นายอภิสิทธิ์ ยังได้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง เพื่อประกาศนโยบาย “เกษตรสีฟ้า” ซึ่งจังหวัดจันทบุรี เป็นหนึ่งในพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะผลไม้เศรษฐกิจอย่างทุเรียน มังคุด และลำไย รัฐต้องไม่ปล่อยให้เกษตรกรเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องเข้ามาบริหารจัดการตลาด ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความเป็นธรรมในระบบการค้า ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จึงมีนโยบายเกษตรสีฟ้า 6 ข้อพร้อมทำทันที เพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การพัฒนาชลประทานครอบคลุมพื้นที่ เพิ่มแหล่งน้ำ เพิ่มปริมาณแหล่งน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ภาคเกษตร, การควบคุมคุณภาพและราคาปุ๋ย–เคมีการเกษตรอย่างจริงจัง ลดต้นทุนการผลิต และป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกร, การเปิดแพลตฟอร์มแบ่งปันอุปกรณ์และเทคโนโลยีการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเครื่องมือสมัยใหม่ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ, การทูตเชิงรุก หาตลาดใหม่ให้ผลไม้ไทย ใช้สถานทูตไทยเป็นตัวแทนขยายตลาด ลดการพึ่งพาตลาดเดิม, การใช้ระบบ Agri ID ควบคุมคุณภาพและตรวจสอบย้อนกลับ สร้างมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย เพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภค และการผลักดันให้จัดตั้ง Local Lab ที่จังหวัดจันทบุรี อำนวยความสะดวกด้านการตรวจสอบคุณภาพ ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำจุดยืนในการสนับสนุนอุตสาหกรรมท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลอยและอัญมณี ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และแรงงานในห่วงโซ่การผลิต ให้สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม ไม่ถูกทุนสีเทาและระบบผูกขาดกดทับ พร้อมประกาศความพร้อมปักธงยกจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด โดยยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานใกล้ชิดประชาชน และไม่ยอมจำนนต่ออิทธิพลทุนสีเทา