จากนั้น เวลา 10.42 น. นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมารายงานตัวที่สภาด้วย
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเดินทัวร์สภา เพราะพาเด็กใหม่อย่างตนที่ไม่เคยทำงานที่นี่ไปดูสถานที่ทำงาน ซึ่งความรู้สึกที่ได้กลับมาสภาหลังจากห่างหายไปนาน ก็ต้องสารภาพตามตรง ปีที่แล้วก็ไม่คิดว่าจะได้กลับมาบรรยากาศแบบนี้ วันนี้ก็ตั้งใจเต็มที่ เพราะเป็นงานที่ตั้งใจทำงานมาเกือบตลอดชีวิต และเป็นงานที่ชอบมากที่สุดในแง่การเมือง คือ งานของสภา
ส่วนความชัดเจนในการเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาลนั้น นายอภิสิทธิ์ บอกว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไร เราก็ฟังจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งรอให้กระบวนการต่างๆ เสร็จเรียบร้อย ส่วนพรรคเราก็เดินหน้าในฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็มีหน้าที่สำคัญในการผลักดันกฎหมาย โดยเฉพาะนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ แต่ความจริงแล้วอยากให้กระบวนการทุกอย่างกระชับ เนื่องจากสถานการณ์ของโลกและบ้านเมือง อยากให้การจัดตั้งรัฐบาล การแถลงนโยบาย และการเข้าบริหารราชการแผ่นดินเกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะตอนนี้มีเรื่องที่ประเทศต้องรับมือกับภาวะโลกที่เกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลรักษาการจะสามารถทำได้ แต่การเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ถึงทิศทางเศรษฐกิจ และการบริหารพลังงาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ถ้ามีรัฐบาลอำนาจเต็ม จะสามารถแก้ปัญหา และเรียกความเชื่อมั่นได้มากกว่า
นอกจากนี้ ยังมองว่า เรื่องการต่างประเทศยังไม่มีปัญหาอะไร สิ่งที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เคยพูดไปถือว่าเป็นท่าทีที่เหมาะสม ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หากกระบวนการกลับเข้าสู่สันติภาพ ไม่ต้องการให้เราหรือ ประเทศในภูมิภาค ถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการขยายวงความขัดแย้ง เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำคือการทำให้เกิดความชัดเจน ประชาชนสบายใจ ทั้งในแง่พลังงาน และทางเศรษฐกิจ ว่าจะมีแนวทางอย่างไร แม้จะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่นายกรัฐมนตรีพูดชัดว่ามีรัฐมนตรีหลักๆ 3 - 4 คน ที่ต้องทำงานต่อเนื่อง จึงอยู่ในฐานะที่สังคมมีความมั่นใจมากขึ้น
ส่วนสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว เป็นเพราะความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคภูมิใจไทยจริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า เป็นมารยาททางการเมือง เราไม่ถึงขั้นปฏิเสธหรืออะไร แต่เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยทราบอยู่แล้วว่า จุดยืนของประชาธิปัตย์ถ้าจะเข้าร่วมรัฐบาล ต้องยึดถือสิ่งที่เราเคยพูดกับประชาชนไว้ว่า มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
ส่วนกรณีที่กองเชียร์พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุน และไม่สนับสนุน ในการร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ากองเชียร์ไม่หลากหลายก็คงไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นเรื่องธรรมดา สส. ก็รับฟังเหตุผลของทุกฝ่าย เราเป็นพรรคที่ชัดเจนที่สุดในข้อบังคับ ว่าผู้ตัดสินคือที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรค และ สส.
สำหรับการเมืองหลังจากนี้ จะมีความราบรื่นหรือไม่ เพราะมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากเห็นการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องยอมรับว่า การจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีความไม่เรียบร้อยค่อนข้างมาก เป็นเรื่องจำเป็นต้องสะสาง และทำให้เป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในวันข้างหน้า
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีการเสนอชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า เป็นมารยาททางการเมือง ที่พรรคที่จัดตั้งรัฐบาลจะพิจารณาเสนอชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่ประธาน เมื่อถึงวันนั้นเราก็ทำหน้าที่พิจารณา แต่ไม่จำเป็นว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยกมือสนับสนุนนายโสภณเป็นประธานสภา ต้องยกมือให้กับนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย