“หมอวรงค์“ ฉีกใบสมัคร ผู้ช่วย สส. ทิ้ง 5 คน ชี้เยอะเกินไป เปลืองงบฯ
25 มี.ค. 2569
“หมอวรงค์“ โชว์ฉีกใบสมัคร ผู้ช่วย สส. ทิ้ง 5 คน จากทั้งหมด 8 คน ชี้สิ้นเปลืองงบฯ แค่ 3 คนก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดงบฯกว่า 2 พันล้านในหนึ่งสมัยประชุมสภา
ข่าว
25 มี.ค. 2569
“หมอวรงค์“ โชว์ฉีกใบสมัคร ผู้ช่วย สส. ทิ้ง 5 คน จากทั้งหมด 8 คน ชี้สิ้นเปลืองงบฯ แค่ 3 คนก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดงบฯกว่า 2 พันล้านในหนึ่งสมัยประชุมสภา
25 ธันวาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หรือหมอวรงค์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึง ข้อเสนอถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการยกเลิกสิทธิประโยชน์ที่มากเกินความจำเป็นของ สส.และ สว. ว่า วันนี้สะท้อนให้เห็น สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลให้ความร่วมมือต่อกระแสการเรียกร้องของประชาชน ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่เป็นแนวโน้มในการยกเลิกอาหารกลางวัน สส. เพราะอย่างน้อยจะนำไปสู่การประหยัดงบประมาณของชาติ ประมาณ 72 ล้านบาทต่อปี และเมื่อเริ่มต้นจาก สส.แล้วก็ฝากไปถึง สว. ที่ถือว่าเป็นตัวแทนของประชาชนเช่นเดียวกัน ควรจะร่วมมือกันในการสร้างศรัทธาให้ประชาชน
นอกจากนี้การยกเลิกผู้ช่วย สส. ที่มีผู้ช่วยมากถึง 8 คน เงินเดือนคนละ 15,000 บาท อีก 1 คน เงินเดือน 24,000 บาท การมีตำแหน่งผู้ช่วยและผู้เชี่ยวชาญรวมกันมากถึง 8 คน สะท้อนถึงการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเป็นสิทธิประโยชน์ให้กับ สส.และ สว. มากเกินความจำเป็น ดังนั้นจึงยืนยันที่จะเรียกร้อง ทั้ง สส. และ สว. ลดจำนวนผู้ช่วย สส.ของตนเองให้เหลือ 3 คน หากเราสามารถลดจำนวนผู้ช่วยได้ สส.จะประหยัดงบประมาณได้มากถึงปีละ 540 ล้านบาท
ถ้าหนึ่งสมัยประชุมก็สามารถประหยัดงบประมาณไป 2,060 ล้านบาท หาก สว. ให้ความร่วมมือด้วย เท่ากับว่า 1 ปีเราจะสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้มากถึง 3,000 ล้านบาท นี่คือสิ่งที่เรียกร้องให้ตัวแทนปวงชนในภาวะที่ข้าวยากหมากแพง น้ำมันแพงประเทศชาติต้องประหยัดและเราต้องร่วมมือกันในการตอบสนองความต้องการของประชาชน ขณะนี้ตนก็ตั้งผู้ช่วย สส.เพียงแค่ 3 คน และฉีกเอกสารที่สภาให้กรอกข้อมูลผู้ช่วย สส. อีก 5 ฉบับทิ้ง เพื่อเป็นการสื่อสารว่ามีผู้ช่วย สส. เพียงแค่ 3 คนก็ทำงานได้มีประสิทธิภาพเช่นกัน
“ต้องการสื่อสารไปยัง สส.และ สว. ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและเรียกศรัทธาจากประชาชนให้ประชาชนเห็นว่าวันนี้การเมืองใหม่จริงๆ”นพ.วรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ นพ.วรงค์ กล่าวถึง การจัดตั้งกองทุนเพื่อดูแลอดีตสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นเงินสมทบที่ สส.และ สว. ต้องส่ง 3,500 บาทต่อเดือน แต่มีสิทธิประโยชน์มากมาย ซึ่งตนกังวลในประเด็นของเรื่องเงินบำนาญที่ต้องใช้ภาษีประชาชนเข้ามาช่วยอุดหนุน แต่ไม่ได้ใช้คำว่าบำนาญ แต่ใช้คำว่าเงินทุนเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นรูปแบบการจ่ายแบบเดียวกับบำนาญและจำนวนเงินที่จะได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากอายุการปฏิบัติหน้าที่ จึงควรยกเลิกเพราะเป็นภาระภาษีประชาชน
