svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"We Watch" จี้ "กกต." รับผิดชอบและลาออก ปม "ผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง 69"

16 ก.พ. 2569

"We Watch" จี้ "กกต." รับผิดชอบและลาออก ปม "ผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง 69" ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงทุกข้อกล่าวหาทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส เพราะประชาชนไม่เชื่อมั่นแล้ว

16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลุ่ม We Watch และภาคประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้ กกต.พิจารณาข้อผิดพลาดและแสดงความรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้และนำไปแก้ไขในการเลือกตั้งครั้งต่อไป 

 

 

 

โดย ตัวแทนกลุ่ม กล่าวแถลงการณ์ว่า แม้ว่าการเลือกตั้งจะเป็นกระบวนการทางการเมืองที่สำคัญในการสะท้อนเจตจำนงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย แต่การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กลับปรากฏข้อผิดพลาด ความผิดปกติและปัญหาจำนวนมาก ซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของการจัดการเลือกตั้งอย่างร้ายแรง สถานการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเคลือบแคลง

 

 

"We Watch" จี้ "กกต." รับผิดชอบและลาออก ปม "ผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง 69"

 

 

"We Watch" จี้ "กกต." รับผิดชอบและลาออก ปม "ผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง 69"

 

 

"We Watch" จี้ "กกต." รับผิดชอบและลาออก ปม "ผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง 69"

 

"We Watch" จี้ "กกต." รับผิดชอบและลาออก ปม "ผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง 69"

 

"We Watch" จี้ "กกต." รับผิดชอบและลาออก ปม "ผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง 69"

 

 

สงสัยในวงกว้าง นำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และสะท้อนถึง วิกฤตความเชื่อมั่นต่อองค์กรจัดการเลือกตั้งในปัจจุบัน

 

 

ซึ่งจากสถานการณ์ในปัจจุบัน และความผิดพลาดทั้งหมด จึงเรียกร้องและมีข้อเสนอต่อกกต ดังนี้

 

1.เพื่อแก้ปัญหาความเคลือบแคลงสงสัยของสังคม ควรเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ประชาชนตรวจสอบได้และดำเนินการทันทีโดยเปิดเผยผลคะแนนอย่างเป็นทางการครบ 100% ผ่านระบบ ECT Report โดยเร็วที่สุด รวมทั้งเปิดเผยเอกสารสรุปผลคะแนนรายหน่วย (แบบ 5/18) ตามระเบียบโดยเร็ว หากเป็นได้ควรพิจารณาเปิดเผยภาพกระดานขีดคะแนน (แบบ 5/11) เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบได้รวมถึงคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทุก

นอกจากนี้ปัญหาในการจัดการบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าต้องมีการชี้แจงถึงจำนวนบัตรที่มีปัญหาและลักษณะของปัญหาอย่างโปร่งใสและเป็นระบบ เพื่อลดความเคลือบแคลงสงสัยของประชาชน

 

2.ชี้แจงข้อสงสัยอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และมีหลักฐานรองรับ อธิบายทุกจุดที่สาธารณะตั้งข้อสงสัยอย่างละเอียดและตรวจสอบได้ กรณีคะแนนลดลงหรือข้อมูลไม่ตรงกัน ต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจน เข้าใจได้และตรวจสอบซ้ำได้กรณีระบบรายงานผลขัดข้องหรือเว็บไซต์ล่ม ต้องมีคำอธิบายเชิงเทคนิคด้านระบบคอมพิวเตอร์อย่างโปร่งใส เปิดเผยโครงสร้างการทำงานเบื้องหลังการรายงานคะแนน ว่าใครมีอำนาจเข้าถึงและแก้ไขข้อมูล ระบุจำนวนครั้งของการปรับปรุงข้อมูล แก้จากอะไรเป็นอะไร และด้วยเหตุผลใด ยืนยันมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก

สำหรับกรณีการใช้ระบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในกระบวนการเลือกตั้งตามที่สาธารณชนจำนวนมากแสดงความวิตกกังวลต่อกรณีการนำบาร์

โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาใช้ในกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงข้อมูลจนสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิลงคะแนนได้หรือ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลได้รวมถึงอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับนั้น เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะสิทธิในความลับของการลงคะแนน และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเลือกตั้งโดยรวมคณะกรรมการการเลือกตั้งต้อง ชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ทั้งจุดประสงค์ขอบเขต และขั้นตอนการใช้ระบบดังกล่าวในทุกระดับ มาตรการป้องกันไม่ให้ข้อมูลในระบบสามารถเชื่อมโยงกับตัวบุคคลได้กลไกทาง

เทคนิคและกฎหมายที่รับประกันว่าความลับจะไม่ถูกละเมิด กระบวนการจัดเก็บ เข้าถึง และทำลายข้อมูล รวมถึงผู้มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว รวมถึงการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและมาตรการรับมือหากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล

 

3.นับคะแนนใหม่เฉพาะหน่วยที่มีข้อสงสัย ตามอำนาจกฎหมาย และเปิดเผยต่อสาธารณะ ใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งนับคะแนนใหม่ในหน่วยหรือเขตที่มีข้อสงสัย เพื่อแก้ข้อคลางแคลงใจตรงจุด การเปิดหีบบัตรเพื่อนับใหม่ ต้องกระทำต่อหน้าประชาชน ผู้สังเกตการณ์และสื่อมวลชน ถ่ายทอดการนับคะแนนใหม่แบบถ่ายทอดสด หรือบันทึกภาพไว้เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าหีบบัตรถูกจัดเก็บและซีลอย่างถูกต้อง ไม่มีการปนเปื้อนหรือผิดขั้นตอน

 

4. เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ โดยการดึงภาคประชาชนและเครือข่ายผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมกระบวนการ เพื่อเพิ่มความน่า
เชื่อถือและความโปร่งใส ดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการสะสมของความเคลือบแคลงใจในสังคม รวมทั้ง กกต. ต้องมีท่าทีในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการตรวจสอบของประชาชน มิใช่การสร้างความหวาดกลัวต่อการวิพากษ์วิจารณ์เพราะการตั้งข้อสังเกตต่อความผิดพลาดหรือปัญหาในการจัดการเลือกตั้ง เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบโดยสาธารณะ ซึ่งเป็นกลไกในการเสริมสร้างความโปร่งใส และนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานการจัดการเลือกตั้งให้เกิดความเชื่อมั่น ดังนั้น การเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญตามระบอบประชาธิปไตย

 

5. ต้องรับผิดชอบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะ เพราะความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งของ กกต. มิได้ขึ้นอยู่กับความชอบธรรมทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว หากแต่ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของคนในสังคม ในฐานะองค์กรจัดการเลือกตั้งที่ต้องตั้งอยู่บนความสุจริตและเที่ยงธรรมเป็นสำคัญ 

ดังนั้นหากมาตรการทั้งหมดไม่สามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนได้ผู้ดำรงตำแหน่งควรพิจารณาความรับผิดชอบของตนเองอย่างจริงจัง เช่น “การลาออก”
เพราะองค์กรอิสระที่มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งต้องแสดงให้ประชาชนเห็น ว่ามีความรับผิดชอบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณะอย่างจริงใจ

 

 

นอกจากนี้ เพื่อรับประกันความชอบธรรมและความน่าเชื่อถือของกระบวนการจัดการเลือกตั้งในอนาคต

 

1.ต้องมีการปฏิรูปที่มาของ กกต. ให้มีความเป็นอิสระ เป็นกลาง และน่าเชื่อ ผ่านกระบวนการสรรหาที่มีความโปร่งใส มีส่วนร่วมจาก

ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขารวมถึงภาคประชาชน สำคัญคือกระบวนการสรรหาและกระบวนการตรวจสอบที่มีความยึดโยงกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ อธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อสร้างความรับผิดรับชอบ (accountability) ในการปฏิบัติหน้าทขี่ อง กกต.

 

2. ควรมีการฟื้นบทบาทของ กกต. ในระดับจังหวัด เนื่องจากประเทศไทยมี77 จังหวัด ประกอบไปด้วยเขตเลือกตั้งกว่า 400 เขต และหน่วยเลือกตั้งมีประมาณ 99,487 หน่วย ดังนั้น การรวมศูนย์อำนาจของ กกต. ไว้ที่ส่วนกลางทำให้ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

 

3. ต้องมีการปฏิรูปอำนาจของ กกต. โดยการลดอำนาจที่ล้นเกินลง เนื่องจาก ปัจจุบันนอกจาก กกต. จะเป็นองค์กรจัดการเลือกตั้งแล้วยังมีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งและประชามติอำนาจในการออกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และประกาศต่าง ๆ พร้อมทั้งมีอำนาจในการสืบสวน สอบสวน และ

วินิจฉัย รวมถึงระงับหรือเพิกถอนสิทธิผู้สมัคร (ใบเหลือง ใบส้ม ใบดำ) เทียบได้ว่า กกต. กลายเป็นผู้ถืออำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการไว้ที่องค์กรเดียว
 
นอกจากนี้กกต. ยังมีอำนาจที่อาจกลายเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนกับ สว. ซึ่งเป็นผู้ให้ความเห็นชอบในการดำรงตำแหน่งของ กกต. แต่ผู้มีอำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดและยื่นศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบการทุจริตของ สว. กับกลายเป็น กกต. เช่นกัน 

 

ทั้งนี้ นางสาวภัสราวลี   ธนกิจวิบูลย์ผล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวว่ากลุ่มเราได้พบข้อสงสัยในการเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติที่ไม่โปร่งใส และพบข้อครหาหลายอย่าง  ซึ่ง กกต.จะต้องตอบข้อครหาเหล่านี้   ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกต้องโปร่งใสหรือเปล่า  แ

ละถูกนำเอาคะแนนไปนับอย่างถูกต้องหรือเปล่า ซึ่งข้อเรียกร้องทุกอย่างสะท้อนถึงการทำงานของ  กกต. โดยปกติ กกต. ก็ไม่ได้มีความเชื่อมั่นอยู่แล้ว และยิ่งหลังวันที่ 8  กุมภาพันธ์  ความเชื่อมั่นยิ่งลดลง วันนี้เราจึงมาเรียกร้อง  และถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบ  ถ้าไม่ใช่ กกต.