นายสามารถ กล่าวต่อว่า ในช่วงที่มีข้อพิพาทกันเมื่อปี 57 เป็นช่วงเดียวกับที่มีการจัดระเบียบพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ โดยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตาขณะนั้น ได้ออกหนังสือแจ้งผลการรังวัดและเขตตำแหน่งที่ดิน ลงวันที่ 23 พ.ค. 58 ระบุว่า เขตที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 25 และเลขที่ 32 ทิศและตำแหน่งที่ดิน ซึ่งใช้กล่าวอ้างในชั้นศาล ไม่สอดคล้องและรองรับกับตำแหน่งที่ดินในพื้นที่จริง และอนุญาตให้ตนเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ ไว้เป็นการชั่วคราว รวมทั้งยังมีพื้นที่ดังกล่าว ก็ได้รับการคุ้มครองตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 41 และต่อมาได้มีมติ ครม. เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 61 เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินป่าไม้
ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ตนได้โต้แย้งให้ กรมบังคับคดี ทราบว่า ที่ดินที่จะดำเนินการขายทอดตลาดนั้นไม่ถูกต้อง เพราะตรงนั้นถือเป็นที่ดินของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา รวมทั้งโต้แย้งผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ทั้ง กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบ แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆนายสามารถ เปิดเผยด้วยว่า ได้ไปยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี รวมทั้งอธิบดีกรมอุทยานฯ แล้วด้วย