svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ลิสต์นโยบายภูมิใจไทย 8 เรื่อง ที่เคยสัญญาไว้ รวมถึงคนละครึ่งพลัส

19 มี.ค. 2569

ลิสต์นโยบายพรรคภูมิใจไทย 8 เรื่อง ที่เคยสัญญาไว้ในการหาเสียงเลือกตั้ง2569 และต้องเดินหน้าขับเคลื่อนตามคำมั่นสัญญา รวมถึงคนละครึ่งพลัส

ต้องใช้คำว่านอนมา สำหรับ นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 “อนุทิน ชาญวีรกูล” จากพรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับเสียงโหวตในสภาเกินกึ่งหนึ่ง ชนิดไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย

 

จากนี้เข้าสู่การนับหนึ่ง ในการทำหน้าที่ผู้แทนตามที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ โดยต้องขับเคลื่อนนโยบายที่เคยหาเสียงและให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

 

ลิสต์นโยบายพรรคภูมิใจไทยที่สัญญาไว้ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง2569

 

ในการเลือกตั้ง2569 พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอนโยบายหลัก เกี่ยวกับด้านความมั่นคง สังคม และเศรษฐกิจ จำนวน 8 เรื่อง ใช้งบประมาณ 148,326,000,000 บาท ส่วนใหญ่มาจากงบประมาณแผ่นดิน ร้อยละ 97.84

ลิสต์นโยบายภูมิใจไทย 8 เรื่อง ที่เคยสัญญาไว้ รวมถึงคนละครึ่งพลัส

  • ด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการรัฐ

มุ่งเน้นการปฏิรูประบบการทำงานของภาครัฐและการรักษาอธิปไตยเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ได้แก่

 

1.การคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (รัฐมนตรีมืออาชีพ) เป็นนโยบายที่ไม่ต้องใช้วงเงินงบประมาณ โดยมุ่งเน้นความคุ้มค่าเชิงบริหารจัดการเพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญตรงกับภารกิจ การขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด โดยโครงสร้างการบริหารจะมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่มีความเสี่ยง

2.การสร้างกำแพงชายแดนป้องกันภัยรุกราน ใช้งบประมาณ 866 ล้านบาท (สำหรับระยะ 100 กิโลเมตรในปีแรก) เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ป้องกันแรงงานเถื่อน สินค้าหนีภาษี และยาเสพติด อย่างไรก็ตามอาจมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการเดินทางข้ามแดนของประชาชน และมีความเสี่ยงในพื้นที่ก่อสร้างที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน

 

3.ทหารอาสา 100,000 คน ใช้งบประมาณ 22,700 ล้านบาทต่อปี โดยเกลี่ยงบประมาณที่ซ้ำซ้อนจากกระทรวงกลาโหม มุ่งหวังภาพลักษณ์กองทัพที่ทันสมัยจากการสมัครใจแทนการบังคับ ประโยชน์คืออาสาสมัครจะมีรายได้ 12,000 บาทต่อเดือน ได้รับสวัสดิการ ฝึกอาชีพ และมีโควตาเข้าเรียนโรงเรียนนายสิบ ช่วยลดการเกณฑ์ทหารและปรับปรุงอัตรากำลังใหม่โดยไม่มีความเสี่ยง

 

  • นโยบายด้านการศึกษา สังคม และสาธารณสุข

มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และดูแลกลุ่มเปาะบางในสังคม ได้แก่

 

4.การศึกษาเท่าเทียม พลัส (เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา) ใช้งบประมาณ 700 ล้านบาทในปีแรกจากการบริหารงบประมาณเดิมของ สพฐ. มุ่งยกระดับโอกาสทางการศึกษาผ่าน Online Learning Platform และระบบสะสมหน่วยกิต (Learning Passport) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและเสริมทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ผลกระทบคือเปลี่ยนบทบาทรัฐจากผู้ควบคุมเป็นผู้สนับสนุน แต่มีความเสี่ยงด้านความพร้อมด้านดิจิทัลของบุคลากรและท้องถิ่น

 

5.พยาบาลอาสา ดูแลผู้สูงวัย (1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา) ใช้งบประมาณ 13,500 ล้านบาทต่อปี จากการเกลี่ยงบประมาณประจำปี มุ่งสร้างงานใหม่ 75,000 อัตราทั่วประเทศ ด้วยรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน จะทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดความแออัดในโรงพยาบาล

 

  • นโยบายด้านเศรษฐกิจและพลังงานเพื่อลดค่าครองชีพ

มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจฐานราก ได้แก่

 

6.ค่าไฟฟ้า หน่วยละ 3 บาท (สำหรับ 200 ยูนิตแรก) ใช้งบประมาณ 63,360 ล้านบาทต่อปี จากงบประมาณประจำปีและรายได้จากพลังงานสะอาด นโยบายนี้มีความคุ้มค่าสูงในการลดค่าใช้จ่ายให้ครัวเรือน 22 ล้านครัวเรือนทันที ประโยชน์คือยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มกำลังซื้อ ผลกระทบคืออาจส่งผลต่อการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่ไม่มีความเสี่ยง

 

7.มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท 60 งวด ใช้งบประมาณ 3,200 ล้านบาทต่อปี จากกองทุนพลังงานและ Green Finance , มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและลดมลพิษ PM 2.5 ประโยชน์ คือประชาชนมีพาหนะใช้ประกอบอาชีพในราคาถูก สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศโดยไม่มีความเสี่ยง

 

8.คนละครึ่งพลัส (ลดรายจ่ายผู้ซื้อ เพิ่มรายได้ผู้ขาย) ใช้งบประมาณ 44,000 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี , เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน GDP และสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 80,000 ล้านบาท ประโยชน์คือช่วยร้านค้ารายย่อยและกระตุ้นกำลังซื้อ เสริมสภาพคล่องให้เศรษฐกิจฐานราก โดยมีความเสี่ยงต่ำเนื่องจากใช้ระบบดิจิทัลที่ตรวจสอบการทุจริตได้