svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

กกต.แจงยิบปัญหาการเลือกตั้ง-ประชามติ น้อมรับทุกข้อวิจารณ์

13 ก.พ. 2569

กกต.แจงยิบปัญหาการเลือกตั้ง-ประชามติ น้อมรับทุกข้อวิจารณ์-เตือนปั่นเกินจริงระวังผิด กม. - เดินหน้าสอบหีบเลือกตั้งขายออนไลน์-ทุจริตเลือกตั้ง-การทำหน้าที่ กปน.

เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต.เปิดเผยถึงข้อวิจารณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติการจัดทำรัฐธรรมนูฐฉบับใหม่ ต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ สำนักงาน กกต.หลายกรณี เเละเกิดการปลุกกระเเสกดดันการทำงานของ กกต.รวมทั้งเรียกร้องให้ กกต.ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นในกรณีต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบงบประมาณกว่า 8,900 ล้านว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กกต.ได้หารือกันเเล้ว ตั้งเเต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นอย่างต่อเนื่อง

 

โดยคณะกรรมการ กกต.ได้กำชับเร่งรัดการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.จังหวัด-กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. รวมถึงข้อร้องเรียนต่าง ๆ ใน 400 เขตการเลือกตั้ง และข่าวสารที่สื่อมวลชนเเละสังคมออนไลน์เผยเเพร่ทุกกรณีนั้น กกต.รับมาตรวจสอบ เเละชี้เเจงต่อสังคมโดยเร็วที่สุด ไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนบางฝ่าย นำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองต่อไป

 

แหล่งข่าวคนดังกล่าว ยังยืนยันว่า ที่ผ่านมา กกต.ทำงานเชิงรุกในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งจะพบว่า ได้สกัดกั้นเเละจับกุมผู้กระทำผิดในการซื้อเสียงทั้งในจังหวัดเชียงราย, ราชบุรี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงยังสกัดการเตรียมการทุจริตได้หลายพื้นที่ แต่ยอมรับว่า การทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัคร สส.บางรายยังเกิดขึ้น เเต่จำนวนบุคลากรของสำนักงาน กกต.ที่สนธิกำลังกับตำรวจนั้น ยังทำงานสืบสวนกันอย่างเต็มที่ 

 

"หีบบัตรเลือกตั้ง ที่จำหน่ายในสังคมออนไลน์นั้น กกต.กำลังตรวจสอบเอกชนที่ประมูลการผลิตหีบบัตรเลือกตั้งว่า ได้ละเมิดสัญญากับ กกต.ในเรื่องนี้หรือไม่ หรืออาจมีบางฝ่าย ลักลอกผลิตเเละออกเเบบหีบบัตรเลือกตั้งขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กกต.โดยได้ตรวจสอบกับผู้ค้าออนไลน์ในเรื่องนี้เเล้วเช่นกัน" แหล่งข่าว กล่าว 

ส่วนเบาะเเสการทุจริตที่เกิดขึ้นนั้น แหล่งข่าว ยืนยันว่า กกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เเละได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ให้ช่วยตรวจสอบเบาะเเสจับกุมกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงทั่วประเทศไว้ก่อนการเลือกตั้งเเล้ว เเละกำลังสืบสวนทางลับหลายเขต ดังนั้น ข้อร้องเรียน และข้อสังเกตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 8 กุมภาพันธ์จนถึงปัจจุบันนั้น กกต.เเละสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ เร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลทุจริตต่าง ๆ เเละจะเเจ้งต่อสังคมโดยเร็วที่สุดเมื่อได้ข้อยุติ และการดำเนินการดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่นในจังหวัดชลบุรี เขตการเลือกตั้งที่ 1 และจังหวัดปทุมธานี เขตการเลือกตั้งที่ 7 นั้น กกต.จังหวัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ไม่เช่นนั้น กกต.จังหวัดจะต้องรับผิดทางกฎหมายเสียเอง

 

เเหล่งข่าวยังชี้แจงข้อวิจารณ์การใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้ง เมื่อเทียบกับผลของการบริหารจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า การจัดการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติครั้งนี้ คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติในหลักการให้สำนักงาน กกต.ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 8,978,267,690 บาท ประกอบด้วย

 

1. ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเอง จำนวน 7,276,423,790 บาท

2. ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานสนับสนุนที่ร่วมดำเนินการ จำนวน 1,701,843,900 บาท

