นอกจากนี้ ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เราจะยกระดับอุดรธานีให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับสากล และจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหนือกว่าคนละครึ่ง โดยรัฐจะช่วยอุดหนุนในสัดส่วน 70/30 เพื่อให้ประชาชนลืมตาปากได้ รวมถึงการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้พี่น้องมีงบประมาณดูแลถนน ประปา และไฟส่องสว่างด้วยตัวเอง
สุดท้ายคือเรื่องสุขภาพ เราจะอัพเกรดนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมโยงข้อมูลการรักษาทั่วประเทศด้วยระบบ Telemedicine ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน แพทย์จะสามารถเข้าถึงข้อมูลและรักษาได้อย่างเท่าเทียมกันทันที ทั้งหมดนี้เพื่อไทยทำได้และพร้อมทำทันทีหากพี่น้องให้โอกาสเราเข้าไปรับใช้”
“ยศชนัน” ไร้ปัญหา “อนุทิน“ ยกประเด็น “อังเคิล” โจมตีบนเวทีหาเสียง เชื่อประชาชนเข้าใจ
นายยศชนัน กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ออกมาบอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกพรรคใด สุดท้ายแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเป็นพรรคภูมิใจไทย และจะได้รัฐบาลหน้าตาเดิมๆ ว่า เป็นสิทธิ์ของผู้พูด ขอไม่วิพากษ์วิจารณ์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องให้เกียรติประชาชนเพราะเป็นผู้เลือก หน้าที่ของพรรคการเมืองคือการสื่อสารนโยบายแบบตรงไปตรงมา เปิดเผย และลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แล้วสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน หลังจากนั้นเป็นสิ่งที่แต่ละพรรคมาคุยกันได้ แต่จุดยืนพรรคเพื่อไทย คือการส่งมอบนโยบาย หากเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้ตนเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน
เมื่อถามว่า การใช้คำพูดว่าเลือกแบบเดิมก็จะได้แบบเดิม ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้ประชาชนทราบดี จากการลงพื้นที่เชื่อว่าประชาชนเข้าใจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นประชาชนได้รับการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยก็ตรงไปตรงมา ซึ่งพรรคเพื่อไทยตั้งเป้าไว้ 200 ที่นั่ง เพื่อความเป็นเอกภาพ หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะดูพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่สามารถเข้ากับนโยบายของพรรคเพื่อไทยได้
ส่วนกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ใช้กรณี “อังเคิล” และประเด็นชาตินิยมไปหาเสียง นายยศชนัน กล่าวว่า ทุกคนมีเรื่องของการรักชาติอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องสนับสนุน ขณะเดียวกันเรื่องการมองไปข้างหน้า เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ก็ควรต้องสนับสนุนสินค้าไทย หรือเมดอินไทยแลนด์ ซึ่งเพื่อไทยพยายามทำทั้งระบบ และทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูง
เมื่อถามว่า จะเป็นจุดอ่อนให้ถูกโจมตีในการหาเสียงหรือไม่ นายยศชนัน มองว่า เป็นจุดแข็ง พรรคเพื่อไทยพยายามสร้างความแตกต่าง โดยการอยู่ข้างเดียวกับประชาชน วันนี้ทุกคนอยากทราบว่าแต่ละพรรคมีนโยบายอย่างไร สามารถสื่อสารแต่ละนโยบายลงไปในพื้นที่อย่างไรบ้าง ซึ่งตนและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคอีก 2 คน ก็พยายามกระจายกันลงพื้นที่ และพยายามรวบรวมปัญหาของประชาชน และลงพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อสื่อสารนโยบายให้ดี
เมื่อถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยยังถูกโจมตีเรื่อง “อังเคิล” จะอธิบายและชี้แจงกับประชาชนได้ใช่หรือไม่ นายยศชนัน บอกว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าพรรคเพื่อไทยพยายามปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง และเดินหน้าต่อต้านคอร์รัปชั่น ยาเสพติด และได้สื่อสารเรื่องนี้ไปในทุกเวที