svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

พท.-ประชาชาติ ระทึก! ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

20 ม.ค. 2569

“พรรคเพื่อไทย-ประชาชาติ” ระทึก! ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัย “ภูมิธรรม-ทวี” คดีแทรกแซงคดีฮั้ว สว.!! คดีนี้สะเทือนสีไหนหลังการเลือกตั้งบ้าง เพราะเหตุใด?

20 มกราคม 2569 มีรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (21 ม.ค.) เวลา 09.30 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ศาล รธน.) ได้นัดประชุมตุลาการศาล รธน. เพื่อลงมติในคำร้องคดีที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ส่วนใหญ่เป็น สว.สีน้ำเงิน ได้ร่วมกันลงชื่อยื่นคำร้องผ่านประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ศาล รธน.วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
 

จากการกระทำในลักษณะการแทรกแซง หรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของ กกต.โดยใช้ดีเอสไอเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือก สว. อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำ สว.ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ และฝ่าฝืนหลักนิติธรรม
 

โดยตุลาการศาล รธน.ได้นัดประชุมเพื่อลงมติในช่วงเช้า 09.30 น.จากนั้น จะมีการอ่านคำวินิจฉัยกลางในเวลา 15.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดี อาคารศาล รธน.ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ 
 

พท.-ประชาชาติ ระทึก! ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
 

คดีดังกล่าวน่าสนใจคือ แม้ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติ กลายเป็นพรรคฝ่ายค้าน ทั้งสองคนพ้นจากการเป็นรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่า ตุลาการศาล รธน. ไม่ได้มีการจำหน่ายคดีออกจากสารบบแต่อย่างใด แม้นายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีไปแล้ว โดยตุลาการศาล รธน.มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 2 ให้เดินหน้าไต่สวนคดีต่อไป ด้วยเหตุผล ”เพื่อประโยชน์สาธารณะ” ที่แวดวงกฎหมายมหาชน ตั้งข้อสังเกตว่า
 

เป็นการวางบรรทัดฐานไว้ต่อไปในอนาคตว่า แม้หากมีรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถูกร้องในประเด็นต่างๆ เช่น เรื่องฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ แต่แม้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีไประหว่างที่ศาล รธน. กำลังพิจารณาสำนวน การวินิจฉัยคดียังไม่เสร็จสิ้น ก็ไม่จำเป็นที่ศาล รธน.ต้องจำหน่ายคดีหรือยุติการไต่สวนคดี

สำหรับ นายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ปัจจุบันไม่ได้มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี โดยนายภูมิธรรม มีชื่อลงสมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 100 ส่วน พ.ต.อ.ทวี หัวหน้าพรรคประชาชาติ มีชื่อเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ลำดับที่ 1
 

ซึ่งหากศาล รธน.มีคำวินิจฉัยในทางที่ไม่เป็นคุณ กับผู้ถูกร้องทั้งสองคน ที่ถูกร้องเรื่องการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมรัฐมนตรี นักกฎหมายบางส่วนมองว่า จะไม่กระทบกับการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่จะมีผลทำให้ไม่สามารถรับตำแหน่งรัฐมนตรีได้ หากถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีในอนาคต อันเป็นบท บัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่หากศาล รธน.ยกคำร้อง ก็ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

สำหรับการสอบสวนคดีฮั้ว สว.ที่เป็นคดีหลัก ปัจจุบันอยู่ในการพิจารณาทั้งในส่วนของ กกต.และดีเอสไอ โดยที่ผ่านมา อนุกรรมการไต่สวนฯ ของ กกต.มีการออกหมายเรียก สว.จำนวนมากไปรับทราบข้อกล่าวหา และเข้าสู่การสู้คดี แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ออกมา ซึ่งต้องติดตามว่า ผลการพิจารณาของศาล รธน.ไม่ว่าจะออกมาในทางที่เป็นคุณ หรือเป็นโทษกับผู้ถูกร้อง คือนายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ต้องรอดูต่อไปว่า ผลของคำวินิจฉัยจะมีผลต่อคดีฮั้ว สว.ในทางใดทางหนึ่งตามมาหรือไม่
 

นอกจากนี้ กลุ่ม สว.ที่ร่วมกันลงชื่อในคำร้องดังกล่าวต่อศาล รธน.ก็ยังได้ร่วมกันลงชื่อยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ไต่สวน พ.ต.อ.ทวี สมัยเป็น รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบโดยกฎหมาย กรณีรับคดีฮั้ว สว.ฐานฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ โดยคำร้องกล่าวโทษของกลุ่ม สว.ที่ประธานวุฒิสภาส่งต่อให้ประธาน ป.ป.ช. มีเนื้อหาเป็นการร้องเรียนกล่าวโทษ กรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้วยกฎหมายของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) กับพวกรวม 11 คน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และการกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และกลุ่ม สว.ยังกล่าวโทษต่อ ป.ป.ช.ให้เอาผิดต่อคณะกรรมการพิเศษ กับพวกรวม 11 คน ได้กระทำละเมิดและแทรกแซงการใช้อำนาจของวุฒิสภาอย่างร้ายแรง
 

ขณะที่วันที่ 27 ม.ค. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำสั่ง ที่ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ไปยื่นฟ้อง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กับพวก กกต. และ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวมทั้งหมด 8 คน เป็นจำเลย ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจากคดีฮั้ว สว.โดยศาลนัดฟังคำสั่งหรือ คำพิพากษาในวันที่ 27 ม.ค.69 เวลา 09.30 น.
 

คดี ฮั้ว สว.สะเทือนสีไหน?
 

- แปลกหรือไม่ที่คดีฮั้ว สว. ไม่ได้สะเทือน สว. และไม่สะเทือน “สีน้ำเงิน”

 

 - คดีฮั้วที่โยงถึงพรรคการเมืองไม่คืบหน้า คดีฮั้วในส่วนของ สว. ก็มีแค่ 2 คน ที่เหลือเป็น “เครือข่ายการเมืองตัวเล็ก”

 

 - สีที่สะเทือนกลายเป็น “สีแดง - สีทอง”

 

 - วงใน-คนกันเองยังบอก “ทวีหนัก…บิ๊กอ้วนเบากว่า”

 

 - ถ้า “บิ๊กอ้วน” โดนคดี ราคาต่อรองเพื่อไทยจะดิ่งวูบช่วงใกล้เลือกตั้ง เพราะสะท้อนภาพ “พรรคเบี้ยล่าง”

 

 - ถ้า “บิ๊กวี” โดน สะเทือนพันธมิตรสำคัญของสีแดง

 

 - ชายแดนใต้ “ยวบ” สะเทือนถึงเพื่อไทย
 

พ.ต.อ.ทวี - นายภูมิธรรม