svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

16 ม.ค. 2569

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย "สมุดพก 7 ชั่วโคตร?" ทำไมขึ้นบัญชีดำแล้วยังลอยนวล หรือยกเลิกสัญญาไม่ได้?

“สมุดพก 7 ชั่วโคตร?” ทำไมขึ้นบัญชีดำแล้วยังลอยนวล หรือยกเลิกสัญญาไม่ได้?

 

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

 // ทำไมขึ้นบัญชีดำแล้วยังลอยนวล หรือยกเลิกสัญญาไม่ได้? // 

 

 -  ขาดกฎหมายรองรับที่เข้มแข็ง
 
 - แม้จะมีการขึ้นบัญชีดำ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่มีอำนาจบังคับใช้ที่เด็ดขาดเพียงพอที่จะสั่งหยุดการประมูลงานใหม่ได้ทันที เนื่องจากระเบียบปัจจุบันยังมีช่องว่าง 
 
 - มีความเกรงใจผู้ประกอบการรายใหญ่ และการกลัวถูกฟ้องกลับจากผู้รับเหมา 

 - มาตรการสมุดพกและระเบียบต่างๆ ถูกเสนอไปนานแล้ว แต่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ทำให้ยังไม่มีผลบังคับใช้จริงเสียที 

// ข้อเสนอ // 

 -  ไม่ต้องรอแก้กฎหมายที่ต้องผ่านสภา เพราะเรื่องนี้เป็น “กฎหมายลำดับรอง" ของกรมบัญชีกลาง 

 - ต้องมีระบบขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาช่วงที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้รับเหมาหลักจ้างช่วงต่อเฉพาะบริษัทที่มีมาตรฐานเท่านั้น ไม่ใช่จ้างใครก็ได้ 

  - ใช้มาตรฐานแบบญี่ปุ่น หากบริษัททำผิดพลาดจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง จะถูกลงโทษจนแทบต้องปิดบริษัท 


// 3 พ.ศ.ที่สูญเปล่า // 

 - มาตรการ "สมุดพกผู้รับเหมา" ถูกเสนอโดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมัยเป็น รมว.คมนาคม 

 - พูดครั้งแรก 24 ธ.ค.66 จากอุบัติเหตุ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (ช่วงสถานีวงเวียนใหญ่) ชิ้นส่วนเหล็กเส้นหล่นทับคนงานเสียชีวิต 1 ราย 

 - ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วันก็มีเหตุรางจ่ายไฟรถไฟฟ้าสายสีชมพูร่วงลงมาบนถนน

 - แนวคิด "สมุดพก" เพื่อตัดคะแนนผู้รับเหมาที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือไม่ปลอดภัย หากคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์จะถูก "ลดชั้น" หรือ "พักใช้ใบอนุญาต" ไม่ให้ประมูลงานรัฐ

 - นับจากวันแรกที่ประกาศ (ธ.ค. 66) จนถึงปัจจุบัน (ม.ค. 69) เป็นเวลาประมาณ 2 ปี กับอีก 1 เดือน

 - ช่วงผ่านมา มีการออกมา "เน้นย้ำ" มาตรการนี้ซ้ำหลายครั้งและทุกครั้งที่เกิดเหตุบน ถนนพระราม 2 รวมถึงเหตุอื่นๆ แต่ในทางปฏิบัติไม่มีความคืบหน้า 

 

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย

 

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง ”เมกะโปรเจกต์” เมืองไทย

 

 

 1. ปัญหาการจ้างช่วง (Sub-contract) เพื่อลดต้นทุน


 - เกิดจากความพยายามประหยัดต้นทุนจนละเลยความปลอดภัย ใช้ “ผู้รับเหมาย่อย” ราคาถูก

 - กดราคาจ้างช่วง ทำให้ผู้รับเหมาย่อยต้องลดสเปกวัสดุ ใช้คนและอุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่ทันสมัย ทำให้มาตรฐานความปลอดภัยหายไป 

