“โรม” หวั่น “ชนนพัฒฐ์” ได้เอกสิทธิ์คุ้มครอง จี้ดีเอสไอจัดการ
10 มี.ค. 2569
“โรม” หวั่น “ชนนพัฒฐ์” ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง จี้ดีเอสไอเร่งดำเนินคดี หวังรัฐบาลเอาจริงปราบสแกมเมอร์ ขณะที่ รุทธพล เผยหากเบี้ยว 12 มี.ค. ต้องออกหมายเรียกซ้ำ
ข่าว
10 มี.ค. 2569
“โรม” หวั่น “ชนนพัฒฐ์” ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง จี้ดีเอสไอเร่งดำเนินคดี หวังรัฐบาลเอาจริงปราบสแกมเมอร์ ขณะที่ รุทธพล เผยหากเบี้ยว 12 มี.ค. ต้องออกหมายเรียกซ้ำ
10 มีนาคม 2569 ที่อาคารรรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวถึง การทำงานของพรรคประชาชน ในฐานะฝ่ายค้านที่มีการวางมาตรฐานในการตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาล ว่า พรรคประชาชนทำการตรวจสอบมาเรื่อยๆ และหลายคนก็ดำเนินการอยู่ แม้ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ สส.อย่างเป็นทางการ แต่ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แน่นอนว่ามีข้อจำกัด เช่น เมื่อสภายังไม่เปิดการอภิปรายต่างๆก็ไม่เกิดขึ้น กลไกกรรมาธิการด้านต่างๆ ก็ยังไม่มีความพร้อม และเท่าที่ทำได้ ในการเก็บข้อมูลก็ดำเนินการอยู่ แล้วตนเองที่เกาะติดในเรื่องของ นายเบน สมิธ ที่ล่าสุดมีข่าวออกมาว่าทางประเทศสิงคโปร์ได้จับกุม 2 กรรมการ ที่เชื่อมกับบริษัทที่เกี่ยวพันกับบริษัทสแกนม่านตา เกี่ยวพันกับการไล่ซื้อหุ้นบริษัทต่างๆ และเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน โดย 2 กรรมการนี้ยังมีความเกี่ยวพันกับกองทุนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฮุยวัน กรุ๊ป ที่มีเส้นเงินเกี่ยวข้องมหาศาล ซึ่งวันนี้พรรคก็ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ และอยากให้มีการขยายผลต่อไป
ส่วนการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ รัฐบาลยังไม่มีความสม่ำเสมอในการแก้ไขปัญหา เช่น กรณี นายเบน สมิธ ที่มีการออกหมายจับในคดีอื่นไม่ได้ใหญ่ เมื่อเทียบกับคดีจำนวนมากที่รออยู่ เมื่อมีการยึดอายัดทรัพย์หลายหมื่นล้าน แต่ไม่มีการออกหมายจับในคดีนั้น จึงเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด หรือขยายผลถึงนักการเมืองที่มีความเชื่อมโยง แม้ว่า การตรวจสอบเรื่องสแกนม่านตาจะถูกส่งไปยังป.ป.ช.แล้ว ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นคดีนอกราชอาณาจักรได้ แต่กลับ ไม่มีการดำเนินการใดๆ ดังนั้นตนอยากเห็นมาตรฐานในการเอาจริงเอาจัง ต่อสิ่งเหล่านี้
ส่วนคดี นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.เขต 4 สงขลา พรรคกล้าธรรม นั้นถือเป็นการซื้อเวลาตัวเองเพื่อให้ผ่านช่วงการปฏิญาณตนเข้าทำหน้าที่ สส. ไปก่อน และหลังจากนั้นก็อ้างเอกสิทธิ์ของ สส. ส่วนตัวไม่อยากเห็นเรื่องนี้ แต่อยากเห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างขยันขันแข็ง ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และพร้อมดำเนินคดีโดยที่ไม่มีใครหลุดพ้นจากคดีความ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สำคัญ ไม่ใช่ปล่อยให้นักการเมืองเช่นนี้ เวลาสุดท้ายแล้วก็จะเกิดปัญหา
เพราะวันนี้วาระของรัฐบาล วาระของชาติไม่มี แต่กลายเป็นวาระของตนเองและวาระทางการเมือง และการช่วยเหลือพวกพ้องใครตีสนิทกับนักการเมืองใหญ่ ก็ไม่ดำเนินการ ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ ใช้ช่วงเวลาก่อนเปิดประชุมสภา ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยไม่ปล่อยให้ใช้เวลาตามปกติสุขเช่นนี้ ซึ่งการทำเช่นนี้ ถือเป็นการหยามกันหรือไม่ และมีมาตรฐานในการแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะการปราบปรามสแกมเมอร์ ส่วนตัวเห็นว่าวิธีการเช่นนี้ ประชาชนจะตั้งคำถามและสร้างความไม่สบายใจขึ้นได้ต่อรัฐบาล
สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ รัฐบาลจะเอาจริงเอาจังแก้ปัญหาอย่างไร และเป็นหน้าที่ของ ว่าที่ฝ่ายค้าน ของพรรคประชาชนต้องดำเนินการ แต่ทั้งนี้ถ้าสภาเปิดเร็วที่สุด ก็จะทำหน้าที่ได้ดีที่สุด แต่ก็ยอมรับว่า สภาฯชุดนี้มีข้อคำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ยุติธรรม
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ออกหมายเรียกนายชนนพัฒฐ์ ให้มาพบดีเอสไอในวันที่ 12 มี.ค.69 นี้ ถ้าไม่มาก็จะออกหมายเรียกอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากเปิดสมัยประชุมสภาฯ ก็คงดำเนินการตามกฎหมาย โดยจะยื่นไปทางประธานสภาฯ เพื่อให้ประธานใช้มติของสภา ว่าจะให้ออกหมายเรียกหรือหมายจับ ตนคาดว่าทางอธิบดีดีเอสไอ จะดำเนินการตามนี้
