svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

บวรศักดิ์ ท้าคณะทัวร์ ชี้คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ไทย

20 ก.พ. 2569

“บวรศักดิ์” ท้าคณะทัวร์ทุกสี ชี้คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ในไทย หลายประเทศก็ทำกัน พร้อมติวข้อกฎหมาย เลือกตั้งโดยลับ คืออะไร

20  กุมภาพันธ์ 2569  นายบวรศักดิ์  อุวรรณโณ  รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย โพสต์ข้อความ ให้มุมมองข้อกฎหมาย ต่อปมถกเถียงกัน  การจัดการเลือกตั้ง2569 จนบานปลายกลายเป็นประเด็นเรียกร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้โมฆะ ระบุว่า ประเทศไทยมีกูรูมากมาย มีเรื่องอะไรก็ออกมาให้ความเห็นกันอย่างแพร่หลาย

 

ผมขอออกตัวเสียก่อนว่าไม่ใช่กูรู และผมไม่เชื่อกูรูคนใดทั้งสิ้น ผมเชื่อกาลามสูตรของพระพุทธเจ้า ทรงสอนว่า อย่าเชื่อข่าวลือ อย่าเชื่อตรรกะ อย่าเชื่อตำรา อย่าเชื่อเพราะเป็นกูรู(ครู) อย่าเชื่อเพราะเป็นศาสดาฯลฯ แต่ให้เชื่อเมื่อพิจารณาด้วยปัญญาจนรู้ได้ด้วยตนเองว่า สิ่งนั้นดี หรือชั่ว เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ

เรื่อง คิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กูรูหลายคนให้ความเห็นว่า ขัดต่อหลักในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติว่าการเลือกตั้ง สส. “ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยโดยตรงและลับ” กูรูบางคนไปไกลเข้าทำนอง “เหาะเกินลงกา“ ว่า ลับหมายถึงลับทั้งโลก ไม่ให้มีใครรู้เลยทั้งโลก!!!!????

 

ในฐานะที่เป็นผู้สอนวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายมหาชนมา 40 ปี ผมก็ต้องมานั่งทบทวนความรู้ของตัวเอง ว่า อะไรคือการเลือกตั้งโดยลับ secret vote

 

การเลือกตั้งในอดีต เป็นการเลือกตั้งแบบเปิดเผย ยกมือกันในเวลาเลือกตั้ง ต่อมาออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่ให้ลงคะแนนโดยลับ ในปี ค.ศ. 1850 ต่อมาขยายไปอังกฤษในปี 1872 และไปสหรัฐอเมริกาในปี 1884 และ 1891 จนเป็นหลักสากลที่นำไปบัญญัติ ไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทย ฉบับ พ.ศ. 2490 เป็นครั้งแรกโดยก่อนหน้านั้น อยู่ในกฎหมายเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2475 สังเกตให้ดีดีนะครับว่า สามประเทศที่เริ่มการเลือกตั้งโดยลับ คือ ออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ

 

การเลือกตั้งโดยลับ มีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นอิสระ และคุ้มครองเสรีภาพ ของผู้เลือกตั้ง ในการเลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ( freedom of choice) คุ้มครองเสรีภาพในความคิดและเสรีภาพทางการเมือง และยังสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นแก่ความเป็นผู้แทนราษฎรของผู้ได้รับเลือกตั้ง ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นในระบอบการเมือง การคุ้มครองความเป็นอิสระและเสรีภาพเหล่านี้ ก็เพื่อไม่ให้ผู้เลือกตั้งตกอยู่ภายใต้อิทธิพล อำนาจมืด อำนาจเงินของผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมือง คุ้มครองผู้เลือกตั้ง ให้พ้นจากความกลัวและการคุกคามของผู้สมัครและพรรคการเมือง

 

แต่การเมืองที่แข่งขันกันสูง ผู้สมัครและพรรคการเมืองต่างประเทศและในประเทศไทย ก็อาจใช้วิธีการทุกชนิดเพื่อให้ตนได้รับเลือกตั้ง วิธีการเหล่านั้นจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่ “สุจริตและเที่ยงธรรม” (free and fair election) ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

 

