ส่วนภายใน 90 วัน พรรคประชาธิปัตย์ จะทำอะไรได้บ้างนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจว่า หากการกระตุ้นเศรษฐกิจมีความจำเป็น พรรคประชาธิปัตย์ จะดำเนินการ แต่ที่เร่งด่วนที่สุดคือ อำเภอหาดใหญ่ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา จะต้องได้รับการช่วยเหลือเพราะอยู่ในสภาวะความยากลำบาก ได้รับความเสียหายมากที่สุด ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม และสถานการณ์ แต่หลักสำคัญนั้น เงินจะต้องถึงประชาชนเร็ว และเป็นมาตรการที่ง่าย และไม่มีความซับซ้อน ซึ่งเมื่อใกล้เลือกตั้งน่าจะมีความชัดเจนมากกว่านี้ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงนั้นเป็นอย่างไร
ส่วนนอกเหนือจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางนั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เมื่อประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล “สิทธิ“ จะเกิดขึ้นทันทีผ่านนโยบาย 27 ข้อของพรรคประชาธิปัตย์ เช่น เบี้ยผู้พิการ จะได้รับสิทธิ 2 เท่าจากเดิม ซึ่งหากมีความล่าช้าในการจ่ายเงิน ก็จะมีการจ่ายย้อนหลังให้, การปรับราคารถไฟฟ้า 5-30 บาทซึ่งแบ่งเป็นโซน แม้ยังไม่สามารถทำได้ทันที แต่สามารถทำทันทีได้จากงบประมาณประเทศที่มีอยู่ ซึ่งสายสีม่วง และสายสีแดง สามารถดำเนินการได้ทันที
เช่นเดียวกับการแก้ไขกฎหมาย เพื่อลดความยุ่งยากกฎระเบียบ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เพื่อประโยชน์เศรษฐกิจภาครัฐ นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า กฎหมายเหล่านี้ จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีทันทีภายใน 90 วัน เพื่อให้เข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภา โดยจะต้องลดความซ้ำซ้อน และยกเลิกความยุ่งยาก รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ทำงานกับแพลตฟอร์ม โดยใช้กฎหมายสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และการแข่งขันทางการค้าให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ปล่อยให้สินค้าราคาถูกไร้มาตรฐาน มาทำลายโอกาส SMEs ไทย รวมถึงการแก้กฎหมายการออมแห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายสลากออมทรัพย์จังหวัด และเงินออมเด็กแรกเกิด
นายอภิสิทธิ์ ยังยืนยันว่า ภายใน 90 วันของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ โครงการต่าง ๆ จะต้องถูกบรรจุไว้ในงบประมาณปี 2570 ทั้ง โครงการประกันรายได้เกษตรกร, ประกันรายได้แรงงาน, โครงการบุฟเฟ่การศึกษา-คูปองการศึกษา, โครงการรถไฟฟ้า-รถเมล์ 5-30 บาท, โครงการสวัสดิการสำหรับกลุ่มเปราะบาง, โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม และการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ของประชาชน ซึ่งจะต้องพร้อมนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน 90 วัน รวมถึงการเปิดใช้แพลตฟอร์มส่องรัฐ เปิดข้อมูลการใช้งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างให้ประชาชนตรวจสอบได้ และหน่วยงานที่ยังซ้ำซ้อน เช่น การจัดการน้ำ ก็จะต้องมีการจัดการ
"ที่สำคัญจะต้องมีการปราบปรามทุนเทา นอกเหนือจากการพูดว่า จะจัดการให้เด็ดขาด พรรคประชาธิปัตย์มีแผนที่ชัดเจน “ที่ใครก็ตาม ที่อยู่ในกลไกรัฐและกระบวนการยุติธรรมขณะนี้ และเป็นอุปสรรคอยู่ เตรียมตัวย้ายออกได้ภายใน 90 วัน” และจะปรับแก้กฎหมายเพื่อให้การอายัดทรัพย์ที่พิสูจน์ที่มาไม่ได้ทันที เข้มงวดกับการจัดการนอร์มินี แก้กฎหมายการซื้อทรัพย์สินฟอกเงิน และใช้ AI ตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ เพื่อให้ประสิทธิการปราบทุนเทาสูงขึ้น ซึ่งตนเองสงสัยว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องในการปราบทุนเทาอยู่ในหน่วยงาน เช่น กลต. มีปัญหาจากเรื่องอดีตหรือไม่ ก็ต้องหลีกทางไป เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า ไม่มีใครขวางทาง เพราะประเทศไทยที่ถูกมองว่า มีความล่าช้าในเรื่องดังกล่าว เพราะมีผู้ขวางทาง" นายอภิสิทธิ์ ระบุ
นายอภิสิทธิ์ ยังระบุอีกว่า ภายใน 90 วันรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดเสรีการตั้งโซลาร์เซลล์ ต่ออายุการใช้งานโรงไฟฟ้าที่หมดสัมปทาน เปิดข้อมูลการจัดซื้อไฟฟ้า กฟผ.ให้ตรวจสอบได้, การตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐ ขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ตั้งคณะทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เร่งเจรจาการค้า Thai-EU และสหรัฐฯ ต้องจบภายในปี 2569 รวมถึงการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่จะระงับการซื้อพืชผลการเกษตรที่มาจากพื้นที่การเผา และผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับให้ผ่านความเห็นชอบคณะรัฐมนตรีทันที พร้อมยกระดับหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยงานระดับชาติ ให้ขึ้นตรงนายกรัฐมนตรี ให้มีประสิทธิภาพในการบริหารงาน ควบคู่กับการช่วยเหลือฟื้นฟู เช่น สินเชื่อปลอดดอกเบี้ย 1 ปี เพื่อให้ประชาชนฟื้นตัวจากภัยพิบัติ
นายอภิสิทธิ์ ยังยืนยันว่า 10 เรื่อง ดังกล่าว ใน 90 วัน รัฐบาลประชาธิปัตย์มีความพร้อม ที่ไม่ได้มีเพียงวิสัยทัศน์ ที่ไม่ได้บอกเครื่องมือ หรือเครื่องจักร แต่พรรคประชาธิปัตย์ มีประสบการณ์ และความพร้อมที่จะใช้ทั้งกฎหมาย และการเงินจากประสบการณ์ของผู้มีประสบการณ์มาดำเนินการ และจะมีจัดตั้งองค์กรเฉพาะกิจมาติดตาม ซึ่งตนมีบทเรียนจากการเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ซึ่งหลายครั้งอนุมัติไปแล้ว หรือสั่งการไปแล้ว แต่ระบบการติดตามกลับบกพร่อง ดังนั้น นโยบาย 90 วันของพรรคประชาธิปัตย์ และ 27 นโยบายหลัก จะมีคณะกรรมการติดตาม เพื่อให้นโยบายเกิดขึ้นจริง ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จึงได้ฉายภาพให้เห็นว่า “ไทยจะหายจน ด้วยคนทำเป็น” นั้น เป็นอย่างไร