1. ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองอยู่จริงเท่าไหร่กันแน่ เพราะตัวเลขที่ประกาศออกมาหลายครั้งไม่ตรงกันตั้งแต่ 60 วัน 90 วันหรือ 100 วัน และตัวเลขเหล่านี้เป็นสต๊อกของใครกันแน่ ของรัฐเท่าไหร่ของโรงกลั่นเท่าไหร่ และผู้ค้าน้ำมันเท่าไหร่
2. หากประเทศไทยมีน้ำมันสำรองในระดับดังกล่าว เหตุใดเพียงไม่ถึง 1 เดือนที่เกิดสถานการณ์ ประชาชนในพื้นที่เริ่มหาน้ำมันเติมได้ยากแล้ว น้ำมันสำรองเหล่านี้อยู่ที่ไหนใครเป็นผู้ถือครอง และสามารถนำออกมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้เร็วแค่ไหน เพราะขณะนี้แม้รัฐบาลจะตรึงราคาน้ำมัน แต่ก็ไม่มีน้ำมันเติมให้กับประชาชนแล้ว
3. ภายหลังการประกาศตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน รัฐบาลมีมาตรการกำกับดูแลอย่างไรเพื่อป้องกันการกักตุนการชะลอจำหน่าย และการเก็งกำไรของผู้ประกอบการในช่วงภาวะวิกฤต ราคาของสิ่งเหล่านี้อาจไม่สะท้อนกับต้นทุนสต๊อกจริงที่มีอยู่
4. กลไกการตัดสินใจปล่อยน้ำมันสำรองคืออะไรใคร เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ และเงื่อนไขอะไรที่รัฐจะต้องใช้สต๊อกสำรองเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด
5. สถานการณ์การนำเข้าน้ำมันของประเทศขณะนี้ยังเป็นปกติหรือไม่ มีข้อจำกัดด้านเส้นทางขนส่งหรือกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันปัจจุบัน ที่ทำให้อุปทานมีความตื่นตัวหรือไม่
6. หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1-2 เดือนรัฐบาลมีแผนรองรับอย่างไร ทั้งในด้านการบริหารการสต๊อกน้ำมันการจัดลำดับความสำคัญของการใช้น้ำมันและมาตรการในการดูแลผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน เพราะกองทุนน้ำมันชดเชยน้ำมันดีเซลลิตรนึงเกือบ 18 บาทแล้ว ซึ่งน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนหลักของสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นต้นทุนการขนส่งที่สำคัญ หากสินค้าเหล่านี้ปรับราคาขึ้นแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปรับลดลงมา ฉะนั้นการควบคุมราคาและแผนรองรับ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจตรงนี้ มีความสำคัญและต้องการความชัดเจนอย่างยิ่ง
และ 7. สถานะปัจจุบันของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอย่างไร ตนเข้าใจว่าน่าจะติดลบอยู่หมื่นกว่าล้านบาท และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานได้อีกนานแค่ไหน
นายนรเศรษฐ์ ยังย้ำว่า ในสภาวะวิกฤตสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความชัดเจนของข้อมูลและความโปร่งใสในการสื่อสารของรัฐบาล ใจในข้อมูลถ้าประชาชนไม่มั่นใจในข้อมูลที่ได้รับย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดการตื่นตระหนก กักตุนหรือเกิดความเข้าใจผิดในสังคม และหลายครั้งภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นในอดีตคนที่เจ็บตัวมากที่สุดคือประชาชนและคนที่ลอยตัวได้ประโยชน์ คือกลุ่มทุนที่หลายครั้งเมื่อผ่านวิกฤตไปก็ประกาศผลกำไรสูงสุดเป็นสถิติจากการกักตุนทำกำไรบนภาวะความยากลำบากของประชาชน
ดังนั้นจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำมันของประเทศไทยอย่างตรงไปตรงมาและสื่อสารกับสาธารณะอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ อย่างมั่นใจและมีข้อมูลที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ นายนรเศรษฐ กล่าวเพิ่มเติมว่าได้รับเรื่องเกี่ยวกับปัญหาวิกฤตพลังงานจากประชาชนส่งข้อมูลมาให้ เช่น ไม่สามารถหาปั๊มเติมน้ำมันได้ หรือการจำกัดในการเติม
แต่เห็นว่าสถานการณ์หากเป็นเช่นนี้ต่อไปหากไม่ทราบกระบวนการการบริหารสต๊อกน้ำมัน คาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งเรื่องการเดินทางหรือราคาสินค้ากระทบต่อประชาชนที่เดินทางกลับในช่วงเมษายนนี้