"จตุพร" ชี้แก้ "ทุนเทา" ต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง พร้อมวางระบบแก้ "ภัยแล้ง-น้ำท่วม"
31 ม.ค. 2569
"จตุพร" ชี้แก้ "ทุนเทา" ต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง พร้อมวางระบบแก้ "ภัยแล้ง-น้ำท่วม" ต้องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
ข่าว
31 ม.ค. 2569
"จตุพร" ชี้แก้ "ทุนเทา" ต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง พร้อมวางระบบแก้ "ภัยแล้ง-น้ำท่วม" ต้องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
31 มกราคม 2569 ใน Nation Election 2569 DEBATE จุดเปลี่ยนประเทศไทย “ชายแดนร้อน-ปากท้องคนจน” ณ เวทีภาคอีสาน จังหวัดอุดรธานี
• นายสุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย
• นายไชยา พรหมา พรรคกล้าธรรม
• นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน
• นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง
• นายอัมพร พินะสา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
• นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
• คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาภาคอีสานว่า ต้องมองปัญหาในหลายมิติ และแก้ไขอย่างเป็นระบบ
ประเด็นแรก คือ ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ซึ่งภาคอีสานประสบทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบสูงและมีปัญหาด้านสภาพดินมาอย่างต่อเนื่อง จึงต้องวางระบบจัดการน้ำอย่างจริงจัง ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ไม่สามารถแก้ไขให้เสร็จภายในระยะสั้นได้ แต่จะส่งผลดีในระยะยาว
ประเด็นที่สอง คือ ปัญหาด้านระบบและระเบียบต่างๆ ทั้งกฎหมายและขั้นตอนการทำงานของภาครัฐ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา การแก้ไขต้องทำอย่างรอบคอบ ไม่ใช่เพียงการลงนามครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องปรับปรุงเชิงโครงสร้าง
ประเด็นที่สาม คือ การเข้าถึงของประชาชน ซึ่งยังมีข้อจำกัดอยู่มาก ประชาชนจำนวนไม่น้อยไม่สามารถเข้าถึงระบบหรือโอกาสต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียม จึงต้องเปิดโอกาสและสนับสนุนให้เข้าถึงทรัพยากรและบริการของรัฐได้มากขึ้น
นายจตุพร ย้ำว่า หากพรรคโอกาสใหม่ได้เป็นรัฐบาล ทั้งสามประเด็นนี้สามารถแก้ไขได้ โดยต้องมีการบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลาง ท้องถิ่น และพื้นที่ ให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
ภาคอีสานมีศักยภาพสูง ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และแรงงาน ซึ่งสามารถนำมาใช้พัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืนลักษณะภูมิอากาศของภาคอีสานที่มี “ฝนน้อย แดดมาก” ทำให้มีศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นพลังงานสะอาดในอนาคตได้
นายจตุพร ยืนยันว่า ภาคอีสานมีความพร้อมทั้งด้านการท่องเที่ยว พลังงาน และแรงงานของประชาชน และเชื่อว่าสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้
นายจตุพร ตอบว่า ต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการเข้าเมือง โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต้องนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบและคัดกรองบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเมื่อมีการจับกุมแล้ว ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง จับแล้วต้องดำเนินคดีให้ชัดเจน และต้องมีบทลงโทษที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่จับแล้วปล่อย จนทำให้ปัญหายังคงเกิดซ้ำ
นายจตุพร ระบุว่า ปัจจุบันยังพบปัญหาการจับแล้วปล่อยอยู่ในหลายกรณี จึงจำเป็นต้องทบทวนทั้งกฎหมายและกระบวนการปฏิบัติ เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างเข้มงวดมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบระบบเครือข่ายทั้งหมดของผู้ที่ลักลอบเข้ามาในประเทศ รวมถึงเส้นทางการเงินและการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการแฝงตัวของทุนสีเทา
การดำเนินการทุกขั้นตอนต้องทำให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การจับกุม การดำเนินคดี ไปจนถึงการลงโทษ เพื่อให้เกิดความหลาบจำ และไม่ให้กลุ่มทุนสีเทาเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศไทยอีก
