ส่วนการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใหญ่นั้น นายอภิสิทธิ์ เข้าใจว่า กกต.ได้เบาะแส จึงเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งส่วนตัวอยากให้ดำเนินการอย่างจริงจัง หากทำให้เห็นได้ใน 1-2 วันข้างหน้า จะช่วยได้อย่างมากในการปรามไม่ให้การกระทำแบบนี้เกิดขึ้นอีกในพื้นที่อื่น ซึ่งตนเองนั้นก็อยากให้มีการตรวจสอบไปตามข้อเท็จจริง และขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีการประเมินในช่วงสถานการณ์โค้งสุดท้าย จะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงรุนแรงหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า รุนแรง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็มีคนพูดอยู่ว่า อาจจะเป็นการเลือกตั้งที่เป็นการใช้เงินมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง เพราะเห็นอาการตั้งแต่ก่อนยุบสภาฯ ซึ่งมีการพูดถึงตัวเลขของสส.ที่มีการเปลี่ยนแปลงย้ายพรรค
ส่วนที่มีการระบุจะมีการซื้อเสียงมากถึง 5 ใบเทานั้น นายอภิสิทธิ์ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามชาวบ้าน
นายอภิสิทธิ์ ยังเปิดเผยถึงการหารือกับภาคเอกชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2568 ว่า ภาคเอกชน มีความลำบากมาก เพราะหลังจากเหตุการณ์ยุบสภาฯ การช่วยเหลือต่าง ๆ หยุดชะงักลง ซึ่งตนเองมีความพยายามเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหลายครั้ง ซึ่งไม่มีการติดใจในการนำเงินกองกลางมาสนับสนุน หรือให้การช่วยเหลือ แต่รัฐบาล กับ กกต.ไม่สามารถที่จะผลักดันกลับมาได้ การอยากได้เงินกู้มาช่วยธุรกิจตอนนี้แทบจะสายเกินไปแล้ว แต่การเร่งจัดสรรงบประมาณเข้ามา เพื่อฟื้นฟูเยียวยาและการจัดทำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการท่องเที่ยวหรือการเสริมการค้า ก็จำเป็นจะต้องเร่งทำ ควบคู่กับการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน ป้องกันน้ำท่วมในอนาคต ไม่นับการยกระดับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ การเตือนภัย การอพยพให้เป็นระบบอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนครั้งที่ผ่านมา