ดร.ถวิลวดี กะเทาะปมจัดเลือกตั้ง ปัญหาโครงสร้าง - ความน่าเชื่อถือ
12 ก.พ. 2569
ดร.ถวิลวดี กะเทาะปมการจัดการเลือกตั้ง มีปัญหาเชิงโครงสร้าง ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือของกระบวนการ ส่งผลให้ประชาชนออกมาร้องเรียน
ข่าว
12 ก.พ. 2569
ดร.ถวิลวดี กะเทาะปมการจัดการเลือกตั้ง มีปัญหาเชิงโครงสร้าง ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือของกระบวนการ ส่งผลให้ประชาชนออกมาร้องเรียน
12 กุมภาพันธ์ 2569 จากปัญหาการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่หลายพื้นที่ ในการเลือกตั้ง2569 ที่ผ่านมา ดร.ถวิลวดี บุรีกุล อดีตรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เผยแพร่บทความ เรื่องบทสะท้อนสถานการณ์การเลือกตั้งและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบอบประชาธิปไตยไทย เนื้อหาระบุว่า
จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานผู้จัดการเลือกตั้งชี้แจงข้อสงสัยและแสดงหลักฐานที่ยืนยันถึงความสุจริตและความโปร่งใสในการดำเนินงาน
ในขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์ที่น่ากังวลไม่แพ้กัน คือ ภาวะความเหนื่อยล้าทางการเมืองของประชาชนไทย บางส่วนเริ่มยอมรับบทบาทเป็นเพียง “เครื่องมือทางการเมือง” โดยปราศจากพลังในการกำหนดทิศทางของประเทศ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเลือกไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากความรู้สึกเบื่อหน่ายและขาดความเชื่อมั่นในกติกาทางการเมือง ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านสถิติการออกมาใช้สิทธิที่ลดลง แม้จะมีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนจะยังคงอยู่ในระดับเดิมหรือเพิ่มขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสังคมที่มีความแตกแยกทางความคิดอย่างชัดเจน การเมืองแบบแบ่งขั้วได้ผลักดันให้ประชาชนต้องเลือกยืนอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขณะที่พื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์กลับลดลง อคติและการปฏิเสธความเห็นต่างได้สะสมจนกลายเป็นรอยร้าวทางสังคมที่ลึกขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในอีกด้านหนึ่ง การเมืองแบบแบ่งแยกอาจเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ผู้มีอำนาจบางส่วนสามารถบริหารสถานการณ์ได้ง่ายขึ้นผ่านยุทธศาสตร์ “แบ่งแยกแล้วปกครอง” อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวอาจสร้างเสถียรภาพเพียงในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจบั่นทอนความไว้วางใจของประชาชนต่อรัฐและสถาบันทางการเมือง
ภายใต้บริบทนี้ รัฐบาลรักษาการและผู้มีหน้าที่บริหารประเทศจำเป็นต้องตระหนักว่าหน้าที่สำคัญที่สุดของรัฐคือการดูแลประโยชน์สุขของประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นผู้สนับสนุนหรือผู้เห็นต่าง การสร้างความเชื่อมั่นทางการเมืองต้องเริ่มจากการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความเคารพต่อศักดิ์ศรีของประชาชน
ท้ายที่สุด ความเข้มแข็งของประชาธิปไตยไม่ได้วัดจากการมีการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว หากแต่วัดจากระดับความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อความยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้งและความรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง
“เมื่อประชาชนหมดศรัทธาในกติกา การเลือกตั้งก็เหลือเพียงพิธีกรรมทางการเมือง”
