"พิพัฒน์" ชี้ ภูมิใจไทยมีนโยบายเฉพาะ 14 จังหวัดใต้ ปรับโครงสร้าง "แก้ปัญหาน้ำท่วม"
04 ก.พ. 2569 | natthanan_chu

"พิพัฒน์" ชี้ ภูมิใจไทยมีนโยบายเฉพาะ 14 จังหวัดใต้ ปรับโครงสร้าง "แก้ปัญหาน้ำท่วม" ด้วยการทำถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ คู่ลำคลองรอบถนน
ข่าว
04 ก.พ. 2569 | natthanan_chu

"พิพัฒน์" ชี้ ภูมิใจไทยมีนโยบายเฉพาะ 14 จังหวัดใต้ ปรับโครงสร้าง "แก้ปัญหาน้ำท่วม" ด้วยการทำถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ คู่ลำคลองรอบถนน
4 กุมภาพันธ์ 2569 ในเวที NATION ELECTION 2569 DEBATE จุดเปลี่ยนประเทศไทย ภาคใต้ ที่สวนสาธารณะ อบจ.สงขลา
• นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ พรรคภูมิใจไทย
• น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ พรรคประชาชน
• นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคประชาธิปัตย์
• นายก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย
• นายจตุพร บุรุษพัฒน์ พรรคโอกาสใหม่
• พ.ต.ต.ฉัตรชัย นิติภักดิ์ พรรคกล้าธรรม
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายเฉพาะ 14 จังหวัดภาคใต้ เน้นในเรื่องของ 3 เสาหลัก 7 ด้าน เสาหลักที่ 1 คือปรับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะทางบก ทางเรือ ทางอากาศ และทางราง เสาหลักที่ 2 คือเน้นเรื่องการศึกษา จะนำไปสู่อาชีพในอนาคตที่อยากทำ จะไม่เรียนแบบสะเปะสะปะ และ เสาหลักที่ 3 คือสิ่งที่สำคัญของพื้นที่ภาคใต้คือจะทำอย่างไรให้ภายใต้มั่นคง โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา
ซึ่งในการปรับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านมาคือน้ำท่วมใหญ่ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเราจะแก้ปัญหาในเรื่องของภัยน้ำท่วม กระทรวงคมนาคมโดยตัวของตนเอง
พรรคภูมิใจไทย จะเน้นในเรื่องของการสร้างถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ และคาดว่าจะมีการทำงบประมาณในการเวนคืนที่ดิน และ งบในการก่อสร้างโดยจะแล้วเสร็จทั้งหมด ในปี 2578 แต่วงแหวนนั้นไม่ได้มีเฉพาะถนนเพียงอย่างเดียว แต่จะมีการแก้ปัญหา ในเรื่องของน้ำท่วม โดยจะมีลำคลองรอบถนนทั้งหมด ลำคลองกว้างประมาณ 50 เมตร ลึก 4 เมตร นี่คือสิ่งที่เราต้องการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ จากพรรคโอกาสใหม่ ตั้งคำถามว่า ช่วงนี้พรรคการเมืองหาเสียงด้วยคำว่า "รักชาติ" จึงอยากทราบว่าคิดอย่างไรกับคำนี้และปัจจุบันนี้ยังมี มีใครไม่รักชาติอยู่หรือไม่
นายพิพัฒน์ ตอบคำถามว่า วลีนี้เป็นวลีที่ตนพูดออกไปจริง แต่สิ่งที่ตนพูดต้องเข้าใจก่อนว่าชาติคืออะไร ชาติคือสิ่งที่มีอาณาเขตที่ชัดเจน มีวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีที่ชัดเจน เรามี ผู้นำที่ชัดเจนนั่นคือความเป็นชาติ
สิ่งที่ตนพูดออกไปว่า รักชาติ หรือไม่รักชาติใครรักชาติก็เลือกฝั่งรักชาติ ใครไม่รักชาติก็ไปเลือกอีกฝั่งนึง ให้มันชัดเจน
เพราะวันนี้การเมืองแบ่งชัด แบ่งออกเป็น 2 ฟากแต่ถ้าใครคิดว่าตัวเองรักชาติ ก็อย่าเดือดร้อน เพราะตนไม่ได้กำหนดว่าใครคือคนรักชาติ หรือไม่รักชาติ แต่ถ้าออกมาตอบโต้แสดงว่ามีความรู้สึก ว่าตัวเองไม่ได้รักชาติ นี่คือสิ่งต่างๆที่ตนสื่อสารออกไปเพราะตนไม่ได้ระบุว่าคือใคร
แต่ชาติของผมมีคำจำกัดความอยู่แล้วว่าคืออะไร แต่เกิดมาเป็นคนไทยผมมั่นใจ ว่าทุกคนรักชาติ แต่วันนี้มีคนพยายามที่จะตะแบง ของคำว่าชาติ ให้มีความเปลี่ยนไป นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวด้วยว่า ในขณะที่ตนพูดออกไปไม่ได้พูดในฐานะภูมิใจไทยแต่พูดในนามส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับพรรคเพราะฉะนั้นตนรับผิดชอบในตัวตนเอง
ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ พรรคประชาชน ลุกขึ้นใช้สิทธิ์พาดพิง ว่าเพราะคนที่ตอบโต้ที่นายพิพัฒน์หมายถึงคือตัวของตนเอง แล้วจะบอกว่าตัวเองร้อนตัวก็ได้ แต่ด้วยความเคารพตนไม่อยากให้การพูดเอาชาติ มาเป็นข้ออ้างในการแบ่งและชี้หน้า คนอื่นว่าไม่รักชาติ
นายพิพัฒน์อาจจะตามไม่ทันว่าสังคมวันนี้คุยกันเรื่องอะไร ประชาชนเขาเลี่ยนแค่ไหนที่ท่านโหนชาติ แบบนี้ตนคิดว่าไม่ควรอย่างยิ่ง
นายพิพัฒน์ โต้ว่า วันนี้พวกเราคนไทยมีความหยิ่งทะนงในความเป็นไทย เพราะฉะนั้นตนเชื่อว่าทุกคนไม่มีใครอยากโหน แต่ถ้าน้องคิดว่าตัวผมโหน ผมก็ไม่เข้าใจว่าวาทกรรมโหนชาติมันคืออะไร
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ไม่ขอตอบโต้ กลับนายพิพัฒน์เพียงแต่เราในฐานะนักการเมือง ต้นคิดว่าการพิสูจน์ว่าเรารักชาติ หรือไม่เอาวาระของสังคม มากลางบนโต๊ะแล้วพูด ว่าถ้ารักชาติจริงจะทำอะไร ให้ประชาชน จะทำอะไรให้ชาติ ไม่ใช่ขีดเส้นแล้วบอกว่า รักชาติไม่รักชาติ วาระประโยชน์สาธารณะเอามากลางแล้วให้พี่น้องประชาชนตัดสินว่าใครรักชาติจะทำเพื่อชาติทำเพื่อประชาชน
นายกรณ์ จาติกวณิช จากพรรคประชาธิปัตย์ ใช้สิทธิพาดพิง ว่า วาทกรรมเรื่องรักชาติไม่ควรจะเกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้ง นายพิพัฒน์เมื่อพูดไปแล้วแต่ไม่รับผิดชอบในคำพูดของตนเอง วันนี้กลับมาบอกว่าไม่เจาะจงว่าจะว่าใคร ซึ่งเรื่องนี้ยิ่งแย่ไปใหญ่ จึงตั้งคำถามว่าพูดขึ้นมาทำไม พูดขึ้นมาให้สังคมสับสน พูดขึ้นมาให้เกิดความแตกแยกเฉยๆ โดยที่อ้างว่าไม่มีใครในใจ ซึ่งถ้าไม่มีใครในใจ บอกได้เลยหรือไม่ว่าเห็นว่าทุกพรรครักชาติกันหมด จะได้จบ
นายพิพัฒน์ กล่าวตอบว่า ตนไม่สามารถใช้คำนั้นได้ เพราะตนคิดว่าบางพรรคก็รักชาติ บางพรรคก็ไม่ได้รักชาติอย่างจริงจัง
นายพิพัฒน์ กล่าวตอบว่า ชัดเจนครับ
นายพิพัฒน์ กล่าวตอบว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ก็พรรคภูมิใจไทยของเรามีความมุ่งมั่นที่จะปราบ อะไรที่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอด ตั้งแต่เข้ามาเป็นผู้นำในรัฐบาล ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 2 เดือนกว่า แต่ที่สำคัญที่สุดตนก็ไม่ได้บอกว่าพรรคไหนมีสีเทาหรือไม่มีสีเทา ตนมั่นใจว่าในแต่ละพรรค ก็ล้วนแล้วแต่มีสมาชิกพรรค ที่กรรมการบริหารพรรคไม่สามารถลงไปสังเคราะห์ ในสมาชิกทุกคนว่ามีความ บริสุทธิ์หรือไม่
ตนจึงไม่อยากจะพูดว่าพรรคการเมืองไหนเป็นสีเทา พรรคการเมืองไหนที่คิดว่าตัวเองคือผู้บริสุทธิ์ ขาวสะอาดโดยที่ไม่มีคำว่าสีเทาเลย ตนยังมองไม่เห็นว่าพรรคการเมืองใด ที่มีสมาชิกและบริสุทธิ์ทุกคนทั้งพรรคการเมือง เป็นไปไม่ได้ องค์ประกอบต่างๆเราไม่สามารถที่จะเลือกได้
เมื่อเขามีจิตใจที่จะเข้ามาร่วมสังฆกรรมหรือร่วมอุดมการณ์ กับพรรคของคุณ เราไม่มีสิทธิ์เลือกเพราะเขามีเจตนาที่ดีที่จะมาทำงานการเมืองร่วมกัน แต่เราต้องหาวิธีพิสูจน์ให้ได้ว่า บุคคลนั้นบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ ขาว หรือเทา หรือดำ
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวด้วยว่า ในวิกฤตหลายวิกฤตตนเห็นแล้วว่าพรรคภูมิใจไทยสามารถทำให้วิกฤตนั้นๆผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
โดยเฉพาะวิกฤตที่เห็นว่ารุนแรงที่สุดในโลกคือโควิด 19 สิ่งที่ทำให้ทุกประเทศปิดน่านฟ้าทั้งหมดแต่พรรคภูมิใจไทยสามารถทำให้ประเทศไทยเปิดน่านฟ้าเป็นประเทศแรกในเอเชียเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ
นี่คือการแสดงให้เห็นการแก้ปัญหาวิกฤตในครั้งนั้น และอีกวิกฤตคือการทวงคืนแผ่นดินไทยที่ถูกยึดไป40 ปี แต่เมื่อ นายอนุทินขึ้นมาเป็นนายก เราสามารถเอาแผ่นดินไทยที่หายไป 40 ปีกลับคืนมาได้