คึกคัก "พรรคใหญ่" เข้าสมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. วันแรก
27 ธ.ค. 2568

คึกคัก "พรรคใหญ่" เข้าสมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. วันแรก "ณัฐพงษ์-ยศชนัน-อภิสิทธิ์-ศุภมาส" นำทีมมาเอง
ข่าว
27 ธ.ค. 2568

คึกคัก "พรรคใหญ่" เข้าสมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. วันแรก "ณัฐพงษ์-ยศชนัน-อภิสิทธิ์-ศุภมาส" นำทีมมาเอง
27 ธันวาคม 2568 บรรยากาศการเปิดรับสมัคร สส.กทม. วันแรก ที่ศูนย์กีฬาเยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) เป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่เวลา 06.30 น.
โดยแต่ละพรรคการเมืองได้ทยอยเดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งพรรคภูมิใจไทย มาถึงเป็นพรรคแรกๆ นำโดยนางศุภมาส อิศรภักดี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำกทม. พรรคภูมิใจไทย
ขณะที่พรรคเพื่อไทย นำโดย ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นำผู้สมัคร สส.กทม. มาด้วยตัวเอง
ส่วนพรรคประชาชน นำโดย เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำผู้สมัคร สส.กทม. ของพรรคมาสมัครและจับเบอร์ด้วยตัวเองเช่นเดียวกัน
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ
และพรรคกล้าธรรม นำโดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค
รวมถึงพรรคต่างๆ ทยอยเดินทางมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
”ยศชนัน“ ชู นโยบายขายคนกรุง“ลดหนี้-ลดค่าใช้จ่าย-เพิ่มรายได้” ยันนโยบายจริงใจ มั่นใจ กวาดที่นั่งได้
ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่าการรับสมัครสส. ระบบเขตวันแรก ของกทม. ทั้ง 33 เขต มั่นใจว่าผู้สมัครมีความพร้อม เพราะทุกคนลงพื้นที่สม่ำเสมอเพื่อส่งมอบนโยบายที่ดีให้กับประชาชน ซึ่งนโยบายหลักเกิดจากความคิดเห็นของคนกทม. และคนในพื้นที่กทม. ทั้งนี้คนที่มาทำงานเป็นลูกจ้างเอกชนค่อนข้างมาก ส่วนคนประกอบธุรกิจตัวเองมีประมาณ 20% ไม่ว่าลูกจ้างและผู้ประกอบการก็มีค่าใช้จ่ายสูง มีหนี้ และค่าเดินทาง ที่พักอาศัย
ดังนั้นนโยบายหลักของกรุงเทพคือการลดค่าใช้จ่ายโดยนโยบายหลักของของกรุงเทพมหานคร คือ การลดค่าใช้จ่าย ลดหนี้ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาขนส่งมวลชน จึงต้องลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ และลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยจัดทำเป็นพ.ร.บ. ตั๋วร่วม ที่สามารถทำได้เลย รวมถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รวมถึงการเพิ่มรายได้ให้กับคนกทม. ให้ทำการค้าขาย ปรับปรุงสนามบิน และความปลอดภัยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเมืองไทยอีกครั้ง และจะเพิ่มรายได้สวัสดิการให้กับผู้ขับขี่พร้อมเปิดโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุข ลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา และกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ ด้วยการดูแลประชาชนรากหญ้า มั่นใจว่าผู้สมัครทั้ง 33 คน มีความรู้ความสามารถ ที่จะดำเนินการควบคู่ไปกับผู้ที่มีความรู้ของพรรคที่จะให้การสนับสนุน ส่วนจะจับได้หมายเลขใดนั้นถ้าได้เลขตัวเดียวก็เป็นเรื่องที่ดี