ตัวอย่างเช่นในการเลือกตั้งเมื่อปี 2500 พรรคเสรีมีนังคศิลาชนะเลือกตั้ง โดยวิธีการเอาบัตรเลือกตั้งที่กาเองไปใส่ลงในหีบเลือกตั้ง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า”ไพ่ไฟ“ หรือ ขนคนให้ย้ายคนให้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเลือกตั้งที่ตัวเองอาจแพ้ เพื่อลงคะแนนให้ตนเอง ซึ่งเรียกว่า “พลร่ม”การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมาสิบกว่าปี ก็มีข่าวว่าในจังหวัดหนึ่งใกล้กรุงเทพฯมีการเอาบัตรเลือกตั้งไปใส่หีบในหน่วยเลือกตั้งที่คนเลือกตั้งน้อย เมื่อใส่ลงไปในหีบแล้ว “ไพ่ไฟ“ ของผู้โกงเลือกตั้ง กับบัตรดีที่ผู้เลือกตั้งใส่ไว้ในหีบตอนลงคะแนน ก็ปะปนกัน ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นบัตรดีบัตรปลอม นี่จึงเป็นที่มาที่ กกต.ตัดสินใจ ใส่คิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด ลงในบัตรเลือกตั้ง เพื่อแยกบัตรปลอมของผู้โกงเลือกตั้งออกจากบัตรดีของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

 

ถามว่า กกต.ไทย คิดแผลงๆ ใส่ คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ด ลงไปบนบัตรเลือกตั้งที่เดียวในโลกใช่หรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่ใช่ ประเทศที่เริ่มต้นการเลือกตั้งโดยลับประเทศแรกๆของโลก สามประเทศ คือ ออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา หลายรัฐ ต่างก็ใช้คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ด ทั้ง 3 ประเทศ เวลานี้ก็ยังใช้อยู่ ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ อังกฤษเป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา สหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดี

 

ยังมีประเทศอื่นอีกหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ บราซิล เอสโตเนีย แคนาดา บ้างก็ใช้กับการเลือกตั้งระดับชาติ บ้างก็ใช้ระดับการเลือกตั้งท้องถิ่น

 

แต่ก็ยังมีข้อถกเถียง จึงทำให้หลายประเทศยกเลิกการใช้ แต่ไม่มีประเทศไหนเคยวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะเพราะมีบาร์โค้ดหรือ คิวอาร์โค้ด เหตุที่ทำให้ การเลือกตั้งถูกเพิกถอน (ไม่ใช่เป็นโมฆะตามที่พูดกันอยู่ )ทั้งประเทศได้ตามรัฐธรรมนูญไทยมีเหตุเดียวคือ การเลือกตั้งไม่ “เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม” ก็คือต้องโกงกันทั้งประเทศนั่นแหละ จึงจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่

 

นอกจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง คำวินิจฉัยแรก คือคำวินิจฉัยที่ 9/2549 ซึ่งศาลเห็นว่าการกำหนดวันเลือกตั้ง การจัดคูหาเลือกตั้งที่ให้คนอื่นอาจเห็นการลงคะแนนได้ ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ และผลการเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม จึงให้เพิกถอนการเลือกตั้ง สส. และจัดเลือกตั้งใหม่ 

 

และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2557 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่า การที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้ง เพราะมีการชุมนุมขัดขวางการรับสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก่อนจะจัดเลือกตั้ง คสช. ก็ยึดอำนาจในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

 

วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน พรุ่งนี้จะมาพูดเรื่องการเลือกตั้ง”โดยลับ“ กับปัญหาคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด

 

ผมเชื่อว่า ผู้มีปัญญาและมีจิตใจเป็นกลาง จะอ่านโพสต์นี้และใช้ปัญญาตรึกตรองเอา ว่ามีเหตุผล มีความเห็นที่มีฐานเป็นความรู้ หรือเป็นความเห็นลอยๆ ส่วนทัวร์ใส่เสื้อสีทั้งหลาย เมื่อยึดมั่นถือมั่นในในสีที่ตัวชอบ ก็เชิญขนกันมาได้ครับ ยินดีเปิดที่จอดรถทัวร์ให้

 

บวรศักดิ์ ท้าคณะทัวร์ ชี้คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ไทย