 - การควบคุมจากผู้รับเหมาหลักมักทำได้ไม่เต็มที่ เพราะเน้นที่ผลกำไรเป็นหลัก 

 

 2. ปัญหานอมินีทุนต่างชาติและการ "ฟันราคา"

 - ทุนต่างชาติที่ไม่มีสิทธิ์ประมูลงานเอง จึงไปร่วมทุนกับบริษัทไทยที่เป็นผู้รับเหมาชั้นพิเศษ เพื่อใช้ชื่อบริษัทไทยเป็นทางผ่านในการประมูล 

 - ตัดราคาเพื่อเอางานไว้ก่อน ด้วยการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางมากๆ (ฟันราคา) เพื่อให้ได้งานและสะสมผลงานไว้ขึ้นทะเบียนในอนาคต 

  - ราคาที่เสนอและชนะประมูล ถือว่าต่ำเกินจริง เทคโนโลยีหรือวิศวกรรมที่เคยโอ้อวดว่าดีในต่างประเทศก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง เพราะติดเรื่องต้นทุน สุดท้ายก็นำไปสู่ความเสี่ยงในการก่อสร้าง 

 

 3. ระบบการประมูลที่ยึด "ราคาต่ำสุด" ไม่เพียงพอสำหรับเมกะโปรเจกต์ 

 - ปัจจุบันรัฐมักให้งานกับผู้ที่เสนอราคาต่ำสุด ซึ่งไม่เพียงพอ ควรเปลี่ยนไปใช้เกณฑ์ "คุณภาพและประสบการณ์" ร่วมด้วย 
 
 - แม้จะมีแนวคิดเรื่อง "สมุดพกผู้รับเหมา” หรือการตัดแต้ม/ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาที่ทำผิดซ้ำซาก แต่การบังคับใช้กฎหมายยังล่าช้าและมักอ้างว่าติดปัญหาระเบียบราชการ 

 

 4. ปัญหาด้านบุคลากร โดยเฉพาะวิศวกรต่างชาติ แรงงานต่างด้าว 

 -มีการนำวิศวกรต่างชาติเข้ามาทำงานในโครงการเหล่านี้ ซึ่งบางครั้งอาจไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมในไทยอย่างถูกต้อง หรือไม่ได้มีความเข้าใจในบริบทหน้างานของไทยดีพอ [13:58]


 5.ข้อเสนอแนะ

 - ต้องมีการ "ขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาช่วง" เพื่อให้รัฐสามารถตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของผู้ที่ทำงานจริงได้

  รัฐบาลและทุกพรรคการเมืองที่กำลังหาเสียงอยู่ในขณะนี้ ต้องหยิบเรื่องนี้เป็น "วาระแห่งชาติ" เพราะกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงโดยตรง 

 

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

 

 

 

 


เก็บตก “ตลกร้าย” ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา 

 

 

ที่มา : ข้อมูลจากการประชุมเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม

ประธาน : นายกฯอนุทิน 

เรื่องเศร้า VS ขำไม่ออก : 

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

 

 1.เกิดวินาศภัยซ้ำๆ ในรอบ 10 เดือน โดยผู้รับเหมารายเดียวกัน 

 - โครงการขนาดใหญ่ที่เป็นข่าว 4 โครงการ (ตึก สตง.ถล่ม + โครงสร้างทางด่วนพระราม 2 ถล่ม + เครนสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่ม + เครนทางด่วนพระราม 2 ถล่ม) 

 - มีโครงการที่ไม่เป็นข่าวเกิดปัญหาแบบเดียวกันอีกเยอะแยะ 

 

 2.เชื่อหรือไม่ ตึก สตง.ถล่มเกือบครบ 1 ปี ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี และการดำเนินการกับผู้รับเหมา 