“ขอให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน และทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐให้ดีขึ้น อยากขอกำลังใจและฝากถึงประชาชนคนกทม. เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนและพรรค นโยบายยืนยันว่าเรามีความจริงใจและส่งมอบนโยบายให้คนที่มีความรู้ความสามารถ ไปทำตรงนี้ให้สำเร็จได้“ ดร.ยศชนัน กล่าว
"กัณวีร์" นำทีมผู้สมัคร 28 เขต ลงสมัคร สส.กทม. ชู motto หาเสียง เชื่อมโลก สร้างโอกาสไทย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต กล่าวถึงการส่งผู้สมัคร สส. ว่า พรรคพลวัตส่งผู้สมัครไม่ครบทั้ง 33 เขต โดยส่งผู้สมัคร 28 คน ส่วนทั่วประเทศส่งทั้งหมด 68 เขต บัญชีรายชื่อ 24 คน ซึ่งนโยบายหลักที่เกี่ยวข้องกับ กทม. มุ่งเน้นเรื่องเมืองอัจฉริยะโดยทำ Smart City เมืองอัจฉริยะ เพราะปัญหาในพื้นที่ต้องได้รับการตระหนักของคนในพื้นที่ โดยทั้ง 28 คน คนที่คัดสรรเข้ามา เป็นนักปฏิบัติจริงๆ เพื่อจะได้รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ความต้องการอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นการทำ Smart City คือการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายการทำเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยเน้นเศรษฐกิจชุมชน และเราต้องการหารายได้ให้กับรัฐ เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจชุมชนจะเป็นการสร้างรายได้จริงๆ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายแรงงานนอกระบบ ตามแพลตฟอร์ม หรือ ไรเดอร์ ต่างๆ ที่ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการต่างๆ ได้ ซึ่งเรื่องนี้เราจะผลักดันไม่ว่าจะเป็นสหภาพแรงงาน กองทุน สวัสดิการ เพื่อให้พี่น้องทุกคนเข้าสู่สวัสดิการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่ง motto หรือ คำขวัญที่จะใช้ในการหาเสียงครั้งนี้ คือ เชื่อมโลก สร้างโอกาสไทย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตั้งเป้าพื้นที่ กทม. ส่ง 28 เขตก็อยากได้ทั้ง 28 คน แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะตัดสินใจว่าต้องการพรรคการเมืองใหม่ๆ หรือไม่ แม้นโยบายไม่ได้ใหม่มากแต่ปฏิบัติได้จริง
"พปชร."ไม่หวั่นแม้ "ประวิตร"ไม่ลงแคนดิเดต ส่ง 27 เขต สู้ศึกเลือกตั้งสส.กทม.
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กล่าวถึงการถอนตัว ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ว่า ว่าที่นายกหลายคนก็ไม่ได้เป็น แม้พลเอกประวิตรไม่ได้ลงแคนดิเดตนายกก็เดินหน้าตามแนวที่พลเอกประวิตรวางไว้เชื่อมือตนได้ เรื่องการตรงไปตรงมาผลงานการตรวจสอบการทำหน้าที่ให้ถูกต้อง เราไม่พูดเลอะเทอะยึดหลักกรอบอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่ายการถ่วงดุลกัน แต่การเมืองส่วนใหญ่มันจะเปรอะไปหมด
ซึ่งพรรคพลังประชารัฐ การส่งผู้สมัคร กทม.ไม่ครบทุกเขต ประมาณ 27 เขต เพราะบางคนยังไม่พร้อมแต่ทำหน้าที่ให้เป็นตัวเลือกของประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจเพราะพลังประชารัฐมีนายเรืองไกร ร่วมอยู่ด้วย เพราะมีทั้งผลงานในสภาและผลงานทางวุฒิสภา ซึ่งความทุกข์ร้อนของประชาชนก็อยู่ในหน้าที่ของผู้ที่เป็นผู้แทน
ส่วนการร่วมรัฐบาลแล้วพูดว่าไม่เอาพรรคนั้นพรรคนี้ตนเห็นว่าไม่ถูกต้อง ส่วนจะเอากฎหมายหรือไม่เอากฎหมายฉบับใดก็ควรไปศึกษาก่อน ผู้แทนราษฎรมีหน้าที่เสนอกฎหมายและแก้ไขกฎหมาย
ทั้งนี้ คาดหวังเก้าอี้เต็มที่ เพราะเวลาเท่ากันหากเสี่ยงเท่ากันเราก็จะนำความคิดเห็นไปให้แต่ละเขตไปนำเสนอสู่ประชาชนชาว กทม.
ข่าวล่าสุด