"เพื่อไทย" กางแผนดับไฟใต้ ชู "แลนด์บริดจ์" 1 ล้านล้าน พลิกโฉมเศรษฐกิจใต้
04 ก.พ. 2569
"เพื่อไทย" กางแผนดับไฟใต้ ชู "แลนด์บริดจ์" 1 ล้านล้าน พลิกโฉมเศรษฐกิจใต้ สร้างงาน 2.8 แสนตำแหน่ง เชื่อความมั่งคั่งคือคำตอบสู่สันติภาพยั่งยืน
ข่าว
04 ก.พ. 2569
"เพื่อไทย" กางแผนดับไฟใต้ ชู "แลนด์บริดจ์" 1 ล้านล้าน พลิกโฉมเศรษฐกิจใต้ สร้างงาน 2.8 แสนตำแหน่ง เชื่อความมั่งคั่งคือคำตอบสู่สันติภาพยั่งยืน
4 กุมภาพันธ์ 2569 ในเวที NATION ELECTION 2569 DEBATE จุดเปลี่ยนประเทศไทย ภาคใต้ ที่สวนสาธารณะ อบจ.สงขลา
• นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ พรรคภูมิใจไทย
• น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ พรรคประชาชน
• นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคประชาธิปัตย์
• นายก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย
• นายจตุพร บุรุษพัฒน์ พรรคโอกาสใหม่
• พ.ต.ต.ฉัตรชัย นิติภักดิ์ พรรคกล้าธรรม
นายก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย ตอบคำถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาลจะทำโครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อมต่อโลจิสติกส์ระหว่างชุมพรไประนอง ในการขนส่งทางน้ำผ่านประเทศไทย ประหยัดเวลาประหยัดค่าใช้จ่าย โครงการนี้การลงทุน 1 ล้านล้านบาท จะมีการสร้างงาน 2 จังหวัด 280,000 ตำแหน่ง หมายความว่าลูกหลานพี่น้องชาวใต้จะมีงานทำที่นี่
โครงการนี้จะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนระหว่างก่อสร้างปีละแสนกว่าล้านบาท หมุนเวียนทางเศรษฐกิจ 4 เท่า ก็เป็น 6 แสนกว่าล้านต่อปี
ไม่ใช่แค่ชุมพรและระนองที่ได้อานิสงส์เต็มๆ แต่สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต กระบี่ พัทลุง และสงขลา ก็ได้เช่นกันในทางอ้อม ทำให้เศรษฐกิจภาคใต้ขยับขึ้น ชุมพร ระนอง จะขยับเพิ่มเป็นเท่าตัว
ส่วนจังหวัดอื่นจะขยับประมาณ 20 30%
นอกจากการจ้างงาน ยังมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวมากมาย ก็เป็นอานิสงส์ต่อภาคใต้เต็มที่ ยังไม่รวมถึงการท่องเที่ยวที่เราจะสนับสนุนนอกจากเมืองหลักแล้ว รองอีกหลายจังหวัดก็มีสิ่งดีๆ อย่างชุมพรที่เป็นทางผ่าน ระนองที่เป็นเมืองหลบ นครศรีธรรมราชที่เป็นเมืองใหญ่แต่คนน่าจะเยอะกว่านี้ พัทลุงมีที่ท่องเที่ยวดังแต่คนรู้จักไม่กี่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีที่ท่องเที่ยวดีๆ แต่คนยังกลัวอยู่ สิ่งเหล่านี้จะต้องทำ ให้คนมาเที่ยวมากที่สุด
นายก่อแก้ว บอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ใช้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่ก็เป็นเงินที่ผิดกฎหมาย เงินเทาเงินดำ ซึ่งเป็นเงินที่ไม่ถูกต้อง ตรงนี้ทำให้ระบอบประชาธิปไตยไทยมีปัญหามาก เพราะคนที่ซื้อเสียงแล้วเข้าไป ทำให้คนดีๆที่อยากเข้ามาการเมืองไม่อยากมา เพราะต้องมาฝ่าฟันกับการซื้อเสียงโดยใช้เงินเทาทั้งหลาย ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย พรรคเพื่อไทยก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2544 ที่เป็นพรรคไทยรักไทยจนถึงปัจจุบัน เราเน้นขายนโยบายและทำนโยบายให้เป็นจริง
ทั้งนี้ ผู้ใหญ่ในพรรคก็มีเงิน แต่เราไม่เคยใช้เงินซื้อเสียง เพราะมองว่าถ้าซื้อเสียงมันก็ต้องไปหาเงินมา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเงินจากคอร์รัปชัน ธุรกิจผิดกฎหมายซึ่งเราไม่ต้องการ แต่เราต้องการใช้เงินบริสุทธิ์ ไม่ซื้อเสียง ทำนโยบายที่ดีเพื่อประชาชน ยึดมั่นวิธีนี้มาโดยตลอด
เพราะฉะนั้นเวลาที่มีใครลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย สังเกตว่าคนที่ดูเทาๆมา เรามักจะไม่ส่ง เราไม่ปฏิเสธการสมัครเป็นสมาชิก แต่เราไม่ส่งลง สส. ซึ่งเรามีวิธีคัดกรองระดับหนึ่ง
ถ้าใครมีข้อมูลว่าผู้สมัคร สส. เพื่อไทยคนใดเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย ทุนเทาทั้งหลาย ก็ขอให้ช่วยตรวจสอบและส่งข้อมูลมาที่พรรคเพื่อไทยด้วย เราจะได้ช่วยกันไว้อีกแรง เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาต่อสังคมในอนาคต
พร้อมฝากทิ้งท้าย ว่า ภายใต้สถานการณ์การเมืองปัจจุบันมี 3 พรรคเท่านั้นที่มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีคือ เพื่อไทย ภูมิใจไทย และพรรคประชาชน ส่วนพรรคอื่นเป็นพรรคเล็กถึงเสนอนโยบายมาคงไม่มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือพรรคดันนโยบายให้เป็นจริงได้ เพื่อไทยเป็นพรรคที่ขับเคลื่อนเหตุการณ์ยากๆ ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง และผลักดันนโยบายให้เป็นจริงได้ แต่ก็เจออุปสรรคขัดขวางจากนอกระบบ
ส่วนภูมิใจไทยก็เป็นเพื่อนกัน แต่ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ พี่น้องชาวสงขลาคงรับรู้ดี เลยทำให้เกิดการ สูญเสียเกินความจำเป็น ส่วนพรรคน้องใหม่ มีความตั้งใจดี แต่ตอนนี้ปัญหามันเยอะ ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทางข้าราชการและนักธุรกิจ ดังนั้นควรเลือกพรรคเพื่อไทย เพื่อไทยทำได้