 - สัญญายังไม่ถูกยกเลิก 
 
 - ยังไม่มีการปรับสัญญา เพราะการก่อสร้างอาคารยังไม่แล้ว แต่ถล่มลงมาก่อน ต้องปรับสัญญาเพื่อสร้างใหม่ แต่ยังไม่ปรับ 

 - ทุกสัญญามีหลักประกัน (แบงก์การันตี) แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการเรียกข้อมูล 

 - ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ กับผู้รับจ้าง (ผู้รับเหมา) 

 - ไม่มีการขึ้นบัญชีดำกับผู้รับจ้าง หรือประกาศเป็นผู้ละทิ้งงาน 

 - ถึงวันนี้มีสิ่งเดียวที่ทำ คือ ระงับก่อสร้างไว้ก่อน (ตลกร้ายคือ ก็ตึกถล่มลงมาทั้งตึก จะสร้างต่อยังไง ไม่ต้องระงับก็สร้างไม่ได้) 

 

 3.สมุดพกผู้รับเหมา 

 - กรมบัญชีกลางชี้แจงว่า “กำลังออกเป็นระเบียบอยู่” 

 - คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นเดือน ม.ค.69 หรือต้นเดือน ก.พ.69 

 - เป็นการบังคับใช้ในอนาคต 

 - เริ่มดำเนินการโดย อดีต รมว.คมนาคม (สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) โดยกระทรวงคมนาคม และกรมบัญชีกลาง ต้องตราเป็นกฎกระทรวง และปรับแก้ระเบียบที่เกี่ยวข้อง 

 

 4.สัญญาจัดจ้างเมกะโปรเจกต์เมืองไทย ไม่ใส่ใจความปลอดภัยสาธารณะ!!!

 - เลขาธิการกฤษฎีกา ให้ข้อมูลว่า กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างมุ่งเน้นในเรื่องของการได้มาซึ่งตัวคู่สัญญา แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารสัญญา และการปฏิบัติตามสัญญาสักเท่าไร 

 - ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประชาชนไม่ต้องประสบอันตราย ก็ไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร ต้องปรับแก้กฎหมายต่อไป

 

  5.นายกฯสั่งบอกเลิก 2 สัญญาของผู้รับจ้างรายเดียวกันที่ทำให้เกิดเครนถล่ม พร้อมขึ้นบัญชีดำ 

 - นายกฯย้ำว่า ในฐานะ “รัฐ” เป็นเจ้าของโครงการ ต้องไม่กลัวเรื่องผิดระเบียบ ต้องมีช่องดำเนินการได้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน 

 - กรมบัญชีกลางอ้างว่า การขึ้นบัญชีดำ/บอกเลิกสัญญา ต้องรอหน่วยงานเสนอเรื่องขึ้นมา 

 - นายกฯย้ำ “โยนกันไปกันมาไม่ได้” เพราะรัฐมีทั้งกฎหมาย เงินประกัน ผู้ควบคุมกฎ และสภาวิศวกรที่สามารถให้ความเห็นทางวิศวกรรม 

 

 

บทสรุปและคำถาม : 

 - ถ้าไม่ใช่ช่วงใกล้เลือกตั้ง จะบอกเลิกสัญญาแบบนี้หรือไม่ จะจริงจังขนาดนี้หรือเปล่า เพราะเหตุแบบเดียวกันก็เกิดมาหลายครั้งแล้ว 

 - ทำไมดินถล่มที่โครงการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หน้าโรงพยาบาลวชิระ จึงไม่ขึงขังแบบนี้ 

 - โต้แรงประเด็นการเมืองตั้งแต่วันแรก (เมื่อวานถามกลับ สส.โคราช พรรคใดเยอะที่สุด) วันนี้สวนเรื่องภาพถ่ายเป็นสักขีพยานเซ็นสัญญาโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายที่เกิดเครนถล่ม 

 

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

 

 

ทางรถไฟสายมรณะ (1) 

 

