มติพรรคชาติไทยพัฒนา! ตั้ง "หนูนา-กัญจนา" รั้งหัวหน้าพรรคฯ
31 ม.ค. 2569
มติพรรคชาติไทยพัฒนา! ตั้ง "กัญจนา" รั้งหัวหน้าพรรคฯ ปัด "วราวุธ" ทิ้งมรดกที่พ่อสร้าง แจงย้ายไป "ภูมิใจไทย" เพื่อให้มีโอกาสรับใช้ ปชช.
ข่าว
31 ม.ค. 2569
มติพรรคชาติไทยพัฒนา! ตั้ง "กัญจนา" รั้งหัวหน้าพรรคฯ ปัด "วราวุธ" ทิ้งมรดกที่พ่อสร้าง แจงย้ายไป "ภูมิใจไทย" เพื่อให้มีโอกาสรับใช้ ปชช.
ที่ประชุมใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ จ.สุพรรณบุรี มติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จำนวน 9 คน ประกอบด้วย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรค นายเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ รองหัวหน้าพรรค นายอุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา เลขาธิการพรรค นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง รองเลขาธิการพรรค นางพวงรัตน์ ชัยบุตร เหรัญญิกพรรค นายพิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค จำนวน 3 คน ได้แก่ นายสุรชัย ทิณเกิด นายอภิวัชร บัวพันธ์ และนายบุญส่ง รัตนพร
น.ส.กัญจนา กล่าวเปิดใจภายหลังได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค โดยขอบคุณที่สมาชิกพรรคฯ ที่มีมติเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพื่อลบครหาที่ว่า พรรคชาติไทยพัฒนา จะไม่มีอยู่แล้ว หลังนายวราวุธ ศิลปอาชา ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคฯ ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย พร้อมกับอดีต สส.ของพรรค และสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่ง จนมีการสร้างวาทกรรมว่า นายวราวุธ ทิ้งพรรคที่พ่อสร้างมา พร้อมย้ำว่า เหตุที่นายวราวุธและสมาชิกพรรคฯ ต้องย้ายไปพรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคชาติไทยฯ ในยุคที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตนี ยังอยู่ หลัง ๆ ก็มีขนาดเล็กลงอย่างมาก ในการเลือกตั้งปี 2554 ได้ สส.แบบแบ่งเขต 15 คน และสส.แบบบัญชีรายชื่อ 4 คน รวม 19 คน กลายเป็นพรรคขนาดเล็กไปแล้ว ซึ่งการทำงานการเมืองถ้าจะให้มีประสิทธิภาพ พรรคขนาดเล็กทำงานได้ยากมาก บางคนบอกว่า พรรคขนาดเล็กเลือกไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำอะไรไม่ได้ ไปเลือกพรรคใหญ่ดีกว่า และแม้การเลือกตั้งช่วงที่นายบรรหารยังมีชีวิตอยู่ พรรคฯ ก็ไม่ได้พรรคปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ในสุพรรณบุรี ทั้งที่ตลอดชีวิตนายบรรหารทำให้สุพรรณบุรีมาก แต่กลับไม่ได้ที่ 1 กลายเป็นพรรคอื่นที่ไม่ได้ทำอะไรให้สุพรรณบุรีเลย โดยเฉพาะการเลือกตั้งปี 66 พรรคฯ ไม่ได้แม้แต่ที่ 2 แต่เป็นที่ 3 ด้วย ซึ่งอันดับ 1 คือ พรรคประชาชน และอันดับ 2 คือ พรรคเพื่อไทย ซึ่งบางทีตนก็นึกว่าทำไมเป็นอย่างนี้ ทั้งที่ทุ่มเทให้สุพรรณบุรีมาก จนนายวราวุธ เกือบสอบตก ได้เป็น สส.ปัดเศษ เป็นผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรค ได้คะแนนประมาณแสนกว่า ๆ เกือบสอบตก
น.ส.กัญจนา ยังเชื่อว่า ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. ถ้านายวราวุธไม่ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย จะสอบตกแน่นอน ซึ่งนายวราวุธและอดีต สส.ของพรรค ต้องการทำงานให้คนสุพรรณบุรี และจังหวัดอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำต้องย้ายบ้านไปอยู่บ้านใหญ่ขึ้น เพื่อให้ได้โอกาสใช้ประชาชน ซึ่งการไปอยู่กับพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีหลากหลายกระทรวงที่ทำงานร่วมกัน จะมีศักยภาพในการประสานกับกระทรวงต่างๆ ภายใต้พรรคใหญ่ การทำงานจะเชื่อมประสานกันง่ายขึ้น
น.ส.กัญจนา ยังยืนยันว่า ไม่ต้องห่วงพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ตนจะยังเฝ้าบ้าน ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีอะไร ไม่ว่านายวราวุธ หรือทุกคนที่ไปอยู่พรรคใหม่ ไม่ว่าสวมสีอะไร ชื่อพรรคอะไร แต่จิตวิญญาณของนายบรรหาร เลือดของนายบรรหารยังอยู่เต็มตัวของนายวราวุธ เจตนารมณ์ที่สืบทอดกันมาไม่ได้เปลี่ยนไปตามสีเสื้อ แต่ยังอยู่เต็มตัว เลือดนายบรรหารไม่ได้เสื่อมไปไหน แต่อยู่ในตัวตนและนายวราวุธตลอดชีวิต สามารถประสานกับนายวราวุธขอความช่วยเหลือได้
