svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

KPI Poll ชี้ผลเลือกตั้ง 69 พลิกได้! "อนุทิน" เบียด "ณัฐพงษ์" ชิงเก้าอี้นายกฯ

30 ม.ค. 2569

สถาบันพระปกเกล้า เปิดผล KPI Poll ครั้งที่ 6 เผยคะแนนนิยมแคนดิเดตนายกฯ ยังแกว่ง "อนุทิน" พุ่งเบียด "ณัฐพงษ์" ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่หนุนแก้รัฐธรรมนูญ เน้นรื้อระบบ สว.-องค์กรอิสระ

30 มกราคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “เลือกตั้ง 69...ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่ และทิศทางการลงประชามติรัฐธรรมนูญ” สำรวจจากประชาชน 2,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 16-19 ม.ค. 2569

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง

KPI Poll ชี้ผลเลือกตั้ง 69 พลิกได้! "อนุทิน" เบียด "ณัฐพงษ์" ชิงเก้าอี้นายกฯ

สำหรับผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 6 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 16 - 19 ม.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้ 

1. กลุ่มยังไม่เห็นคนที่ใช่ลดลง คะแนนผู้นำยังแกว่งและกระจาย โค้งสุดท้ายยังพลิกได้

  • ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม: 26.2% → 23.4% ยังสูงสุด
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล: 16.9% → 18.9% | นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ: 18.8% → 15.2%
  • ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: 10.9% → 12.1% | นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ: 10.2% → 8.8%
  • กลุ่มที่ขยับขึ้นน่าสนใจ: ร.อ.ธรรมนัส 1.9% → 4.6%, นายพีระพันธุ์ 1.3% → 3.4%, คุณหญิงสุดารัตน์ 2.6% → 3.2% บุคคลอื่น 4.7% → 5.3%
  • เสียงในหัวอย่างแรกของการไปกาบัตรเลือกตั้งครั้งนี้  (สำรวจโดย LINE TODAY) พบว่า กาเพราะอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ สูงสุด (52.6 %) 

รองลงมา คือ ชอบนโยบายพรรค (30.2%) ชอบตัวบุคคล (8.6%) ยังไม่แน่ใจ (6.2%) และ ไม่อยากให้ฝั่งเดิมชนะ (2.4%)

โค้งสุดท้ายยังเปิดกว้างในการช่วงชิงความเชื่อมั่น แต่เริ่มเห็นการขยับจากความไม่แน่ใจไปสู่การเลือกมากขึ้น คะแนนของผู้ถูกมองว่าแก้ปัญหาได้จริงมีการสลับขึ้นลงชัดเจน สะท้อนว่า พรรคการเมืองยังพลิกเกมได้จาก “ความน่าเชื่อถือ” และ “การสื่อสารที่จับต้องได้” ผลการสำรวจจากไลน์ สะท้อนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ขับเคลื่อนด้วย “ความหวังต่อความเปลี่ยนแปลง” เป็นหลัก

2. ภาพรวมประชามติเห็นชอบ “นำ” เกินครึ่ง แต่ยังมีคนลังเลสูง ส่วนตามเจน พบความต่างตามวัย คนรุ่นใหม่เห็นชอบมากกว่า ขณะที่คนสูงอายุไม่เห็นชอบมากขึ้น

  • ภาพรวมแนวโน้มการลงคะแนนประชามติ เห็นชอบ (53%) รองลงมา คือ ไม่เห็นชอบ (23.4%) ไม่มีความเห็น 23.6%
  • Gen Z: เห็นชอบ 58.8% | ไม่เห็นชอบ 15.5% | ไม่มีความเห็น 25.7%
  • Gen Y: เห็นชอบ 56.7% | ไม่เห็นชอบ 21.5% | ไม่มีความเห็น 21.8%
  • Gen X: เห็นชอบ 52.8% | ไม่เห็นชอบ 22.3% | ไม่มีความเห็น 24.9%
  • Baby Boomer: เห็นชอบ 46% | ไม่เห็นชอบ 31% | ไม่มีความเห็น 23%