จุดเริ่มต้น => เครนถล่ม 2 วันซ้อน / บริษัทรับเหมายักษ์ใหญ่รายเดียวกัน 

ภาพสะท้อน => โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มีปัญหา 

=> โครงการที่มีปัญหา 90% เป็นโครงการรัฐ 

=> การประมูลงานมี “จ่ายใต้โต๊ะ” ในอัตราสูงมาก อาจถึง 30% ทำให้ต้องลดคุณภาพงาน เพื่อลดค่าใช้จ่าย/ต้นทุน 

=> มีข้อสังเกตว่าระยะ 3 ปีหลัง ปัญหารุนแรงขึ้น 

=> อาจเชื่อมโยงกับสถานการณ์ “บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ขาดสภาพคล่อง” ใกล้ล้มละลาย

=> พบโครงการที่มีปัญหาถล่ม วินาศภัย มาจากการ “จ้างช่วง” หรือ “ซับคอนแทรกต์” กับผู้รับเหมาที่ไม่มีคุณภาพ เพื่อลดต้นทุน

=> บริษัทรับเหมายักษ์ใหญ่ เริ่ม จอยต์เวนเจอร์ หรือจับมือเป็น “กิจการร่วมค้า” กับบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ต่างชาติ 

=> บริษัทต่างชาติไม่มีสิทธิ์ประมูลงานก่อสร้างของหน่วยงานรัฐไทย จึงใช้วิธี “จอยต์เวนเจอร์” และ “นอมินีคนไทย” ถือหุ้นแทน

=> ยื่นประมูล “เมกะโปรเจกต์” แต่ฟันราคาให้ต่ำ เพื่อให้ได้งานไปก่อน 

=> เมื่อได้งานไปแล้ว ก็ไป “จ้างช่วง” เพื่อลดต้นทุน และใช้วัสดุอุปกรณ์ หรือเทคนิคการก่อสร้างคุณภาพต่ำ 

=> จ้างแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือ + อิมพอร์ตวิศวกรต่างชาติเข้ามาทำงาน บางคนไม่ได้มีความเชี่ยวชาญโดยตรง บางคนไม่ผ่านมาตรฐานใบอนุญาตวิศวกรรมของไทย “ใบประกอบวิชาชีพภาคีพิเศษ” แต่ก็จ้างเข้ามาทำงาน ใช้วีซ่านักเรียนบ้าง วีซ่าผู้ติดตามนักเรียนบ้าง เพื่อลดขั้นตอนและต้นทุน

=> งานก่อสร้างไม่มีคุณภาพ เสี่ยงอันตราย เสี่ยงเกิดภัยสาธารณะ

=> กลับมาจุดเริ่มต้น คือ เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซาก ถล่มแล้วถล่มเล่า 

 

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย

 

 

 

ทางรถไฟสายมรณะ (2) 

 

จาก “คนไทยมรณะ” สู่ “ประเทศหายนะ” 

วงจรทางรถไฟสายมรณะ => นำมาสู่ปัญหาความมั่นคง 

=> “ทุนเทา” ทะลักเข้ามาประมูลงาน เพราะประเทศต้นทางแข่งขันกันหนัก และมีมาตรฐานสูงมาก 

=> “ทุนเทา” ชื่นชอบประเทศไทย เพราะมาตรฐานต่ำ ระบบตรวจสอบไม่มี แถมมีนักการเมืองกังฉิน (บางคน) ข้าราชการรับใต้โต๊ะ (บางส่วน) 

=> “ทุนเทา” ผ่องถ่ายคนเข้ามา ผ่านช่องทางพิเศษ คือเข้ามาทำงานตำแหน่งต่างๆ ทั้งหมด เม็ดเงินที่ได้ก็ส่งกลับประเทศ โดยใช้ประเทศไทยแค่อยู่อาศัย ทำมาหากิน (สูบทรัพยากรและงบประมาณ) 