เเหล่งข่าวกล่าวว่า จำนวนบุคลากรของสำนักงาน กกต.ที่ปฏิบัติงานอยู่ ณ ปัจจุบันรวมผู้บริหารและพนักงาน มีจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คน ส่วนหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้งใน 400 เขตเเละกระจายไปใน 99,480 หน่วยเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หน่วยละ 15 คน แบ่งเป็น

1.ประธานกรรมการประจำหน่วย 1 คน

2.กรรมการประจำหน่วย สส. และออกเสียงประชามติ รวมหน่วยละ 12 คน

3.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยละ 2 คน

รวม กปน. ทั้งหมด 1,492,200 คน 

 

“ดังน้้นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ปัญหาของ กปน.ที่เกิดขึ้นบางหน่วยนั้น ได้กำชับการสอบสวนข้อเท็จจริง และขยายผลก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนสิ่งที่ผิดพลาดในการทำหน้าที่ของ กปน.บางหน่วย กกต.ยอมรับ และกำลังสอบสวนข้อเท็จจริง เเละอาจมีการลงโทษตามกฎหมาย หรือปรับปรุงการทำหน้าที่ของบุคลากร กกต.-กปน.ให้ดีขึ้น” เเหล่งข่าวกล่าว

 

ส่วนปัญหาระบบรายงานผลการเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้ง-กกต.จังหวัดเเบบออนไลน์นั้น แหล่งข่าว ชี้แจงว่า รายงานดังกล่าวเป็นรายงานขั้นต้น เเละกกต.ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งคะเเนนของผู้สมัคร สส.เเละพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ ภายใน 60 วัน กกต.ยอมรับข้อบกพร่องนี้ เเละจะนำไปปรับปรุง

 

“เพราะกกต.จังหวัด และกปน.บางหน่วย กรอกคะเเนนคลาดเคลื่อน อาจมาจากการเหนื่อยล้าในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะกกต.จังหวัด เเละกปน.ต้องเริ่มทำงานตั้งเเต่เช้ามืดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อไปรับบัตรเลือกตั้งก่อนไปหน่วยเลือกตั้ง เเละปฏิบัติหน้าที่จนการนับคะเเนน การรายงานผลการเลือกตั้ง การจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งไปยังสถานที่ที่กำหนดเสร็จสิ้น บางหน่วย กปน.เสร็จภารกิจในเวลา 03.00 น.ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์“ เเหล่งข่าวระบุ

 

เเหล่งข่าวยังกล่าวถึงการสร้างข่าวเท็จ ความเห็นของฝ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากบางกลุ่ม-บางพรรค ที่เผยเเพร่ในสังคมออนไลน์และสื่อมวลชน ในเชิงสร้างความเข้าใจผิดโดยการใช้ข้อความอันเป็นเท็จ เเละคลาดเคลื่อน เช่น กกต.กับบางพรรคร่วมกันโกง, จัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส,บัตรเขย่ง,QR Code -Bar Code บนบัตรเลือกตั้งที่อาจสืบค้นได้ว่าบัตรนั้น ใครคือผู้ลงคะเเนนเเละไม่เป็นความลับ หรือการขู่เอาผิดกับสำนักงานกกต.นั้น ความเห็นของฝ่ายต่าง ๆ ที่ออกมาเเสดงทัศนะเหล่านี้ หากกระทำโดยชอบนั้น ดำเนินการได้ เเต่ความเห็นเหล่านั้น หากมีการบิดเบือน ยั่วยุ ควรยุติเพราะอาจผิดกฎหมายหลายมาตรา เนื่องจากการให้ข้อมูลดังกล่าวของฝ่ายต่าง ๆ อาจสร้างความสับสน บิดเบือน ดิสเครดิต กกต.จนเกิดการสร้างกระเเสความไม่ยอมรับผลคะเเนนใน 400 เขตฯ เเม้การรายงานผลการเลือกตั้งส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาก็ตาม ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายรอการเเถลงข่าวของ กกต.ที่จะชี้เเจงสังคมโดยเร็วที่สุดในประเด็นข้างต้นจะเหมาะสมที่สุด และอย่าลืมว่า กฎหมายให้เวลา 60 วัน ในการรับรองการเลือกตั้ง ดังนั้น ควรให้เวลา กกต.ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย เเละกฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายใช้สิทธิตรวจสอบการทำงานของ กกต.ไว้เเล้ว