ทางกรรมาธิการได้ออกหนังสือเชิญไปยังผู้สังเกตการณ์ ได้แก่ ทูตทั้ง 7 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นอร์เวย์ และยังมีการเชิญนักวิชาการที่ให้ความเห็นในประเด็นเหล่านี้ ทั้งนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี , นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ , นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และ นายเจษฎ์ โทณะวณิก พรรครักชาติ ซึ่งเราได้ทำหนังสือเชิญไปหมดแล้ว รวมถึงกลุ่มประชาชนที่ถูก กกต. ดำเนินคดี
นายนรเศรษฐ์ ยังกล่าวว่า ความตั้งใจของเรา ก็เพื่อให้ความจริงได้ถูกพิสูจน์ในเชิงวิชาการวิทยาศาสตร์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าตัวบาร์โค้ดที่เป็นข้อถกเถียงว่ารับหรือไม่รับจะเป็นความลับจริงหรือไม่เมื่ออยู่บนบัตรเลือกตั้งแล้วจึงอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมสังเกตการณ์กันในวันพุธที่ 4 มี.ค.นี้ตั้งแต่เวลา 13.30 น. ซึ่งเราได้ส่งหนังสือเชิญไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทุกคน รวมถึงเลขาธิการ กกต. ให้มาร่วมสังเกตการณ์พิสูจน์ข้อเท็จจริงในกรณีนี้
นายนรเศรษฐ์ ยังยืนยันว่า การทดลองการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้มีประเด็นการเมืองใดเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กรรมาธิการมีเจตนาที่จะเปิดพื้นที่เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดมีความเสี่ยง อย่างไรหากการเลือกตั้งครั้งต่อไปยังมีบาร์โค้ดอยู่อาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจหรือความเสรีในการตัดสินใจลงคะแนนของประชาชน เพื่อ กกต. จะนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการทดลองไปพิจารณาและปรับปรุงการการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเชิญชวนทุกคนร่วมสังเกตการณ์ถอดรหัส
ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ขอบคุณวุฒิสภาที่เปิดโอกาสให้ใช้พื้นที่ของสภาเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในกระบวนการเลือกตั้ง ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าใครผิดหรือใครถูก ไม่ใช่ว่าการเลือกตั้งมีปัญหาอย่างไร แต่ทำให้เห็นว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่ใส่บาร์โค้ด และสามารถสแกนตรวจสอบย้อนไปถึงต้นขั้วได้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เรียงกันเป็นซีเรียลนัมเบอร์ มองว่าเป็นเรื่องนี้เป็นสิ่งที่อันตราย แม้ไม่มีต้นขั้ว หรือบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เลขลำดับ หรือเอาบัตรที่ลงคะแนนแล้วออกมาก็ตาม ในจังหวะของการนับคะแนนก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครเลือกใคร หากเป็นแบบนี้จริงการเลือกตั้งจะไม่เสรี ประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์มีสิทธิ์ตรวจสอบได้ตลอดเวลาว่าท่านเลือกใคร โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งหรือหมู่บ้านที่มีคนไปใช้สิทธิ์ค่อนข้างน้อย ซึ่งการออกแบบบัตรเลือกตั้งดังกล่าวเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
ดังนั้นการพิสูจน์ของเราคือการจัดทำบัตรเลือกตั้งอะไรบางอย่าง ให้สื่อมวลชนเข้าไปเป็นตัวแทน 10 คน เข้าไปเลือก และเมื่อถึงขั้นตอนการนับคะแนน จะมีทีมวิเคราะห์ ที่มาจากประชาชน แต่ตนไม่ทราบว่าจะมาครบหรือไม่ เพราะมีความเกรงกลัวกับการจัดสถานการณ์การเลือกตั้ง
นายสมชัย กล่าวต่อว่า โดยจะให้ทีมวิเคราะห์ดูจากการนับคะแนน ถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง ให้ถอดรหัสเอง แต่ไม่ได้บอกว่าให้ถอดรหัสอย่างไร เพื่อดูว่าแต่ละทีมถอดรหัสได้ถูกต้องหรือไม่ว่าตัวแทนที่เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกอะไร และสุดท้ายจะมีการเฉลยว่ากระบวนการถอดรหัสทำอย่างไร โดยเราตั้งเป้าหมายว่าจะถูกต้อง 100% ดังนั้นนี่คือจุดอ่อนที่โอกาสข้างหน้ากกต. ต้องไม่ทำแบบนี้แล้ว ไม่ควรต้องมีบาร์โค้ดที่ออกแบบเป็นตัวเลข สืบหาต้นตอได้
ขณะที่ นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม 1 ในบุคคลที่ถูก กกต.ฟ้องดำเนินคดี กล่าวเสริมว่า จากความตั้งใจในการตรวจสอบโฟกัสที่กระบวนการ เมื่อเห็นว่ามีความเสี่ยงที่ทำให้การลงคะแนนเลือกตั้งเป็นความลับ ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครกาอะไร ซึ่งหากการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีคนทราบก่อนและนำไปทุจริต ก็เป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
โดยเน้นย้ำว่าการตรวจสอบพยายามให้เห็นถึงความเสี่ยงการทุจริตเลือกตั้ง และยืนยันว่าการดำเนินการตรวจสอบ ไม่ได้ตั้งธงว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างไร ชี้ว่าเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม พร้อมขอให้ทุกคนเปิดใจตรวจสอบและร่วมพิจารณาว่าจะพัฒนาสิ่งเหล่านี้ทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม สุจริตเที่ยงธรรม และช่วยรักษาเสียงของประชาชนด้วยความปลอดภัยของประชาชนทุกคน
โดย นายนรเศรษฐ์ พร้อมคณะได้นำสื่อมวลชน ไป ดูสถานที่การจำลองการเลือกตั้ง โดยมีการตั้งคูหาและบัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งมีบาร์โค้ดอยู่บนบัตร และใช้ชื่อของก๋วยเตี๋ยวเป็นตัวเลือกในการกาบัตรเลือกตั้งแบบจำลอง ซึ่งมีทั้งหมด 6 เบอร์