ยิ่งอายุน้อยยิ่ง “พร้อมเดินหน้า” กับการเปลี่ยนแปลงผ่านประชามติ ส่วนกลุ่มอายุสูงขึ้นมีสัดส่วนไม่เห็นชอบเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งอาจสะท้อนถึง ความกังวลเรื่องความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และความไม่เข้าใจรายละเอียด โจทย์สำคัญคือการสื่อสารที่ “ทำให้เข้าใจ-ลดความกังวล-ไม่ชี้นำ”

3. คนอยากแก้ “กติกาและผู้คุมกติกา” โดยเฉพาะ สว. และองค์กรอิสระ มากที่สุด

  • ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คะแนนเฉลี่ยสูงสุด (เต็ม 5 คะแนน) คือ ระบบการเลือก สว. (3.74 คะแนน) 

กลไกการถอดถอนฝ่ายการเมืองและองค์กรอิสระ (3.69 คะแนน) และ ที่มาและการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ (3.68 คะแนน) 

สะท้อนว่า ประชาชนรู้สึกถึงปัญหาความโปร่งใสหรือมาตรฐานการตรวจสอบในปัจจุบัน และความคาดหวังต่อการทำให้ระบบการเมืองตรวจสอบได้มากขึ้น และลดข้อกังขาเรื่องความชอบธรรม
4. คนรู้เรื่องประชามติจากสื่อมากกว่า “กกต.”

  • สื่อมวลชน/องค์กรเอกชน 35% (สูงสุด) | รัฐบาล/หน่วยงานราชการ 15.8% | หน่วยงานท้องถิ่น 15.8% 

| พรรคการเมือง 14.6% | กกต. 13.7% | สถาบันการศึกษา 5.1%

สื่อเข้าถึงประชาชนมากกว่าหน่วยงานหลัก พรรคการเมือง และ กกต. มีบทบาทในการช่วยรณรงค์น้อยมากในสายตาประชาชน สะท้อนช่องว่างการสื่อสาร

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 06 
ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ว่า “สนามผู้นำยังเปิด” คะแนนผู้นำยังแกว่งและกระจาย ขณะเดียวกันแรงขับของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมุ่งไปที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ด้านประชามติรัฐธรรมนูญ ภาพรวมไปในทางเห็นชอบ แต่ยังมีกลุ่ม “ไม่มีความเห็น” สูง และพบความต่างตามวัย อีกทั้งประเด็นที่ประชาชนอยากแก้เด่นชัด คือ ระบบเลือก สว. และ องค์กรอิสระ ส่วนการรับรู้เรื่องประชามติของประชาชนมาจาก สื่อ/เอกชนมากที่สุด และมากกว่าจาก กกต. 

ประเด็นสำคัญ คือ
เมื่อคนไปเลือกเพราะ “อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง” พรรคการเมืองต้องตอบให้ชัดว่า ทำอะไร-เมื่อไร-เห็นผลแค่ไหน-ใครรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ “สโลแกน” ขายฝัน

  • กกต. ต้องยึดพื้นที่ข้อมูลคืนด้วยมาตรฐานเดียว เปลี่ยนบทบาทจาก “ประชาสัมพันธ์” เป็น “ศูนย์ข้อมูลกลาง” ที่สื่อหยิบไปใช้ได้ทันที (FAQ ภาษาง่าย/อินโฟ/คลิปสั้น/ตรวจข่าวลวง) 
  • ปัญหาการลงประชามติไม่ใช่คนเห็นด้วยหรือไม่ แต่คน “ยังไม่มั่นใจ” สูง ต้องสื่อสารต่างวัยแบบอธิบายให้เข้าใจ เน้นผลต่อชีวิตจริง ลดความกังวล ไม่ใช่ชี้นำ หรือ “รณรงค์ให้เชื่อ”

รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ 
https://kpi.ac.th/wp-content/uploads/2026/01/รายงานผล-KPI-Poll-_-06-สำหรับเผยแพร่.pdf
https://www.facebook.com/kpi.ac.th/posts/894271240022065?ref=embed_post