svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

อธิบดีอัยการ “วัชรินทร์” ควงแม่ใช้สิทธิสายไหม เชื่อพรรคการเมืองยุคใหม่ไม่ล้มล้างการปกครอง

08 ก.พ. 2569

นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ควงคุณแม่ใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติย่านสายไหม ปลุกคนไทยสละเวลาช่วงบ่ายออกมาเลือกคนเก่งบริหารประเทศ มั่นใจพรรคการเมืองรู้กฎหมายดี เชื่อไร้คดีล้มล้างการปกครองถึงมืออัยการ

เวลา 12.15 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 33 เขตเลือกตั้งที่ 12 โรงเรียนพรพระร่วงประสิทธิ์ ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เดินทางมาลงคะเเนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.เเละลงประชามติ

นายวัชรินทร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการใช้สิทธิว่า วันนี้เดินทางมาพร้อมคุณแม่เพื่อเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและลงประชามติ บรรยากาศเลือกตั้งวันนี้มีความคึกคักและมีคนมาใช้สิทธิ์ค่อนข้างมาก ซึ่งเท่าที่มองส่วนใหญ่ก็เป็นเยาวชนหนุ่มสาวที่ทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์กัน ตนมองว่าการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเราใช้สิทธิ์เลือกผู้แทนเข้าไปบริหารประเทศไทย ถ้าเราเลือกคนที่มีความรู้สามารถเข้าไปบริหารประเทศจะทำให้อนาคตประเทศเดินไปได้ด้วยดี

โดยเฉพาะส.ส. มีส่วนสำคัญในการผลักดันกฏหมาย ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนชาวไทย ในช่วงบ่ายนี้ยังมีเวลาการเลือกตั้งที่จะสิ้นสุดในเวลา 17.00 น. ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสละเวลาไม่นานดีกว่าที่จะนอนหลับทับสิทธิ์ การเลือกตั้งไม่ได้เลือกบ่อยนานๆจะมีโอกาส เพื่อให้ได้มีรัฐบาลที่เข้มแข็งและมีความรู้ความสามารถ ในการบริหารประเทศรวมถึง ส.ส. ที่จะเป็นตัวแทนของเราในสภาต่อไป

อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน กล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของอัยการสำนักงานการสอบสวนกับการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 49 หรือที่เรียกว่าคดีล้มล้างการปกครองฯ ตามขั้นตอนหากมีผู้ร้องเข้ามาว่ามีบุคคลหรือพรรคการเมืองใด มีการกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองฯ ให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ว่าได้ทำมีความผิดหรือไม่ ซึ่งต้องยื่นผ่านทางท่านอัยการสูงสุด

โดยทางสำนักงานการสอบสวนของอัยการเราจะเป็นผู้วินิจฉัยเบื้องต้นก่อนเสนออัยการสูงสุด พิจารณามีคำสั่ง ว่าจะรับดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งก็เชื่อว่าการเมืองแต่ละพรรคการเลือกตั้งครั้งนี้ มีความเข้มแข็งและรู้กฎหมายว่าอะไรที่สามารถทำได้หรือไม่ได้ จึงเชื่อว่าทุกพรรคตอนนี้มีความพร้อม ที่จะเสนอตัว ต่อประชาชนเพื่อทำหน้าที่ในสภาหรือคณะรัฐมนตรีต่อไป