“พีระพันธุ์” ซัดขบวนการสกัด รทสช.ใช้วิชามารทำลายป้ายหาเสียงทุกรูปแบบ
06 ก.พ. 2569
“พีระพันธุ์” ซัดวิชามารช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง มีขบวนการสกัด รทสช.ทำลายป้ายหาเสียงทุกรูปแบบ เพื่อหวังปิดตาคนไทยทั้งประเทศ
ข่าว
06 ก.พ. 2569
“พีระพันธุ์” ซัดวิชามารช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง มีขบวนการสกัด รทสช.ทำลายป้ายหาเสียงทุกรูปแบบ เพื่อหวังปิดตาคนไทยทั้งประเทศ
6 กุมภาพันธ์ 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีป้ายหาเสียงและป้ายนโยบายของพรรค ถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน กทม.พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความเสียหายตามธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุ แต่เป็นการกระทำที่มีลักษณะ มุ่งทำให้ป้ายไม่สามารถใช้งานได้ เพื่อลดการมองเห็นของพรรคในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง
โดยตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการหาเสียง พรรคได้ติดตั้งป้ายโฆษณานโยบาย หมายเลขพรรค และหมายเลขผู้สมัคร สส. ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพรรคแรกๆ ที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ต่อมาพบว่า ป้ายของพรรคค่อยๆ หายไป ถูกถอด ถูกทำลาย หรือถูกป้ายของพรรคการเมืองอื่น นำมาติดทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งใน กทม. และในต่างจังหวัด
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภาพถ่าย และข้อมูลที่รวบรวมได้พบว่า ความเสียหายของป้ายหาเสียงมีหลายรูปแบบ อาทิ การดัดงอ พับ หรือกดให้ล้มลง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นข้อความ และหมายเลขพรรคได้ , การถอดป้ายออกจากจุดติดตั้งเดิม แล้วนำไปวางพิงต้นไม้ หรือกองรวมไว้บนทางเท้า , การกรีด ฉีก หรือดึงแผ่นไวนิลออกจากโครงไม้ จนเหลือเพียงโครงหรือเศษซากของป้าย , การตัดหรือทำลายโครงสร้างยึด เช่น เชือก ลวด หรือเสา ทำให้ป้ายเอียงหรือล้มลงกับพื้น
นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ลักษณะความเสียหายดังกล่าวแตกต่างจากการขีดเขียนหรือพ่นสีทั่วไป แต่เป็นการกระทำที่มีเป้าหมายชัดเจนในการทำให้ป้ายไม่สามารถใช้งานได้ และไม่ปรากฏต่อสายตาประชาชน พร้อมตั้งคำถามว่า หากพรรครวมไทยสร้างชาติไม่มีกระแสตามที่บางฝ่ายกล่าวอ้าง เหตุใดจึงต้องมีความพยายามกีดกันในลักษณะนี้
“ผมและผู้สมัคร สส. พยายามจัดทำป้ายมาแซม แต่ก็ยังหายไปเรื่อยๆ ตอนหลังหนักขึ้น เพราะถูกทำลาย ถูกปลด และถูกป้ายของพรรคอื่น มาปิดทับเยอะไปหมด ผมพูดเรื่องนี้บนเวทีปราศรัยเมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่าวันนี้ป้ายของเราก็ยังโดนเล่นงานเหมือนเดิม และเพิ่มมากขึ้น ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด ที่ปรากฏชัดก็ใน กทม. ตามภาพที่เอามาลงประกอบครับ”
นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงบรรยากาศการแข่งขันทางการเมืองในภาพรวม โดยระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติและตน เผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน ทั้งการไม่ได้รับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์บางรายการ การไม่ปรากฏชื่อในผลสำรวจความคิดเห็น หรือการถูกตัดชื่อออกจากโพลในบางช่วงเวลา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการเมือง และอิทธิพลของกลุ่มอำนาจบางกลุ่ม
ด้านการดำเนินการตามกฎหมาย ผู้สมัคร สส. และผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติในหลายพื้นที่ ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐาน กรณีป้ายหาเสียงของพรรคถูกทำลาย และถอดออกโดยไม่ทราบฝ่าย อาทิ พื้นที่เขตพระโขนง-บางนา ซึ่งมีรายงานว่าป้ายหาเสียงได้รับความเสียหายรวมหลายร้อยป้าย และพื้นที่เขตพญาไท บริเวณริมถนนพหลโยธิน รวมถึงในพื้นที่เขตจังหวัดปทุมธานี และจังหวัดนครนายก ที่มีรายงานว่า ป้ายหาเสียงถูกของมีคมกรีดทำลาย จนภาพใบหน้าและตัวเลขเบอร์ผู้สมัครฉีกขาด ออกจากกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งแ ละลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนกฎหมาย
นายพีระพันธุ์ กล่าวย้ำว่า การทำลายป้ายหาเสียงไม่เพียงเป็นการทำให้เสียทรัพย์ตามกฎหมายอาญา แต่ยังเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง และส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมของการแข่งขันทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกติกา และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นธรรม และยืนยันว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังคงเดินหน้าหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ และขอเชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างอิสระ โดยย้ำแนวคิด "ชีวิตเรา เราเลือกเอง" ด้วยการเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 บัตรสีชมพู และเลือกผู้สมัคร สส. เขตของพรรครวมไทยสร้างชาติในบัตรสีเขียว ตามเบอร์ของผู้สมัครในแต่ละเขต ทั่วประเทศ
