นายอานนท์ กล่าวว่า ตนเองเป็นคนอัดคลิปดังกล่าวเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.68 เวลาประมาณ 08.46 น. ขณะนั้นตนอยู่กับ นายปรีชา จิรวงศ์สุธารมณ์ นายก อบต.ปิล๊อก ซึ่งมีโทรศัพท์เข้ามาเพื่อขอคุยกับตนเอง ตนเองไม่รู้ว่าจะคุยอะไร
เพราะก่อนหน้านั้นมีข่าวลือต่างๆ นานาว่า มีการข่มขู่ จึงบันทึกคลิปไว้เพื่อป้องกันตนเอง หลังจากได้ฟังคลิป ได้นำคลิปส่งให้เพื่อนหลายคนเพื่อปรึกษาว่าแบบนี้ผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่
ซึ่งนายปรีชา บอกว่าผู้ที่โทรมาคือเสียงของท่านที่ปรากฏในคลิป ยอมรับว่ากลัวเรื่องความปลอดภัย แต่ต้องนำความถูกต้องไว้ก่อน อยู่กับการเมืองมานานอยากให้การเมือง บ้านของตนเองมีการพัฒนา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในอำเภอนี้ เพิ่งจะมีครั้งแรก
นายพนม กล่าวต่อว่า ตนเองได้รับความเสียหาย เนื่องจากมีการพูดว่าพรรคของผู้พูดเป็นพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาลแน่นอน ส่วนพรรคที่ตนเองสังกัดอยู่จะต้องไปเป็นฝ่ายค้าน หากตนเองเป็นผู้แทนชาวบ้านจะไม่ได้อะไร เพราะเป็นฝ่ายค้าน ทำให้งบประมาณไม่ได้ลงมาในพื้นที่
ชายในคลิปเน้นย้ำว่าพรรคที่สังกัด ใจดำมากและโคตรใจดำ ทำให้คนที่สนับสนุนตนเองอาจจะมีการเปลี่ยนใจ เพราะถ้าเลือกไปแล้วไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับชาวบ้าน เขาอาจจะเปลี่ยนใจจากการสนับสนุนตนเอง ไปเป็นการสนับสนุนบุคคลดังกล่าวในคลิปได้
สำหรับเสียงสะท้อนในพื้นที่หลังมีคลิปปรากฏประชาชนก็ถามว่าเลือกไปแล้วจะเป็นฝ่ายค้าน แล้วงบประมาณจะไม่ได้จริงใช่หรือไม่ ทั้งกังวลและตกใจจึงทำให้คะแนนนิยมคนที่อยากสนับสนุนตนเองมีการเปลี่ยนใจได้ มีคนโทรมาถามและเวลาเจอชาวบ้าน ชาวบ้านก็ถาม
คนที่ปรากฏในคลิปอ้างว่าเป็น AI ว่า เรากุเรื่องเพื่อสร้างความนิยมให้กับตนเองเป็นกระแสตีกลับมา จึงต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริง ส่วนตัวไม่กังวลว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากเปิดหน้าสู้เพราะทำเพื่อประชาชน คิดดีทำดี ไม่ได้คิดจะทำร้ายใคร เรามาเล่นการเมืองเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ตนเองไม่กลัวอยู่แล้ว
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า นายพนมร้องมาที่พรรคเพื่อไทย ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้ง เราพิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งหลายประการ เช่น การใส่ร้ายด้วยความเท็จ สัญญาว่าจะให้ การทำให้เข้าใจผิดในคะแนนความนิยม เป็นความผิดตามมาตรา 73 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.พ.ศ.2561 เมื่อวานนี้ (4 ก.พ.69) คณะกรรมการบริหาร
พรรคเพื่อไทย จึงมีมติให้ดำเนินการร้องเรียนไปยัง กกต.ให้ไต่สวน เพื่อเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคลิปเสียง เพราะทำให้เกิดความเสียหายมากมาย
โดยให้นายนรวิช หล้าแหล่ง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ไปยื่นพยานหลักฐานต่อ กกต.ในวันนี้ ส่วนจะดำเนินคดีอื่นๆ ด้วยหรือไม่ ฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากเข้าข่ายอยู่หลายเรื่อง
นายอานนท์ ระบุว่า เคยมีสายนี้โทรหาตนเองหลายครั้ง โดยหลังจากเกิดเหตุ คู่กรณีมีการโทรศัพท์เข้ามาหาในลักษณะเหมือนเดิม คือเชิญชวนให้ไปร่วมโดยไม่ได้มีการข่มขู่
โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของลูกน้อง คือ นายก อบต.คนหนึ่งที่รู้จักกัน โดยที่โทรมาหาตนเองอาจจะเพราะเป็นอดีต สจ.ในพื้นที่มีประชาชนรัก คงให้ช่วยเรื่องคะแนนเสียง ซึ่งก่อนหน้านี้ตนไม่เคยช่วยงานของคนที่อยู่ในคลิป
นายนรวิช กล่าวว่า นายอานนท์ได้มอบคลิปและถอดเทปการสนทนาให้ซึ่งถือเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่จะนำไปประกอบให้ กกต.ได้สืบสวนสอบสวนต่อไป
ในช่วงท้าย นายชูศักดิ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวโยงถึงพรรคการเมืองได้ในหลายเรื่อง เช่น รู้อยู่แล้วว่าสมาชิกทำผิดกฎหมายต้องสั่งให้เลิก เพียงแต่ว่าขณะนี้มอบหมายให้ไปยื่นคำร้องต่อ กกต.
ส่วนข้อหาอื่น ๆ กำลังจะพิจารณากันอยู่ ส่วนคลิปที่เกิดในช่วงการเมืองเข้มข้น มองเป็นเรื่องอื่นไม่ได้โดยเฉพาะการสยบคู่แข่ง เป็นเรื่องการเมืองไม่ใช่เรื่องอื่น แต่ต้องดูว่าการเมืองที่ว่าเป็นอย่างไร
คนที่พูดก็พูดการเมือง แต่เราเห็นว่าที่พูดที่กระทำไปอาจจะไม่ถูก ไม่ชอบ ฝ่าฝืนกฎหมาย เราก็ใช้สิทธิ์ของเรา ถ้าปล่อยไปแบบนี้
ท้ายที่สุดก็ไม่ต้องเกรงกลัวอะไรกันต่อไป ใช้อำนาจรัฐทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม คณะกรรมการบริหารพรรคจึงมีมติชัดเจนว่าจะดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้ง