=> หลายบริษัทกลายเป็น “บริษัทก่อสร้างศูนย์เหรียญ” คือแทบไม่มีคนไทยอยู่ในห้วงโซ่การผลิตเลย 

=> ขยายเครือข่ายไปสู่ “อุตสาหกรรมต่อเนื่อง” ก็เป็น “อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ” เช่น เปิดโรงเหล็ก ผลิตเหล็กป้อนสำหรับโครงการก่อสร้าง / นำเข้ากากอุตสาหกรรมเข้ามาหลอมใหม่ ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม (เช่น ฝุ่นแดง นำมาหลอมเป็นสังกะสี แต่เป็นของเสีย ประเทศต้นทาง และประเทศพัฒนาแล้วห้ามทิ้ง จึงมาทิ้งที่ไทย) 

=> กลายเป็นเครือข่าย “อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ” ครบวงจร ทั้งผู้รับเหมา ซัปพลายเชน หรือห่วงโซ่อุปทานทั้งกระบวนการ 

=> ในขณะที่โลก โดยเฉพาะตะวันตก กำลังสร้างมาตรฐานเรื่อง Sustainable พวกอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญเริ่มประกอบกิจการยาก จึงต้องหาประเทศแบบไทย ในการลงทุนและปักหลัก เพื่อสูบงบประมาณและทรัพยากร 

=> เมื่อ “ทุนเทา” นำเข้า “อุตสาหกรรมเทา” และ “กากอุตสาหกรรม” เข้ามาลงทุน เปิดกิจการ ใช้นอมินีประมูลงานในไทย ก็ตั้งรกรากแข็งแกร่ง ขนคนจากชาติตัวเองมาทำงาน เป็น “อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ” 

=> กลายเป็นปัญหาความมั่นคง เพราะลักลอบเข้ามาโดยใช้วีซ่าปลอม วีซ่านักเรียนหรือผู้ติดตามนักเรียน หรือเข้ามาแต่งงานกับคนไทย เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์และลงทุนในกิจการที่ห้ามต่างชาติทำ บางรายไปไกลถึง “สวมบัตรประชาชนคนตาย-คนหาย” กลายเป็น “คนไทยเต็มตัว” รับสิทธิรักษาพยาบาล สวัสดิการสังคมทุกอย่าง ลงทุน ซื้อบ้าน คอนโดฯ ทำกิจการได้ทุกรูปแบบ แม้กระทั่งไปเลือกตั้งก็ยังได้

**กลายเป็นปัญหา หมู่บ้าน คอนโดฯ ทั้งระดับกลาง ระดับหรู และไฮเอนด์ เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะ “ทุนเทา” จำนวนไม่น้อยมาเปิดกิจการเทา ขยายกิจการเทาในไทย ทั้งสถานบันเทิง สถานบริการ และอื่นๆ 

**ป.ป.ท.เพิ่งไปจับนายอำเภอ จังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง แค่อำเภอเดียว ตรวจสอบครั้งเดียว เจอเอกสารเตรียมออกบัตรประชาชนแบบ “สวมบัตร - บัตรปลอม” ถึง 400 ใบ / หลักฐานราคาจ่ายใต้โต๊ะใบละ 100,000 บาท นายอำเภอคนเดียวรับ 40 ล้านบาท ส่งส่วยใครหรือไม่ ทำเป็นขบวนการใช่หรือไม่

=> (กลับมาจุดเริ่มต้น) จากเหตุการณ์เครนถล่ม 2 วันซ้อน สะท้อนภาพความร้ายแรงของปัญหาคอร์รัปชัน ทุนเทา และนอมินี ในประเทศไทย ไม่ใช่แค่ทำให้ “คนมรณะ” แต่ประเทศกำลัง “หายนะ” 
 

 

 

เก็บตก "ตลกร้าย" ชีวิตคนไทยยิ่งกว่าผักปลา ขยายวงจรอุบาทว์ ก่อสร้าง "เมกะโปรเจกต์" เมืองไทย