svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลฎีกายกคำร้องทนายยื่นค้าน "เท่าพิภพ" ลงสมัคร สส.บางกอกน้อย

30 ม.ค. 2569

"ศาลฎีกา" ยกคำร้องทนายความ ยื่นสกัด "เท่าพิภพ" ลงสมัคร สส.เขตบางกอกน้อย แทนผู้สมัครเดิมที่ลาออก ชี้ชัดผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย

30 มกราคม 2569 ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 24 มกราคม ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขแดงที่ ลต.สสข.10/2569 ที่ นายสุรชัย นิวาสพันธุ์ ทนายความ ยื่นคำร้องกรณีที่นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางกอกน้อย พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคประชาชนลาออกจากพรรค ก่อนทางพรรคจะส่ง นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีต สส.กทม. ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตดังกล่าวแทน

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นทนายความและประชาชน กรณีที่นายบุญฤทธิ์  ซึ่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคประชาชนลาออกจากพรรคแล้วทางพรรคส่งนายเท่าพิภพ ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ทั้งที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ไม่มีสิทธิมาถอนการสมัครรับเลือกตั้ง หรือ เปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 87 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 52 ขอให้มีศาลฎีกามีคำสั่งตามที่เห็นสมควร

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยโดยไม่จำต้องไต่สวนพยานหลักฐาน ให้งดการไต่สวน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องหรือไม่ เห็นว่า ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ให้ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัย 3 กรณี กล่าวคือ

กรณีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ไม่รับสมัครหรือไม่ประกาศรายชื่อบุคคลใดเป็นผู้สมัคร บุคคลนั้นมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้สั่งเพิ่มชื่อ ได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ไม่รับสมัคร หรือนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อ ตามมาตรา 49

กรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้สมัครผู้ใดยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ผู้มีชื่อในประกาศรายชื่อ ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยให้ถอนการรับสมัคร ผู้นั้นมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ คำวินิจฉัยดังกล่าวต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ถูกถอนการรับสมัคร ตามมาตรา 51 วรรคสอง

และกรณีก่อนวันเลือกตั้ง หากผู้อำนวยการการเลือกตั้งตรวจสอบพบว่า ผู้สมัครผู้ใดไม่มีสิทธิสมัครให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้สั่งถอนชื่อผู้นั้นออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร ตามมาตรา 52

การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า กรณีที่นายบุญฤทธิ์ ซึ่งสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคประชาชนลาออกจากพรรคแล้วทางพรรคส่งนายเท่าพิภพ ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ทั้งที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายไม่มีสิทธิถอนการสมัครรับเลือกตั้ง หรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 87 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 52 นั้น ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมายที่ให้อำนาจศาลฎีกาวินิจฉัยดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องนี้ต่อศาลฎีกา

จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง