จับตา! พรุ่งนี้ ร่าง กม.กัญชา ผ่านหรือโดนคว่ำกลางสภาฯ
13 ธ.ค. 2565 | arnon_pon

ชี้ชะตา! สภาฯ พิจารณาร่าง กม.กัญชา 14 ธ.ค.65 ขณะที่ เครือข่ายภาคประชาชน ออกบัตรเชิญ ส.ส.เข้าประชุมสภา พิจารณาร่าง กม.กัญชา ให้แล้วเสร็จ มวลชนพร้อมยืนให้กำลังใจหน้ารัฐสภา
ข่าว
13 ธ.ค. 2565 | arnon_pon

ชี้ชะตา! สภาฯ พิจารณาร่าง กม.กัญชา 14 ธ.ค.65 ขณะที่ เครือข่ายภาคประชาชน ออกบัตรเชิญ ส.ส.เข้าประชุมสภา พิจารณาร่าง กม.กัญชา ให้แล้วเสร็จ มวลชนพร้อมยืนให้กำลังใจหน้ารัฐสภา
13 ธันวาคม 2565 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธาน คณะกรรมการประสานงานพักร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมวิปรัฐบาล ว่า จะหารือกันเกี่ยวกับการพิจารณาร่างกฎหมายกัญชา โดยวิปอยากขอความร่วมมือให้แต่ละคนทำความเข้าใจในเนื้อหาหลักของแต่ละมาตราให้ชัดเจน ทั้งเรื่องจุดประสงค์ของการปลดล็อกกัญชา และการควบคุม
รวมถึงหารือเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต และเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาญิชย์ ที่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ว่าจะให้อภิปราย 2 เรื่องนี้ร่วมกัน แล้วแยกกันลงมติดีหรือไม่ เพราะหากเป็นไปได้ ก็จะทำให้ร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้เปิดเผยผลสรุปการประชุมวิปรัฐบาลวันอังคารที่ 13 ธ.ค. 65 มีรายละเอียดวาระ ดังนี้
1. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพุธที่ 14 ธ.ค. 65
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ (12 ธ.ค.65) นายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำเครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทย โพสต์เฟสบุ๊ก ออกบัตรเชิญ ส.ส.ประชุมสภาเพื่อพิจารณา พ.ร.บ.กัญชาฯ โดยระบุว่า เนื่องจากประเทศนี้จำเป็นต้องมีกฎหมายมาควบคุมกัญชาและกฎหมายนั้นจะต้องเป็นกฎหมายระดับ พ.ร.บ.เพราะสามารถกำหนดหลักการให้ควบคุมกัญชาเชิงระบบได้
อีกทั้งยังประกันสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงกัญชา และมิให้หลักเกณฑ์ใดที่กำหนดเกี่ยวกับกัญชาละเมิดสิทธิของประชาชน ในขณะที่การคุ้มครองผู้บริโภคย่อมกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อมีการควบคุมเชิงระบบตั้งแต่การปลูกจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์และรวมไปถึงวิธีการใช้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกฎหมาย พ.ร.บ.เพื่อควบคุมกัญชาในประเทศนี้
แกนนำเครือข่ายประชาชน กล่าวด้วยว่า อยากเรียนไปยัง ส.ส.ทุกท่านว่ามันเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งของประชาชนและประเทศชาติที่จะต้องมีกฎหมายระดับ พ.ร.บ.มาควบคุมกัญชา โปรดเว้นวาระทางการเมืองเอาไว้ก่อนเพื่อผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้มาบังคับใช้ จะเกิดสิ่งเหล่านี้ได้พวกท่านต้องมีวินัยไม่โดดร่มจนสภาประชุมไม่ได้เหมือนสามครั้งที่ผ่านมา ประชาชนจะไปยืนให้กำลังใจท่านในการผ่านกฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ 8 โมงเช้าหน้ารัฐสภา
“ขอเรียนว่าอย่าหวั่นวิตกใดกับมวลชนที่หน้ารัฐสภาเพราะนั่นคือ กำลังใจของพวกท่านที่จะตื่นให้ทันการประชุมมาทำภารกิจสำคัญร่วมกัน พวกเราเพียงเฝ้ารอให้มั่นใจว่าสภาครบองค์ประชุมและไม่คว่ำร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เราก็จะเดินทางกลับเพราะหมดสิ้นภารกิจของเราแล้วนับต่อจากนี้เป็นภารกิจของ ส.ส.อย่างพวกท่านส่วนประชาชนอย่างพวกเราจะทำหน้าที่เฝ้ามองดู”
แกนนำเครือข่ายประชาชนฯ ย้ำด้วยว่า อยากเรียนไปยังประชาชนผ่านจดหมายฉบับนี้ว่า ขอเชิญมาพร้อมกันที่รัฐสภาเพื่อให้กำลังใจกับ ส.ส.ในการทำหน้าที่ผ่านร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง และในการทำหน้าที่ครั้งนี้ มิเพียงหมายถึงต้นพืชสองชนิด แต่หมายถึงความมั่นคงทางยา และ สิทธิทางเศรษฐกิจที่ประชาชนจะไม่ถูกกีดกัน เช่นเดียวกับสินค้าชนิดอื่นที่ทุนใหญ่ล้วนผูกขาดโดยการเอื้อของกฎหมาย จะเกิดสิ่งเหล่านี้ได้ต้องผ่านกฎหมาย พ.ร.บ.ฉบับนี้
และด้วยความสำคัญเช่นนี้จึงเรียนเชิญมายังทุกท่าน พร้อมกันที่หน้ารัฐสภาฝั่ง ส.ส. เวลา 8 โมงเช้า ขอเรียนไปยัง ส.ส.ว่า ขอให้เข้าประตูเดิมอย่ากลัวมวลชนจนหนีไปเข้าประตูฝั่ง สว. เรามาดี ไม่มีเจตนาอื่นใด นอกจากความมั่นคงทางยาของประชาชนและสิทธิในเศรษฐกิจที่ประชาชนพึงเข้าถึงอย่างเป็นธรรมในฐานะที่เป็นพลเมืองของประเทศนี้
ขณะที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกและกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ… สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟสบุ๊ก เช่นเดียวกันว่า ทางกรรมาธิการ ได้ทำหน้าที่ในการชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้อย่างดีที่สุด อันเป็นหน้าที่สุดท้ายเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติแล้ว
ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมาก จะลงมติเห็นชอบ หรือ แก้ไขรายมาตรา หรือจะเลือกไม่เห็นชอบกับกฎหมายของคณะกรรมาธิการฯทั้งฉบับ ก็เป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรตามกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนประชาชน ย่อมมีสิทธิที่จะพิจารณาการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกพรรค และทุกคน และมีสิทธิเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยให้ดำเนินการเจตนารมณ์อันแท้จริงของประชาชนนั้นได้เช่นกัน
วันที่ 14 ธันวาคม จึงเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่จะตัดสินอนาคตของกัญชา กัญชง ว่า จะเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนได้หรือไม่ และจะเดินหน้า หรือถอยหลัง ก็ย่อมต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเสียงเรียกร้องอันแท้จริงของประชาชนเท่านั้น