ประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียง กทม.ชูนโยบายค่ารถไฟฟ้า 5-30 บาท
09 ม.ค. 2569
ประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียง กทม.ชี้กระแสตอบรับดี มีโอกาสคว้าถึง 10 เก้าอี้ เชื่อวัดกันโค้งสุดท้าย ชูนโยบายค่ารถไฟฟ้า 5-30 บาทเอาใจคนกรุงฯ
ข่าว
09 ม.ค. 2569
ประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียง กทม.ชี้กระแสตอบรับดี มีโอกาสคว้าถึง 10 เก้าอี้ เชื่อวัดกันโค้งสุดท้าย ชูนโยบายค่ารถไฟฟ้า 5-30 บาทเอาใจคนกรุงฯ
นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ช่วยตลาดประชานิเวศน์ 1 ช่วย นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 8 (เขตหลักสี่ ยกเว้นแขวงตลาดบางเขน, เขตจตุจักร ยกเว้นแขวงจันทร์เกษมและแขวงเสนานิคม)
ก่อนการหาเสียง นายสกลธี ได้พบกับนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขตการเลือกตั้งเดีววกันของพรรรเพื่อไทย ซึ่งเป็นอดีต สส.ด้วย ได้เดินทางมาร่วมงานทำบุญตลาด และทักทายกัน
นายสกลธี ยังกล่าวถึง การทำพื้นที่เนื่องจากเขตนี้มีผู้สมัครที่ค่อนข้างแข็งว่า เขตนี้ถือเป็นเขตเลือกตั้งเก่าของตน ซึ่งวันนี้ตนและนางการดี ได้มาช่วยผู้สมัครหาเสียง ซึ่งเขตนี้ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งใดก็ตามเป็นเขตที่ต้องต่อสู้ เดิมผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย แต่เมื่อมีการพัฒนามีหลายพรรคการเมืองขึ้นมา แต่โดยพื้นฐานเขตจตุจักรที่ประชาชนให้ความไว้วางใจกับพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอดและในครั้งนี้ก็หวังเช่นกัน
นายสกลธี เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนลงพื้นที่กับนางการดี และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากระแสตอบรับดีมาก มีหลายคนพูดต่อหน้านายอภิสิทธิ์ว่า เคยเลือกประชาธิปัตย์มาก่อน แต่หันไปเลือกพรรคอื่น แต่ครั้งนี้ทุกคนก็อยากจะกลับมาช่วยให้โอกาสพรรคอีกครั้ง
ส่วนเมื่อวานนี้จากการลงพื้นที่เยาวราชที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีนั้น การประเมินเก้าอี้สส.กทมยังเป็น 10 เก้าอี้+/- อยู่หรือไม่นั้น นายสกลธี กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ ไม่อยากประเมินเรื่องตัวเลขเพราะเพิ่งเริ่มต้น แต่ถ้าตนเองในฐานะที่คลุกคลีกับพื้นที่กรุงเทพมหานคร เชื่อว่า มีโอกาส 10 เก้าอี้+/- แต่ก็ยังไม่มีความแน่นอน เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพฯ จะต้องไปตัดสินในช่วงสัปดาห์สุดท้าย อาจจะมีกระแสหรือเรื่องราวเกิดขึ้นในระหว่างนี้ เพราะกรุงเทพฯเป็นพื้นที่จุดศูนย์กลาง กระแสข่าวสารต่างๆ
ส่วนมีการกังวลในการทำพื้นที่นี้หรือไม่นั้น นายสกลธี ยอมรับว่า จตุจักรเป็นพื้นที่สวิงค่อนข้างสูง เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน และเพื่อไทยแบบถล่มทลาย แต่ก็ไม่มีใครเป็นพื้นที่เจ้าของอย่างแท้จริง ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทและกระแสการเลือกตั้งในช่วงนั้นๆ ที่จะเป็นตัวชี้ขาด แต่ก็ยังสบายใจอยู่ตรงที่ว่า เคยสร้างสส.ของพรรคประชาธิปัตย์มาหลายคน
ด้าน นางการดี กล่าวถึงนโยบายการลดภาระประชาชนค่าโดยสารรถไฟฟ้า ที่ประชาชนให้ความสนใจในเรื่องนี้ว่า พรรคมีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชนในกรุงเทพฯ แต่สิ่งที่สามารถทำได้ก็คือ มองในเรื่องระบบการเดินทางเพื่อลดค่าใช้จ่าย แบบโซนนิ่งโดยในระยะใกล้ จะมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 5 บาท แต่ในระยะไกลเชื่อมต่อไป 30 บาท เน้นในเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทาง และลดค่าใช้จ่าย
ด้าน นายสกลธี กล่าวเสริมว่า พรรคประชาธิปัตย์ตัวเลขอัตราค่าโดยสารไม่เกิน 30 บาท พร้อมกับชี้แจ้งถึงสาเหตที่ไม่ลดต่ำกว่านี้ เนื่องจากจะลดลง 10 บาท 5 บาทก็ได้ แต่นโยบายที่ทำเน้นที่สามารถทำได้จริง และใช้พื้นฐานความยั่งยืน เป็นไปได้จริง ไม่อยากทำแบบลดราคาปีเดียว หรือทำไม่ได้ แต่เห็นว่านโยบายของพรรคทุกอย่างมีการคุยกันและหาข้อมูลตัวเลขที่สามารถทำได้จริง กระทบกับงบประมาณอุดหนุนของรัฐที่ไม่มาก ก่อนย้ำว่าต้องยั่งยืน
ในช่วงบ่าย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และนายสกลธี ลงพื้นที่เขตเลือกตั้ง 12 เขตสายไหม (เฉพาะแขวงออเงิน) เขตบางเขน (เฉพาะแขวงท่าแร้ง) เขตลาดพร้าว (เฉพาะแขวงจรเข้บัว) ช่วยผู้สมัครเบอร์ 6 นางพิมชนก เก่าเจริญ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ ของพรรคฯ หาเสียงที่ตลาดถนอมมิตร ซึ่งบรรยากาศมีประชาชนบางส่วนที่มาจับจ่ายใช้สอยเข้ามาขอถ่ายรูป
ก่อนที่ นายสกลธี เดินทางมายังตลาดวงศกร เพื่อช่วย น.ส.รมิดา อินทะแพทย์ ผู้สมัครสส.กทม. เขตเลือกตั้ง 11 เขตสายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน) ขอคะแนนจากประชาชนในพื้นที่
