ใครคุมเกมการเมือง? 3 ล้าน First-time voter ชี้ขาดสมรภูมิอำนาจ "เลือกตั้ง 2569"
30 ธ.ค. 2568 | natthanan_chu

ใครคุมเกมการเมือง? 3 ล้าน First-time voter ชี้ขาดสมรภูมิอำนาจ "เลือกตั้ง 2569"
ข่าว
30 ธ.ค. 2568 | natthanan_chu

ใครคุมเกมการเมือง? 3 ล้าน First-time voter ชี้ขาดสมรภูมิอำนาจ "เลือกตั้ง 2569"
30 ธันวาคม 2568 โครงสร้างผู้มีสิทธิ 53 ล้านเสียงกำลังเปลี่ยนเกมเลือกตั้ง 2569 วัยทำงานคือเสียงข้างมาก ขณะ First-time voter กว่า 3 ล้านคนกลายเป็นตัวแปรใหม่ในเขตแข่งขันสูง เกมการเมืองจึงไม่วัดกันที่กระแส แต่คือการอ่าน “โครงสร้างเสียงจริง”
ข้อมูลจากกรมการปกครองชี้ชัด ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 53.06 ล้านคน ไม่ได้กระจายอำนาจเท่ากัน โดยกลุ่มวัยทำงาน Gen X (44-59 ปี) และ Gen Y (28-43 ปี) รวมกันกว่า 30.9 ล้านเสียง หรือเกือบ 60% ของทั้งประเทศ กลายเป็น “เสียงข้างมากเชิงโครงสร้าง” ที่มีบทบาทกำหนดทิศทางรัฐบาล นโยบายเศรษฐกิจ และเสถียรภาพทางการเมืองในการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569
ต่างจากการเลือกตั้งปี 2566 ที่หลายพรรคขับเคลื่อนด้วยกระแสและสัญลักษณ์ การเลือกตั้งปี 2569 บังคับให้พรรคการเมืองต้องตอบโจทย์ชีวิตจริงของวัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นรายได้ หนี้สิน ค่าครองชีพ ภาษี และความมั่นคงในอาชีพ หากนโยบายไม่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจครัวเรือน โอกาสพ่ายแพ้ในเขตแข่งขันสูงจะเพิ่มขึ้นทันที
ระหว่างปี 2566-2569 ประเทศไทยจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกประมาณ 3.2–3.4 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Gen Z ตอนต้น (18–20 ปี) กลุ่มนี้ไม่ยึดติดพรรคแบบดั้งเดิม และตัดสินใจจากภาพอนาคตมากกว่าอดีต ทำให้กลายเป็นตัวแปรสำคัญในเขตที่ผลแพ้ชนะต่างกันเพียงหลักพันเสียง
แม้ความสนใจจะจับจ้องไปที่คนรุ่นใหม่ แต่กลุ่ม Baby Boomer ยังคงมีเกือบ 12 ล้านเสียง และเป็นกลุ่มที่ออกมาใช้สิทธิสูงสม่ำเสมอ การเลือกตั้ง 2569 จึงเป็นการบริหารสมดุลของ 3 กลุ่มเสียงหลัก ได้แก่ วัยทำงานที่เป็นเสียงข้างมาก คนรุ่นใหม่ที่เป็นเสียงชี้ขาด และ Boomer ที่เป็นฐานเสียงมั่นคง ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญของสมการอำนาจใน 4 ปีถัดไป