ปชป.ร่อนแถลงการณ์บี้รัฐ-ปปง.เร่งขยายผลอายัดทรัพย์ทุนเทา
11 ก.พ. 2569
"ประชาธิปัตย์" ร่อนแถลงการณ์บี้รัฐบาล-ปปง.เร่งขยายผลหลังอายัดทรัพย์ทุนเทาฟอกเงินห้วง 17 วันสุดท้าย-พิสูจน์การเมืองสุจริต-ศักดิ์ศรีประเทศ
ข่าว
11 ก.พ. 2569
"ประชาธิปัตย์" ร่อนแถลงการณ์บี้รัฐบาล-ปปง.เร่งขยายผลหลังอายัดทรัพย์ทุนเทาฟอกเงินห้วง 17 วันสุดท้าย-พิสูจน์การเมืองสุจริต-ศักดิ์ศรีประเทศ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการเดินหน้ากำจัดทุนเทา และสแกมเมอร์ว่า ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ดำเนิการกับปัญหาทุนเทา และสแกมเมอร์ตั้งแต่ต้น ในวันนี้ (11 กพ.) จะเหลือระยะเวลา 17 วันจาก 90 วัน ที่ภาครัฐออกมาตรฐานยึดอายัดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จึงเรียกร้องรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ เพื่อไม่ให้กระบวนการยึดมายัดทรัพย์ไม่ได้ส่งผลใด ๆ เพราะที่ผ่านมา ยังเห็นบุคลและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว ไปเกี่ยวข้องกับโครงการอื่น ๆ เช่น โครงการสแกนม่านตา โดยที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ไปป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน หรือป้องกันไม่ให้ไปกระทบบุคคลอื่น ๆ ซึ่งรับทราบว่า รัฐบาลรักษาการไม่ได้มีอำนาจโดยตรง แต่เป็นอำนาจหน่วยงานอื่นที่จะต้องดำเนินการ เช่น ปปง. แต่ก็ขอให้รัฐบาลได้เร่งรัดดำเนินการ เพื่อการขยายผลต่อไป เพื่อให้มาตรการอายัดทรัพย์ที่ดำเนินการมามีประสิทธิภาพ
ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ ย้ำว่า ระยะเวลาเหลือไม่มากแล้ว และเป็นความกังวลที่ตนได้สะท้อนผ่านสาธารณะว่า ระยะเวลามีจำกัด เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปแล้ว จึงควรที่จะเอาจริงจังกับเรื่องดังกลาว พร้อมย้ำว่า ภารกิจของพรรคประชาธิปัตย์ในการกำจัดสแกมเมอร์ และทุนเทาออกจากสังคมและเศรษฐกิจนั้น เป็นภารกิจสำคัญ ซึ่งช่วงนี้อยู่ในระยะเวลาสำคัญ ที่รัฐบาลควรต้องติดตามการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ปปง.ซึ่งหากปล่อยระยะเวลาผ่านไป และไม่ดำเนินการใด ๆ กับกลุ่มที่ถูกอายัดสทรัพย์ สัญญาณที่จะส่งต่อคนไทย และต่างประเทศที่ติดตามเรื่องดังกล่าว จะเป็นสัญญาณเชิงลบ
นายกรณ์ ยังระบุว่าว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันแต่แรกแล้วว่า กลุ่มที่ถูกอายัดทรัพย์สินนั้น เป็นเพียงส่วนเดียวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงิน แต่ยังมีคนไทยอื่น ๆ สมคบคิดเป็นนอร์มินีในการสมคบต่างชาติด้วย ดังนั้น ภาครัฐควรดำเนินการต่อเนื่อง และย้ำว่า ไม่ว่าสถานะใดพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งจะร่วมรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะเอาจริงต่อเนื่อง
พรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์พรรคประชาธิปัตย์ ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่า ด้วยพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่อง ธุรกรรมผิดปรกติของกลุ่มสแกมเมอร์มาตั้งแต่ต้น ตามที่ได้เสนอต่อ ปปง. เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา และ ขอชื่นชม การปฏิบัติการของ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ นายไชยชนก ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์ 9.2 พันล้านบาท โดยมีระยะเวลาในการยึด อายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งจากวันนี้ เหลือเวลาเพียงไม่เกิน 18 วันเท่านั้น ในการดำเนินการส่งอัยการฟ้อง เพื่อนำสู่การฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์เหล่านี้ ให้ตกเป็นของรัฐอย่างชัดเจน
พรรคประชาธิปัตย์ได้รับข้อมูลว่า ปปง. จะมีการประชุมในบ่ายวันนี้ จึงขอเสนอความเห็น ดังนี้
1. การดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ของ ปปง. ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นไปอย่างถูกต้อง มีหลักฐานความผิดในข้อหา อั้งยี่-ซ่องโจร-ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 700 ราย พบเส้นทางฟอกเงินมีโอนต่อเป็นทอด ๆ มาถึงบัญชีเหล่านี้ ดังที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะให้เป็นที่ทราบกันแล้วทั่วโลก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลและทุกหน่วยงาน รวมทั้ง ปปง. ต้องดำเนินการขั้นต่อไปอย่างจริงจัง เรื่องนี้ จะเป็นการทดสอบ “การเมืองสุจริต” ของรัฐบาลไทย และ เป็นการรักษาศักดิ์ศรี และ ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ยอมให้กลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของการกระทำผิดของกลุ่มสแกมเมอร์ และ ทุนเทา จากผู้กระทำความผิดในประเทศรอบ ๆ อย่างจริงจัง
2. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มผู้กระทำความผิด และ สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องเช่น กลุ่ม Capital Asia Investment (CAI) ยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน ซึ่ง DSI สรุปสำนวนคดี ส่ง ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง ม.157 ข้าราชการฝ่ายการเมือง-เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี รวม 6 ราย ไปแล้วด้วย จึงถือว่า เป็นกลุ่มอาชญากรรมร้ายแรง ที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง
3. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ ยังพบแหล่งสินทรัพย์และหลักทรัพย์ของกลุ่มบุคคลที่ถูกยึดอายัดทรัพย์กลุ่มนี้ แต่ยังไม่ถูกยึด อายัด และ ตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ครบถ้วนตามเรื่องที่ พรรคฯได้นำเสนอตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน และ กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเสนอให้ขยายวงหลักทรัพย์ และ กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป การดำเนินการในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และ เชื่อมั่นว่า รัฐบาล ปปง. และ ทุกหน่วยงานภาครัฐ จะได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการสู้ภัยสแกมเมอร์ และปกป้องศักดิ์ศรี ของตลาดทุนไทย และ ประเทศไทยในสายตาชาวโลกให้สง่างาม
