และเมื่อถามย้ำว่าทำไมถึงไม่มีพรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้มีจำนวนที่เหมาะสม และสะดวกต่อการบริหารราชการต่างๆ ในรัฐสภาแล้ว
เมื่อถามว่า ตำแหน่งรองประธานสภาในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เป็นนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ได้ส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย ขอให้รอฟัง ในวันอาทิตย์ ที่ 15 มี.ค.2569 ทีเดียว เรื่องอย่างนี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนพรรคเพื่อไทยจะได้ตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 หรือไม่ ขอให้รอดู
เมื่อถามว่า ขณะนี้ว่าที่ฝ่ายค้านเตรียมโจมตีนายกฯ ในหลายประเด็น มีความพร้อมรับมืออย่างไร นายอนุทิน ระบุว่า เรามั่นใจว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง พร้อมชี้แจง ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นฝ่ายค้าน เราเป็นผู้แทนราษฎร เราเป็นคนสาธารณะก็พร้อมตอบ เพื่อให้คลายความกังวล ซึ่งเป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นครั้งนี้หรือครั้งแรก
เมื่อถามว่า รายชื่อที่ส่งมาในวันนี้ มีแค่ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีมาด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ใช่ ยังไม่เลือกนายกฯเลย
เมื่อถามต่อว่า รายชื่อเป็นไปตามที่เสนอจะไม่มีการตีกลับเพื่อไปพิจารณาใหม่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นคนเสนอมา ผมก็มั่นใจว่า ได้ผ่านความเห็นชอบจากกรรมการบริหารพรรคแล้ว
ส่วนมีได้ยกหูคุยกับร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย
และเมื่อถามย้ำว่าคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน รู้สึกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย แต่มันก็มีเหตุผลบางอย่าง มันฝืนไม่ได้ แต่ความเป็นเพื่อน ความผูกพัน ความรัก ก็ยังคงมี แต่ก็ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ต่างกัน การเมืองก็เป็นอย่างนี้ "วันนี้หนูกับหนิมก็มาอยู่ด้วยกัน"
เมื่อถามว่า เขาสนับสนุนเราตั้งแต่แรก เหตุผลใดเราถึงไม่เลือกเขา นายอนุทิน ระบุว่า ไม่ได้บอกว่าเลือกหรือไม่เลือก เราไม่ต้องการเป็นแกนนำที่เป็นรัฐบาล 300 กว่าเสียง
เมื่อถามว่า หลังการเลือกนายกฯ จะมีการพูดคุยเคลียร์ใจกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ฝากผู้สื่อข่าวเคลียร์ด้วย
เมื่อถามว่า รายชื่อรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่เสร็จและก็ยังไม่ได้ส่ง อย่างที่บอกกระบวนการต้องเป็นไปทีละขั้นหลังเลือกประธานสภาและรองประธานเสร็จ จึงจะมาคุยเรื่องโครงสร้าง ครม. และการเสนอชื่อ ซึ่งวันนี้พรรคเพื่อไทยได้มีมติมอบหมายให้กรรมการบริหารพรรคทำหน้าที่คัดสรรบุคลากรที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง
เมื่อถามว่า ภูมิใจไทยได้แจ้งโควตาของพรรคเพื่อไทยแล้วหรือยัง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหลักของเรา ให้มันเป็นไปตามขั้นตอน
เมื่อถามว่า รายชื่อรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยมีปัญหาหรือไม่ นายจุลพันธ์ ระบุว่า ยังไม่มีรายชื่อเลยยังไม่มีปัญหา ก่อนจะหัวเราะ
ส่วนเรื่องคุณสมบัติจะมีกระบวนการและขั้นตอน เมื่อถึงเวลาพรรคร่วมรัฐบาลจะส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรีและจะถูกส่งต่อไปยังเลขาคณะรัฐมนตรี ไปดำเนินการตรวจสอบประวัติกับ 18 หน่วยงาน จึงไม่ต้องเป็นห่วง หากไม่ติดขัดข้อกฎหมายใดๆ ก็คงไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า สิทธิ์ขาดโควตาอยู่ที่พรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าถามแบบนี้เลย ยังไม่ทันจะมาอยู่ด้วยกันก็มาถามแบบนี้ หลักๆ มีอยู่แค่นี้ หลังจากนี้ก็ต้องหารือกัน สิ่งที่เห็นไม่ตรงกันในอดีตและนำมาสู่ความขัดแย้ง วันนี้ต้องกลับมาทำงานรับใช้บ้านเมืองด้วยกัน สิ่งที่เป็นประเด็นในอดีต ก็ควรหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้กลับไปสู่จุดนั้นอีก
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยมั่นใจใช่หรือไม่ว่าการจัดรัฐบาลในครั้งนี้ จะไม่มีเรื่องจริยธรรมของรัฐมนตรีคนไหนมาสะเทือนเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไกด์ไลน์ที่ผูกพันกับองค์กรและบุคคล ต้องส่งรายชื่อมาสุ่มตรวจสอบหมดทุกคน ถ้าถามว่ารายชื่อผ่านการตรวจสอบหมด แต่พรรคภูมิใจไทยไม่ถูกใจคนนี้แล้วขอให้พรรคร่วมเปลี่ยนยืนยันว่าไม่มี เพราะเป็นสิทธิ์ของพรรคร่วมที่จะต้องทำงานร่วมกัน ทำงานรับใช้บ้านเมืองไม่ใช่ทำงานรับใช้อารมณ์ตัวเอง
จากนั้นเวลา 15.00 น. นายอนุทิน พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย เดินมาส่ง นายจุลพันธ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมถ่ายรูปจับมือร่วมกัน พร้อมบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ชื่นมื่นมาโดยตลอด เมื่อผู้สื่อข่าวได้ขอให้ “หนิมกับหนูจับมือกัน“ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่จับมือ แต่กอดกันเลย เขาเป็นน้อง นายจุลพันธ์ ย้ำต่อว่า น้องครับ รู้จักกันมานาน เป็นพี่น้องกัน นายอนุทิน กระซิบเบาๆ ว่า รู้จักยันพ่อ และนายจุลพันธ์ ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกับขิง (นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์)