสะอาดนี้ ต่อเนื่องขึ้นไปในระดับวุฒิสภา แม่อาจจะต้องมีการแก้ไขแต่ก็อยากจะให้ รับฟังความคิดเห็นของทุกคน และไม่อยากให้มองปัญหานี้เป็นเพียงปัญหามลพิษ
แต่เรากำลังเข้าสู่วิกฤตสุขภาพ และการจัดการทรัพยากรที่ เหมาะสมกับประเทศไทยในอนาคต โดยสิ่งที่เราต้องการจะติดตาม คือพ.ร.บ.อากาศสะอาดฉบับนี้ ก็ควรจะต้องดำเนินการไปไม่สมควรจะต้องถูกปัดตก และเริ่มนับหนึ่งใหม่ เพราะพ.ร.บ. เห็นเรื่องสุขภาพและความมั่นคงของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น
ทั้งนี้ขอให้ทุกคนติดตามไม่ใช่แค่เรื่องฝุ่นเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องสารพิษต่างๆที่รออยู่ในอากาศ ในปัจจุบันนี้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเรา รัฐและเราทุกคนควรต้องทำความเข้าใจตรงกันได้แล้ว ว่าเราควรจะต้องมีตัวชี้วัด ที่ชัดเจน การทำงานของรัฐบาลไม่ควรเป็นแค่ตามสมัยประชุม หรือฤดูกาลที่เรามีวิกฤต
แต่ควรจะมีคำสัญญาว่าภายในปีไหน เราจะได้สูดอากาศสะอาดได้ ทั้งตลอดปี โดยไม่มีสารพิษ นี่คือเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้อง ให้ความสำคัญมีการวัดผลที่แท้จริง รวมถึงการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่การเยียวยาระยะสั้นเท่านั้น แต่ต้องเป็นการแก้ไขเชิงระบบ นี่คือองค์รวมที่เราอยากจะเสนอในการแก้ไขปัญหาฝุ่น ที่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
#พรรคประชาชน #ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #อภิปรายนโยบายรัฐบาล #พอแล้วไม่ไหวแล้ว #PM25 #ฝุ่นภาคเหนือ #พรรคประชาธิปัตย์ #พรรคกล้าธรรม #การเมืองไทย2569 #อากาศสะอาด
ข่าวล่าสุด