"พิพัฒน์" เปิดเกมชิง “Disneyland“ แห่งแรกในอาเซียนปั้มรายได้
03 ก.พ. 2569
ลุ้นดีลประวัติศาสตร์! "พิพัฒน์" เปิดเกมชิง “Disneyland“ แห่งแรกในอาเซียน ทูตไทยวอชิงตันฯ ส่งสัญญาณหนุน มั่นใจพลิกท่องเที่ยวสู่แลนด์มาร์ก สร้างงาน ปั้มรายได้มหาศาล
ข่าว
03 ก.พ. 2569
ลุ้นดีลประวัติศาสตร์! "พิพัฒน์" เปิดเกมชิง “Disneyland“ แห่งแรกในอาเซียน ทูตไทยวอชิงตันฯ ส่งสัญญาณหนุน มั่นใจพลิกท่องเที่ยวสู่แลนด์มาร์ก สร้างงาน ปั้มรายได้มหาศาล
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแลพื้นที่ EEC กล่าวถึงกรณีที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้โพสต์ข้อความสื่อสารว่า ประเทศไทยกำลังวางตัวเองเป็น “ตัวเลือกสำคัญ” สำหรับการตั้ง Disneyland แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่า สะท้อนให้เห็นว่าแนวคิด “Disneyland Thailand” ไม่ได้อยู่แค่ในวงสนทนาทางการตลาด แต่ถูกหยิบยกขึ้นสู่ระดับกาารทูตเศรษฐกิจ และมองว่าจุดแข็งของไทยไม่ได้อยู่ที่ขนาดตลาดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความพร้อมเชิงโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสนามบิน รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ และโครงข่ายถนน ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลได้ทันที หากโครงการระดับโลกตัดสินใจลงทุน
“โมเดลที่เราวางไว้จะมีความแตกต่างจากภาพจำของสวนสนุกทั่วไป คือ การออกแบบให้เป็น Entertainment & Lifestyle Hub ขนาดใหญ่ ที่รวมสวนสนุก คอนเสิร์ตฮอลล์ และสนามกีฬามาตรฐานสากล ความจุกว่า 80,000 ที่นั่ง รองรับอีเวนต์ระดับโลกได้ตลอดปี เป้าหมายไม่ใช่เพียงดึงคนมาเที่ยวเครื่องเล่น แต่ดึง “อีเวนต์” มาสร้างการเดินทางซ้ำ ทั้งคอนเสิร์ต ศิลปินระดับโลก และการแข่งขันกีฬานานาชาติ ซึ่งแนวคิดนี้สอดรับกับเทรนด์เมืองท่องเที่ยวสมัยใหม่ ที่ใช้กีฬา ดนตรี ความบันเทิง เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ทำให้รายได้กระจายออกนอกพื้นที่โครงการ ไปยังโรงแรม การคมนาคม ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยวต่อเนื่อง มากกว่าการพึ่งรายได้จากสวนสนุกเพียงอย่างเดียว“นายพิพัฒน์ กล่าว
ส่วนข้อกังวลเรื่องธุรกิจสีเทานั้น นายพิพัฒน์ ย้ำชัดว่า โครงการนี้ “ไม่มีเทา ไม่มีกาสิโน” เพราะถูกวางให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและอีเวนต์อย่างแท้จริง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ไทยในฐานะศูนย์กลาง Music & Sport Tourism ของภูมิภาค ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง โครงการคาดว่าจะสร้างการจ้างงานกว่า 100,000 ตำแหน่ง เพิ่มนักท่องเที่ยวปีละราว 10 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 150,000 ล้านบาท และอาจช่วยหนุน GDP ไทยเติบโตได้ราว 1% ต่อปี
นายพิพัฒน์ ประเมินว่า การที่สถานทูตไทยในสหรัฐฯ ออกมาสื่อสารแนวคิดนี้ ถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเชิงนโยบายระหว่างประเทศว่าไทยกำลัง “เปิดดีล” ระดับโลกอย่างจริงจัง และหากสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง EEC อาจไม่ได้เป็นเพียงเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นแลนด์มาร์กความบันเทิงระดับโลกของเอเชียในอนาคต
